mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย...เปลี่ยนไปอย่างไรหลังโควิด-19

จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย โดยพิจารณาจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงในช่วงเกือบ 2 ปี ส่งผลให้เริ่มขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี นับแต่ปี 2548 การเปลี่ยนแปลงนี้จึงกลายเป็นจุดเปราะบางของเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนมากในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมี หนี้สาธารณะ หนี้ภายนอกประเทศ และทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมากเพียงพอรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจได้

ตั้งแต่ต้นปี 2564 เงินบาทมีการอ่อนค่าลง 12.3%  ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่ามากเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย หลังเกิดการระบาดระลอกใหม่จากโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟาและเดลตาในประเทศไทย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปของนักลงทุนต่างชาติต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยที่เปลี่ยนไปในบางจุด ทั้งนี้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งภาครัฐเป็นผู้ดูแลทั้งเสถียรภาพเศรษฐกิจภายใน อาทิ การขยายตัวของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และภายนอก อาทิ ดุลการชำระเงิน ทุนสำรองระหว่างประเทศ และหนี้ภายนอกประเทศ ให้มีความสมดุลอยู่เสมอ หากเศรษฐกิจได้สะสมความเปราะบางในบางจุดอย่างต่อเนื่อง การเติบโตทางเศรษฐกิจก็อาจสะดุดลงจากความเปราะบางเหล่านี้ได้ในที่สุด ดังนั้น ควรเข้าใจทั้งจุดอ่อนที่กำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน รวมถึงสิ่งที่ควรตระหนักและเร่งแก้ไขในระยะยาวเป็นสำคัญ 

เสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ปี 2564 เทียบกับต่างประเทศ

นอกจากวิกฤตโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของไทยแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความเปราะบางด้านดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอย่างชัดเจนด้วย ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมีสัดส่วนภาคการค้าและบริการสูงถึงร้อยละ 45 ต่อจีดีพี (รายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 13 ของจีดีพี) ทำให้ภาวะชะงักงันของรายได้ภาคการท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ลากยาวมาจนถึงปี 2564 ส่งผลกระทบต่อรายรับเงินตราต่างประเทศของไทยอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แม้การส่งออกสินค้าของไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วตามอุปสงค์ทั่วโลก และกลับมาเท่ากับช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 นับตั้งแต่ต้นปี 2564 แต่มีผลกระทบเพิ่มเติมจากรายจ่ายค่าบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (ค่าระวางเรือ) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในปี 2564 นี้ ส่งผลให้แม้ดุลการค้าจะเกินดุล แต่ดุลบริการกลับขาดดุลมากขึ้น และทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลายเป็นขาดดุล ซึ่ง ttb analytics คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปี 2564 จะขาดดุล ร้อยละ 3.3 ของจีดีพี จากที่เกินดุลร้อยละ 3.4 ในปี 2563 ซึ่งใกล้เคียงกับคู่ค้าและคู่แข่งสำคัญอย่าง เวียดนาม ที่เบื้องต้นดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลประมาณร้อยละ 2.8 ของจีดีพีในปี 2564 นี้ สอดคล้องกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียที่ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลที่ราวร้อยละ 1 ของจีดีพีในปี 2564 นี้เช่นกัน

แม้โดยรวมไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดหนักกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ประเมินว่าความน่ากังวลจะเริ่มลดลง หลังทยอยเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะช่วยให้ดุลบริการรวมไปถึงดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป บนเงื่อนไขที่ว่าจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศระลอกใหม่จนต้องกลับมาปิดพรมแดนและปิดเมืองอีกครั้ง ขณะที่ปัญหาต้นทุนค่าระวางสินค้าทางเรือแพง และคาดว่าจะยังคงส่งผลต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่จะทยอยลดความรุนแรงลงหลังจากที่หลายประเทศทยอยกลับมาเปิดกิจกรรมขนส่งทางเรือในระดับใกล้เคียงปกติหลังทยอยฉีดวัคซีนให้ประชากรได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการตกค้างของตู้สินค้าตามท่าเรือต่าง ๆ และทำให้การกลับมาเร่งผลิตตู้คอนเทนเนอร์ใหม่เพื่อรองรับความต้องการเป็นไปได้มากขึ้น

สำหรับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ถึงแม้มีการปรับลดลงไปบ้างตามการขาดดุลการชำระเงินในช่วงที่ผ่านมา แต่โดยรวมยังอยู่ในระดับสูงเพียงพอต่อการรองรับการนำเข้าสินค้าและบริการได้นานถึง 1 ปี ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน รวมทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ล่าสุดมีทุนสำรองอยู่ที่ 11 และ 6 เดือนตามลำดับ ขณะเดียวกัน คาดว่าเวียดนามจะมีทุนสำรองราว 1.3 เดือน  แม้ในด้านความผันผวนของค่าเงินบาทจะเพิ่มขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบที่ ธปท.สามารถบริหารจัดการได้  ดังนั้น ttb analytics จึงประเมินว่าระดับทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย ยังมีความแข็งแกร่งเพียงพอรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับหนี้สิน  ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564 ไทยมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ 289.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 55 ของจีดีพี ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2563 ซึ่งภาครัฐได้ปรับเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 70 ของจีดีพี หากมองโดยรวมอาจดูน่ากังวล แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลกับต่างประเทศจะพบว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจใกล้เคียงกับไทย ปัจจุบันมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 64 ของจีดีพี ขณะที่เยอรมนี ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีวินัยทางการคลังสูง มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 70 ของจีดีพีในปัจจุบัน ดังนั้น การที่เพดานหนี้สาธารณะของไทยจะเพิ่มขึ้นไปที่ 70% จึงไม่ใช่ระดับที่แตกต่างไปจากประเทศอื่นที่ยังบริหารจัดการให้เสถียรภาพการคลังมีความเข้มแข็งได้

นอกจากนี้ หากพิจารณาโครงสร้างหนี้สาธารณะของไทยที่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาว และต้นทุนการระดมทุนหรืออัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ พบว่าผลดีจากการเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) จะมีมากกว่าต้นทุนกู้ยืม เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 เป็นไปได้เร็วและปรับโครงสร้างการผลิตได้ทันรองรับตลาดโลกหลังสถานการณ์การแพร่ระบาด  และเมื่อในอนาคตเศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้เร็วขึ้น หนี้สาธารณะก็จะลดลงไปตามความจำเป็นในการก่อหนี้ที่น้อยลงและความสามารถในการชำระคืนหนี้ของภาครัฐที่ทยอยเพิ่มขึ้นเช่นกัน อีกทั้ง หนี้ภาคต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 36 ต่อจีดีพี เมื่อเทียบกับหลายประเทศ จึงทำให้ไทยมีความเปราะบางจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนน้อย ดังนั้น การที่ภาครัฐเป็นหนี้เพิ่มจึงไม่น่ากังวล หากภาครัฐนำไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้พร้อมแข่งขันในยุคหลังวิกฤตโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีแผนบริหารจัดการหนี้ให้ทยอยลดลงอย่างชัดเจนในระยะต่อไป

เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

แม้ในระยะสั้นเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี ถึงแม้ยังมีความเปราะบางในด้านการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อมองในระยะยาว เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังมีอยู่หลายจุดที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข ได้แก่

  1. โครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาภาคบริการสูงเกินไป ซึ่งเป็นภาคที่จ้างแรงงานมากและมักผันผวนได้ง่ายเมื่อเกิดปัจจัยไม่คาดฝัน
  2. การผลิตเพื่อส่งออกของไทย ยังอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยค่อนข้างน้อย และยังสามารถคิดค้นเทคโนโลยีเองได้จำกัด ซึ่งส่งผลให้สินค้าไทยกำลังทยอยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งหมายถึงรายได้จากการค้าต่างประเทศที่จะขยายตัวลดลงในอนาคต
  3. การท่องเที่ยวไทยยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้น้อย เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยเน้นพึ่งพานักท่องเที่ยวเชิงปริมาณ แต่ไม่ใช่ในเชิงคุณภาพ ซึ่งการท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด-19 ย่อมเปลี่ยนไป หากปรับตัวไม่ทัน อาจหมายถึงรายรับจากภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศ จะเผชิญความเปราะบางสูงมากขึ้น
  4. ทักษะแรงงานในประเทศ ่จำเป็นต้องเร่งฝึกฝนทักษะใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกในยุคหลังการแพร่ระบาดและเพื่อรองรับการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ทักษะการทำงานกับระบบอัตโนมัติ ซึ่งหากปรับตัวไม่ทัน ย่อมส่งผลให้ต้นทุนทรัพยากรมนุษย์และศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจระยะยาวของไทย จะเผชิญความเปราะบางมากขึ้น

แม้ไทยจะมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีในปัจจุบัน แต่หากไม่เร่งแก้ไขจุดอ่อนในด้านทักษะแรงงานและปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ย่อมทำให้เศรษฐกิจไทยรองรับความผันผวนได้น้อยลง และยังลดทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้เป็นเพราะปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ ย่อมเป็นเหตุผลให้ในอนาคตภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มขนาดการขาดดุลการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนภาคเอกชน หากไม่เร่งเพิ่มความสามารถในแข่งขันก็อาจเผชิญกับข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นจากวิถีการแข่งขันในอนาคตและกติกาในตลาดโลกยุคใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News