mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กลุ่มทิสโก้แจ้งผลประกอบการไตรมาส1ปี2565กำไรสุทธิ1,795ล้านบาท ระดับเงินสำรองแข็งแกร่งถึง262%

กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท เติบโต 1.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลง เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงสินเชื่อที่กลับมาเติบโต และระดับเงินสำรองที่แข็งแกร่งถึง 262%

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ของปี 2565 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,795 ล้านบาท เติบโต 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการปรับลดค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ด้วยระดับ NPLs ที่ลดลงกว่า 571 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2.15% ต่อสินเชื่อรวม จาก 2.44% เมื่อสิ้นปี 2564 โดยบริษัทสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างตรงจุด ด้านธุรกิจสินเชื่อกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 2 ปี จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ หนุนให้เกิดความเชื่อมั่นในการขยายสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคให้แก่ลูกค้ารายย่อยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง กลุ่มทิสโก้ยังคงนโยบายการทำธุรกิจอย่างรอบคอบรัดกุม (Prudent) โดยรักษาระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 262% และระดับเงินกองทุน BIS Ratio ที่ 24%

 “เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้แม้จะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนขึ้น โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในประเทศ จากการที่ประชาชนเริ่มปรับตัวคุ้นชินกับโควิด-19 และการเตรียมปรับให้โควิด-19 ออกจากโรคระบาดเข้าสู่โรคประจำถิ่นในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ แต่ภาพโดยรวมของเศรษฐกิจยังเป็นการฟื้นตัวที่ไม่แข็งแรงและไม่ทั่วถึง ดังนั้น ทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มทิสโก้ในไตรมาสที่ 2 จะยังคงดำเนินการอย่างรอบคอบระมัดระวังมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพลูกหนี้ต่อเนื่องและตรงกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดความช่วยเหลืออย่างยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับธุรกิจ SMEs โครงการคืนรถจบหนี้ การเปิดแพลตฟอร์ม KhumCar เพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าขายรถปิดหนี้ เป็นต้น  รวมถึงเดินหน้ายกระดับการให้บริการลูกค้าแบบผสมผสาน (Hybrid Advisory) ระหว่างจุดแข็งของความเชี่ยวชาญในด้านการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่ดีกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าบนพื้นฐานของความเข้าใจ (Empathy) และเป็น Brand ที่ลูกค้าไว้วางใจในระยะยาว” 

โดยในปีที่ผ่านมา กลุ่มทิสโก้สามารถคว้ารางวัลองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในกลุ่มธุรกิจการเงิน (Thailand’s Top Corporate Brands 2021) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะองค์กรที่พัฒนาแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กลุ่มทิสโก้ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงหลัก ESG (Environment-Society-Governance) ที่คำนึงถึงการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการมีธรรมาภิบาลที่ดี ควบคู่กับการเติบโตขององค์กร โดยนอกเหนือจากพันธกิจในการให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ลูกค้าในเชิงธุรกิจแล้ว กลุ่มทิสโก้ยังมีปณิธานที่จะเป็นผู้แนะนำทางการเงินแก่สังคมไปพร้อมกัน ผ่านหลากหลายโครงการและกิจกรรม เช่น ค่ายการเงิน ฉลาดเก็บฉลาดใช้ เป็นต้น รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมในแนวคิด Green Economy ของทางภาครัฐ โดยให้การสนับสนุนสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) ด้วยการร่วมกับพันธมิตรค่ายรถยนต์ต่างๆ ให้การสนับสนุนการขายและการบริการ รวมถึงประกันภัย เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้มากขึ้น โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารทิสโก้ปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สรุปผลประกอบการสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2565

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลง สำหรับรายได้จากการดำเนินงานรวม อ่อนตัวลง 13.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.6% จากการปล่อยสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับลดลง 31.8% สาเหตุหลักมาจากธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนตามภาวะตลาดที่ผันผวน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานจากธุรกิจจัดการกองทุนลดลง 36.6% จากไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้าที่มีการออกกองทุนใหม่ขนาดใหญ่ รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 9.2% จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง ประกอบกับมูลค่าเงินลงทุนลดลงตามความผันผวนของสภาวะตลาดทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่ตีมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุนจำนวน 32 ล้านบาท เทียบกับผลกำไรจำนวน 313 ล้านบาทซึ่งรับรู้ในไตรมาส 1 ปี 2564  อย่างไรก็ดี ธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

สำหรับผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ในระดับเดียวกันกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานลดลง 8.7% สาเหตุหลักมาจากการบันทึกค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ในไตรมาส 4 ปี 2564 ประกอบกับการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ 1.5% และค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนตัวลง 1.3% ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานจากธุรกิจจัดการกองทุนขยายตัว 15.1% จากธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 13.0% จากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 

ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 0.2% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ  โดยกลุ่มทิสโก้มีสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) ลดลงอย่างมากจำนวน 571 ล้านบาทจากสิ้นปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น NPL Ratio ที่ลดลงจาก 2.44% มาอยู่ที่ 2.15% ของสินเชื่อรวม และมีระดับเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Loan Loss Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 262.1%

สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 มีจำนวน 203,553 ล้านบาท เติบโต 0.3% จากสิ้นปีก่อนหน้า จากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน สินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อ SMEs และในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ที่ 17.1% 

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 24.3% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 19.9% และ 4.4% ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News