mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กูรูทิสโก้ฟันธง ภาวะ‘Stagflation’ มีโอกาสเกิดต่ำ ชี้เศรษฐกิจโลกยังฟื้น-เงินเฟ้อพุ่งแค่ชั่วคราว

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ลงทุนทิสโก้ (TISCO ESU) ชี้ โอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญภาวะ ‘Stagflation’ หรือเงินเฟ้อสูงเศรษฐกิจชะลอ เป็นไปได้น้อย คาดเศรษฐกิจโลกยังโตต่อ และเงินเฟ้อพุ่งแค่ชั่วคราวจากแรงหนุนเปิดเมือง แต่ยังแนะนำให้จับตา เพราะหากเกิดขึ้นจริงหุ้นสหรัฐฯ และทั่วโลกอาจร่วง 30%

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU)  เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนเริ่มกังวลถึงภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นภาวะที่เงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยเกรงว่าตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะภาวะสินค้าขาดแคลนจาก Supply Chain Disruptions จะทำให้ทั่วโลกเจอเหตุการณ์ซ้ำรอยปี 2554 - 2555 ที่เกิดภาวะ Stagflation กดดันให้ธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ต้องถอนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉุดดัชนี S&P 500 ร่วงรับข่าวถึงประมาณ 20%

อย่างไรก็ตาม สำหรับในปีนี้ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนทิสโก้ (TISCO ESU) มองว่า โอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation นั้นยังค่อนข้างน้อย ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี และทรงตัวในระดับสูงกว่า 5% ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ TISCO ESU มองว่า เงินเฟ้อในปัจจุบันเกิดจากปัจจัยชั่วคราว และจะทยอยลดลงในช่วงปลายปีนี้ อีกทั้ง เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแต่ละสินค้า พบว่าในช่วงต้นปีอัตราเงินเฟ้อถูกผลักดันให้เพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเปิดเศรษฐกิจเป็นหลัก ได้แก่ ราคารถมือสอง ค่าเช่ารถ ค่าโดยสารเครื่องบิน และค่าที่พักโรงแรม ซึ่งราคาในกลุ่มดังกล่าวเริ่มปรับลดลงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ปัจจัยที่ผลักดันให้เงินเฟ้อสูงเกิดจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นหลัก

นอกจากนี้ ข้อมูลในอดีตชี้ว่า การส่งผ่านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาสินค้าอื่นๆ เป็นไปได้อย่างจำกัด เช่น ในช่วง Commodity Supercycle ระหว่างปี 2544 – 2551 ที่ดัชนีราคาผู้ผลิตกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (PPI Commodity) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.6% ต่อปี ต่อเนื่องถึง 7 ปี แต่ในช่วงเดียวกันดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) กลับเพิ่มขึ้นเพียง 3.3% ต่อปี ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% ใกล้เคียงกับเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ 

อีกทั้ง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะยังขยายตัวในอัตราที่สูงต่อเนื่องในปี 2565 โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.9% ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) สหรัฐฯ คาดว่าจะโตถึง 5.2% สูงกว่าอัตราปกติในช่วงก่อนการระบาดที่ขยายตัวราว 2-3% ต่อปี ถึงแม้ IMF จะประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจก็จะขยายตัวในอัตราที่สูงต่อเนื่อง ทำให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation มีจำกัด

นายคมศรกล่าวอีกว่า แม้ยังมองว่า โอกาสเกิด Stagflation มีจำกัด แต่พัฒนาการเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง หากเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มมีสัญญาณการส่งผ่านของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ไปยังสินค้าอื่นๆ และราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเริ่มกดดันการบริโภค จนทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation ก็อาจมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรจับตามองต่อไป 

กรณีที่เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Stagflation จริง TISCO ESU ประเมินว่า ตลาดหุ้น S&P 500 มีโอกาสปรับตัวลงถึง 30% จากปัจจุบัน โดยการประเมินดังกล่าวมาจากการสมมติให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Earning Yield Gap (EYG) เพิ่มขึ้นไปอยู่ 5 - 6% เช่นเดียวกับไปช่วงปี 2554 - 2555 และให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) เพิ่มเป็น 2.5 - 3% เพื่อสะท้อนแนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ตามสมมติฐานดังกล่าว ดัชนี S&P 500 จะลงไปเทรดที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ประมาณ 13 - 14 เท่า หรือต่ำกว่าระดับปัจจุบันที่ 19 - 20 เท่า ทำให้มีโอกาสที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทั่วโลกมีโอกาสปรับตัวลงถึง 30% 

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2554 - 2555 การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มแผ่วลงจากที่เติบโต 2.7% ในปี 2553 เหลือเพียง 1.5% ในปี 2554 ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไปแตะ 4% ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ท่ามกลางการประท้วงโค่นล้มรัฐบาลหลายประเทศในตะวันออกกลาง (Arab Spring)

ช่วงดังกล่าว ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เช่น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งขึ้นดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปี 2554 ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปในตอนนั้นจะชะลอตัวอย่างหนัก และมีความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ภาครัฐ ของประเทศในกลุ่ม PIIGS (โปรตุเกส อิตาลี ไอร์แลนด์ กรีซ สเปน) ร่วมด้วย ในขณะที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้จะยังคงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย แต่ก็เริ่มมีการหารือถึงแผนการถอนมาตรการกระตุ้น (Exit Strategy) ในช่วงนั้นเช่นกัน

จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น กดดันให้ธนาคารกลางจำต้องถอนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นับเป็นส่วนผสมที่เลวร้ายสำหรับตลาดหุ้น และส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับฐานลงแรงถึงราว 20% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ในขณะที่ Earning Yield Gap (EYG) ได้พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ระดับ 5 - 6% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นไปพร้อมๆ กัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News