mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

หากโควิดไม่ระบาดซ้ำหนัก คาดว่าในปี 2565 ตลาดไทยเที่ยวไทยจะกลับเข้าสู่เส้นทางการฟื้นตัว

หลังจากที่ทางการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโควิดและการเดินทางข้ามจังหวัด การฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรมากขึ้น รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ทำให้คนไทยเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจความต้องการท่องเที่ยวในประเทศ สะท้อนว่า กว่า 73.7% ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ต้องการเดินทางท่องเที่ยวมากถึงมากที่สุด ทำให้ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 นี้ คนไทยน่าจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นและต่อเนื่องไปยังปีหน้า โดยเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หากไม่มีการระบาดหนักอีก ตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2565 น่าจะมีจำนวนประมาณ 109-155 ล้านคน-ครั้ง ฟื้นตัวจากปี 2564 ที่ราว 66.71 ล้านคน-ครั้ง   

o             ภายใต้บรรยากาศที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 นี้ คนไทยเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ขณะที่ทั้งปี 2564 คนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีจำนวน 66.71 ล้านคน-ครั้ง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สำรวจพฤติกรรมและความต้องการท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ ในช่วงที่เหลือของปี 2564 นี้  โดยจากผลสำรวจในเดือนต.ค. 64 พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ 

             กลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ มีความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากถึงมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 73.7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม หลังจากที่คนกรุงเทพฯต้องเผชิญกับการะรบาดอย่างหนักของโควิด ข้อจำกัดจากมาตรการการเดินทางข้ามจังหวัด และการที่ต้องใช้เวลาอยู่ในที่พักอาศัยจากเคอร์ฟิว และการที่ต้องทำงานที่บ้านเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน  โดยเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจในช่วงเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนได้ว่าเมื่อสถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น กลุ่มตัวอย่างมีความเชื่อมั่นที่จะเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น

             จุดหมายปลายท่องเที่ยวที่กลุ่มตัวอย่างอยากเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้ ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติภูเขา/ยอดดอย เช่น เชียงใหม่ กาญจนบุรี เพชรบูรณ์ และจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นต้น ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่กลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ได้แก่ ชลบุรี (พัทยา) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และระยอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่า คนกรุงเทพฯ ยังเลือกเดินทางท่องเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชุมชน เช่น สมุทรสงคราม อยุธยา อุทัยธานี เป็นต้น อย่างไรก็ดี การเดินทางท่องเที่ยวของกลุ่มตัวอย่างนอกจากจะให้ความสำคัญในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปแล้ว แต่จากผลสำรวจก็สะท้อนว่ากลุ่มตัวอย่างพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหากในพื้นที่มีการระบาดของโรคโควิด ดังนั้น ท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่ยังมีความเสี่ยงสูง ทุกภาคส่วนยังต้องร่วมมือกันอย่างเข้มข้นในการควบคุมการระบาดในพื้นที่ เพื่อจะได้ไม่สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว

             การใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวสั้นลง โดยกลุ่มตัวอย่างกว่า 30.3% มีระยะเวลาการจองโรงแรมล่วงหน้าก่อนเดินทาง (Lead Time) เพียง 2-5 วัน (จากเดิมที่จะใช้เวลาประมาณ 15 วัน ถึง 1 เดือน) เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้มีการหาข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เมื่อโควิดดีขึ้นการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

             คนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวโดยรถส่วนตัวเป็นหลักคิดเป็น 60.8% ขณะที่รองลงมา คือ โดยสารเครื่องบิน 25.7% นอกจากนี้จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวโดยการเช่ารถที่มีคนขับ การเดินทางโดยรถบริการขนส่งสาธารณะ รถไฟ เป็นต้น

             กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในเรื่องของราคาในการสำรองห้องพัก โดยระดับราคาที่พักที่กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะจ่ายส่วนใหญ่มีระดับราคาประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อคืน ขณะที่ระดับราคารองลงมาจะอยู่ที่ประมาณ 2,001-2,500 บาท สำหรับปัจจัยในการเลือกโรงแรมและที่พักรองลงมาจะเป็นเรื่องมาตรฐานการดูแลความสะอาดและความปลอดภัยจากโควิด และสัดส่วนที่ใกล้เคียงจะเป็นเรื่องที่พักที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น ติดทะเล มีบรรยากาศธรรมชาติและมีมุมให้ถ่ายภาพ

