mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘บริทาเนีย’ ประกาศช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่ 10.00 – 10.50 บาทต่อหุ้น

‘บมจ.บริทาเนีย’ หรือ BRI วางเป้าหมายเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ วางแผนเปิด 9 โครงการใหม่ในปี 2565 รวมมูลค่าโครงการประมาณ 10,800 ล้านบาท รุกขยายโครงการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดที่มีศักยภาพ เช่น ชลบุรี ระยอง อุดรธานี มุ่งสร้างความแตกต่างด้วยบริการหลังการขายตลอดอายุของการพักอาศัย ประกาศช่วงราคาเสนอขาย IPO เบื้องต้นหุ้นละ 10.00 – 10.50 บาท เปิดจองซื้อวันที่ 7 – 9 และ 13 – 15 ธันวาคมนี้ เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

           นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อยกระดับเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยในช่วง 5 ปีข้างหน้าได้วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ตลอดจนมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีศักยภาพ เน้นทำเลใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรมและจังหวัดที่ได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ECC) เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ 

          “เรามีเป้าหมายเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบของประเทศ โดยใช้จุดแข็งที่หลากหลาย ทั้งความเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการ โดยยึดความต้องการของผู้อาศัยเป็นศูนย์กลางในการศึกษาและวิเคราะห์เพื่อออกแบบบ้านและการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการภายใต้แนวคิด Human Centric และนโยบายให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าตลอดช่วงอายุของการพักอาศัยหรือ Long-Life Living After Sale Service โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการนัดหมายการแจ้งซ่อมและติดตามสถานะการซ่อมแซมผ่านโมบายแอปพลิเคชัน ตลอดจนความเชี่ยวชาญการบริหารต้นทุน รวมถึงการสนับสนุนจากบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ซึ่งเป็นบริษัทแม่”

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและต่างจังหวัด ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ 1) แบรนด์ “ไบรตัน” เป็นโครงการบ้านแฝด และทาวน์โฮม ในพื้นที่ปริมณฑล และต่างจังหวัด จับกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน (First Jobber) 2) แบรนด์ “บริทาเนีย” เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม จับกลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นสร้างครอบครัว พนักงานบริษัทและเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก 3) แบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับพรีเมียม จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นพนักงานระดับผู้บริหาร เจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ และ 4) แบรนด์ “เบลกราเวีย” เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ เน้นฟังก์ชันอยู่อาศัยแบบสมัยใหม่ จับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูง เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่และคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จเร็ว 

โดยในปี 2565 บริษัทฯ วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 9 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 10,800ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และขยายในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัยจากการขยายตัวของเมือง การขยายโครงข่ายคมนาคมและแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว อาทิ โครงการบริทาเนีย ราชพฤกษ์ – นครอินทร์ เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท, โครงการบริทาเนีย อมตะ-พานทอง จังหวัดชลบุรี เป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท, โครงการบริทาเนีย อุดร-ดุษฎี เป็นบ้านเดี่ยว มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท, โครงการบริทาเนีย ระยอง เป็นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท เป็นต้น ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีโครงการที่ปิดการขายแล้ว 2 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,028 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 13 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 17,550 ล้านบาท รวมถึงมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 6 โครงการ ที่กำหนดเปิดขายในช่วงไตรมาส 4/2564 รวมมูลค่าโครงการประมาณ 4,300 ล้านบาท 

นางสาวพนิตาภรณ์ วงษ์ประกอบ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2561 – 2563 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 515.47 ล้านบาท 1,561.01 ล้านบาท และ 2,342.09 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 113.16% และมีกำไรสุทธิ 71.65 ล้านบาท 207.14 ล้านบาท และ 348.72 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายโครงการในทำเลที่มีศักยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการบ้านจัดสรรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ตามการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่ง รวมถึงการใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น 

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีรายได้รวม 2,808.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 452.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเปิดโครงการใหม่และโครงการในปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึงการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2564 ยังทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสทั้งในด้านรายได้รวมและกำไรสุทธิอีกด้วย โดยทำรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,045.98 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 164.59 ล้านบาท  

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า BRI เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว  โดยมีโครงการที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 1 โครงการในปี 2560 เป็น 21 โครงการในปี 2564 และใช้ระยะเวลาปิดการขายต่อโครงการเฉลี่ย 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีจุดเด่นในการพัฒนาแบบบ้านและฟังก์ชันให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปจากการศึกษาความต้องการ และปัญหาต่างๆ (Customer Pain Point) ของผู้บริโภค  รวมทั้งมุ่งเน้นการนำเสนอบริการก่อนและหลังการขายที่แตกต่าง ตลอดจนความเชี่ยวชาญการบริหารจัดการต้นทุนพัฒนาโครงการที่มีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้ หลังจากที่ BRI ยื่นแบบคำขอเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์(ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 252,650,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 29.6 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้ ปัจจุบันได้รับอนุมัติแบบคำขอเสนอขายหลักทรัพย์และไฟลิ่งมีผลใช้บังคับแล้ว 

นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขาย IPO เบื้องต้นที่หุ้นละ 10.00 – 10.50 บาท โดยจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือ ORI ที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BRI (Pre-emptive Rights) จองซื้อในวันที่ 7 – 9 ธันวาคมนี้ ได้ 3 วิธี ได้แก่ 1) จองซื้อผ่านระบบ Electronic Rights Offering (“E-RO”) บนเว็บไซต์ www.yuanta.co.th  2) ยื่นใบจองซื้อ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนรับจองซื้อหุ้นในส่วน Pre-emptive Rights และ (3) การจองซื้อผ่านทางโทรศัพท์บันทึกเทป (สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น) โดยสามารถจองซื้อเกินกว่าสิทธิ (ไม่กำหนดอัตราสูงสุดการจองซื้อเกินกว่าสิทธิ) อย่างไรก็ตามผู้ถือหุ้น ORI จะได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จองซื้อเกินกว่าสิทธิ ต่อเมื่อมีหุ้นที่เหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้น ORI ที่ได้รับการจัดสรรหุ้นที่จองซื้อตามสิทธิครบถ้วนแล้วเท่านั้น โดยหลักเกณฑ์การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิให้เป็นไปตามที่ระบุในแบบไฟลิ่งและหนังสือชี้ชวน

ส่วนนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ จองซื้อในวันที่ 13 – 15 ธันวาคมนี้ โดยมีผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4 ราย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้ คาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ได้ในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ (ภายในเวลา 17.00 น.) ทางเว็บไซต์ของ บมจ.บริทาเนีย (www.britania.co.th) และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI จะแจ้งข่าวดังกล่าวทางเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th) โดยคาดว่าจะนำหุ้น BRI เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2564 ทั้งนี้  BRI จะนำเงินจากการะดมทุนไปใช้พัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้ยืมและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News