mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

SCN มั่นใจปีนี้ Recurring Income สุดแกร่ง ดันผลงานเติบโตไม่ต่ำกว่า 30-40%

‘บมจ. สแกน อินเตอร์’ หรือ SCN ประกาศความมั่นใจปีนี้กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ (Recurring Income) จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ดันผลการดำเนินงานปีนี้เติบโต 30-40% ตามแผนแน่นอน รับปัจจัยต้นทุนพลังงานปรับตัวเพิ่มช่วยดันความต้องการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรมและรถยนต์ภาคขนส่ง ดันธุรกิจ iCNG และปั๊มก๊าซ NGV สำหรับยานยนต์เติบโตโดดเด่นในครึ่งปีหลัง พร้อมมีแผนขยายปั๊มเพิ่มครบ 13 แห่งในปีนี้ ขณะที่ปีถัดไปจะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัญญาจากโครงการโรงไฟฟ้ามินบู ประเทศเมียนมาร์ ซี่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเข้ามาเติมเต็มสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ Recurring Income จากการขายไฟเฟสแรกในไตรมาสแรก 2019

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีนโยบายมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ (Recurring Income) โดยคาดว่ากลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติอัดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (iCNG) และกลุ่มธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ จะเข้ามาเป็นหัวหอกสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ Recurring Income ของ SCN เติบโตได้แบบก้าวกระโดดในปีนี้ เนื่องจากทั้ง 2 กลุ่มธุรกิจดังกล่าวจะได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจากภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 65-70 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนภาคการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมองหาพลังงานทางเลือกที่มีความคุ้มค่าอย่างก๊าซธรรมชาติ ที่มีราคาถูกและสะอาดกว่ามาใช้ในภาคการผลิต ทำให้ SCN สามารถขยายฐานลูกค้ารายใหม่ๆ ให้แก่ธุรกิจ iCNG ได้เพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อรายได้ที่คาดว่าปีนี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท หลังจากไตรมาสแรกปีนี้ iCNG มีรายได้เติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กลุ่มยานยนต์ในภาคขนส่งจะหันมาปรับเปลี่ยนใช้ก๊าซธรรมชาติ NGV เป็นเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนความต้องการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ NGV ในภาคอุตสาหกรรมขนส่ง และส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์เช่นกัน โดยบริษัทฯ มีแผนผลักดันให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าว เข้ามาช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ Recurring Income ในระยะยาว หลังจากปีนี้ SCN มีเป้าหมายจะเปิดดำเนินการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์ให้ครบทั้ง 13 แห่ง จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการแล้ว 8 แห่ง และคาดว่าจะทำยอดขายเฉลี่ย 400,000 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งบางสถานีเป็นการทำสัญญาใหม่กับ ปตท. ที่จะมีรายได้จากการจำหน่ายก๊าซเพิ่มเป็น 3.43 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 2 บาทต่อกิโลกรัม รวมถึงยังมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำมันภายใต้แบรนด์ ‘บางจาก’ และพื้นที่ค้าปลีกจำนวน 3 สถานี เพิ่มเติมอีกด้วย

            ส่วนกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จาก 2 โครงการแบบเต็มปีอีกประมาณ 60 ล้านบาท และในปีถัดไปจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 220 MW ที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเฟสแรกและจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญา (SCOD) จำนวน 50 MW ที่ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในอัตรา 0.1275 เหรียญสหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าราคารับซื้อไฟฟ้าจากหน่วยงานภาครัฐของไทย และสนับสนุนให้กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 160 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับรายได้ในปีนี้ อีกทั้งยังช่วยผลักดันการเติบโตของกลุ่ม Recurring Income ในปี 2019 ด้วย

            “ปีนี้เราจะเห็นการเติบโตของรายได้จากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำและสม่ำเสมอ โดยมีกลุ่มธุรกิจ iCNG และสถานีก๊าซธรรมชาติ NGV สำหรับยานยนต์เข้ามาช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ผลการดำนินงานโดยรวม ให้สามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 30-40% และปีถัดไปกลุ่มพลังงานหมุนเวียนจะเริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการที่จะสนับสนุนการเติบโตได้อย่างมั่นคงต่อไป” ดร.ฤทธี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News