             ค่าใช้จ่ายกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาทต่อคนต่อทริป โดยค่าใช้จ่ายที่กลุ่มตัวอย่างคิดว่าจะมีการปรับลดระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว เช่น การลดค่าใช้จ่ายในการซื้อของฝากและการซื้อสินค้าอื่นๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้น และของฝากท้องถิ่นสามารถที่จะซื้อผ่านออนไลน์ได้ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างจะใช้เวลาพักผ่อนอยู่บริเวณโรงแรมและที่พัก ซึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว

             สำหรับปัจจัยด้านราคาน้ำมันยังมีผลน้อยต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากคนที่ต้องการท่องเที่ยวในช่วงนี้ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.3 ทริป รวมถึงในช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ

จากผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างมาก ซึ่งหากทางการสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ และไม่กลับมาระบาดอีกระลอกอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการเดินทาง น่าจะเป็นปัจจัยหนุนที่ดีสำหรับทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ แต่การฟื้นตัวน่าจะยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยังไม่น่าจะกลับมาพลิกฟื้นเป็นบวก เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์โควิดในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งยังเสี่ยงสูง ขณะที่ในหลายจังหวัดและสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งมีมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด โดยนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือกรณีที่นักท่องเที่ยวไทยยังไม่ได้รับวัคซีนครบอาจจะต้องตรวจ ATK

จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในช่วงฤดูกาลเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย 2 เดือนสุดท้ายของปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยอาจจะมีจำนวน 29.1 ล้านคน-ครั้ง หดตัว 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ดีขึ้นจากค่าเฉลี่ยต่อเดือนที่ 3.8 ล้านคน-ครั้งในช่วงเดือนม.ค.-ต.ค. 2564 และส่งผลทำให้ทั้งปี 2564 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 66.71 ล้านคน-ครั้ง หดตัวประมาณ 26.3% จากปี 2563 นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยทั้งปี 2564 นี้ น่าจะมีมูลค่าประมาณ 296,895 ล้านบาท หดตัวประมาณ 38.2% จากปี 2563

o             หากโควิดไม่ระบาดซ้ำหนัก...คาดว่าตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2565 น่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 109-155 ล้านคน-ครั้ง

สำหรับทิศทางการฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2565 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ โดยมีปัจจัยสำคัญอย่างการระบาดของโควิดในประเทศ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและการท่องเที่ยว รวมถึงปัจจัยในด้านเศรษฐกิจภาคครัวเรือนกำลังซื้อของประชาชนที่จะมีผลต่อการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1 ภายใต้เงื่อนไขที่สถานการณ์โควิดในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากในช่วงปลายปี 2564 และไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศจนกระทบการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่ปัจจัยด้านราคาพลังงานไม่ได้ปรับสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อราคาค่าโดยสารอย่างตั๋วเครื่องบิน การฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะทยอยกลับมา

 ทั้งนี้ หากสถานการณ์ต่างๆ เป็นไปตามที่ได้ประเมินไว้ข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2565 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะมีจำนวน 155 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 133.1% จากปี 2564 โดยการฟื้นตัวยังต่ำกว่าปี 2562 ซึ่งคนไทยเที่ยวไทยมีจำนวน 172.7 ล้านคน-ครั้ง เนื่องจากมองว่า ในช่วง 2-3 เดือนแรกของปี 2565 สถานการณ์โควิดน่าจะยังมีผลต่อการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวทั่วถึงและกำลังซื้อของประชาชนบางกลุ่มยังไม่กลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ ทำให้จำนวนครั้งในการเดินทางจะปรับลดลง

สำหรับด้านการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 698,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.9% จากปี 2564 โดยค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปในกรณีนี้จะปรับขึ้นเล็กน้อยจากปี 2564 เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ น่าจะเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวอาจคลายความกังวลจากโควิดและกลับไปนั่งทานอาหารในร้านท้องถิ่นและกิจกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

กรณีที่ 2  ความเสี่ยงการระบาดของโควิดที่อาจจะพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มจนส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในบางช่วงจังหวะเวลาของการระบาดที่ยังมีอยู่ แต่เนื่องจากมองว่าระดับการระบาดของโควิดน่าจะไม่รุนแรง ทำให้ทางการจึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดดังเช่นที่เกิดขึ้นในปี 2564 ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศน่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง

 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศทั้งปี 2565 น่าจะมีจำนวน 109 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 63.4% จากปี 2564 ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 479,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.5% จากปี 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News