mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

SCN เปิดกลยุทธ์รุกต่อยอดสู่อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน

‘บมจ.สแกน อินเตอร์’ หรือ SCN เปิดกลยุทธ์รุกลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคอาเซียน ต่อยอดธุรกิจสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคง ประเดิมเข้าซื้อกิจการบริษัท GEP Thailand เพื่อเข้าดำเนินการพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 220 MW ที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมาร์ ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้ารับการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศเมียนมาร์ ตั้งเป้าก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขาย (SCOD) จำนวน 50 เมกะวัตต์ในเฟสแรกได้ภายในต้นปี 2019 ก่อนทยอยครบทั้งโครงการภายใน 4 ปี ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ายาวนานถึง 30 ปี หนุนขึ้นแท่นผู้นำผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดหนึ่งในรายที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน 

ดร.ฤทธี กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ต้องการขยายฐานการลงทุนไปสู่อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ ไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน โดยจะศึกษาโอกาสการเข้าลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งลักษณะการเข้าลงทุนนั้น บริษัทฯ ได้เปิดกว้างโดยจะมีทั้งรูปแบบการเข้าร่วมทุนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หรือการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อเข้าดำเนินการพัฒนาและก่อสร้าง (Green Field) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงงานหมุนเวียนได้ตั้งแต่ต้นจนถึงกระบวนการจำหน่ายไฟฟ้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขายไฟ โดยบริษัทฯ จะนำองค์ความรู้ นวัตกรรมด้านพลังงานและความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจพลังงานมานานกว่า 30 ปี รวมถึงฐานะทางการเงินที่มีความแข็งแกร่งเข้าไปช่วยต่อยอดผลักดันการดำเนินโครงการให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ จึงเข้าดำเนินการซื้อกิจการบริษัท พลังงานเพื่อโลกสีเขียว (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GEP Thailand โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 1,234.88 ล้านบาท เพื่อเข้าถือหุ้น 30% โดย GEP Thailand เป็นบริษัทโฮลดิ้ง ที่ถือหุ้น 100% ในบริษัท GEP Myanmar จำกัด ผู้ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมาร์ ให้เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมาร์ และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) บริษัท Electric Power Generation Enterprise จำกัด (EPGE) ระยะเวลาทั้งสิ้น 30 ปี นับตั้งแต่วันที่เริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้า  โดยโครงการนี้ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งที่ 5 ตั้งแต่ที่ SCN ดำเนินธุรกิจพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มา ซึ่งหากรวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บางภาษี จังหวัดนครปฐมและโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ V.O.Net ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จะส่งผลให้ SCN มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมทั้งสิ้น 226.1 MW

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เมืองมินบู ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 836 เอเคอร์ หรือประมาณ 2,115 ไร่ มูลค่าโครงการ 292.62 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 220 MW ที่ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในอัตรา 0.1275 เหรียญสหรัฐต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงตลอดอายุสัญญา 30 ปี นับจากวันที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบตามสัญญา โดยแบ่งการพัฒนาและก่อสร้างเป็น 4 เฟส คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขาย (SCOD) จำนวน 50 MW จากโครงการเฟสแรกภายในไตรมาส 1 ปี 2019 และจะทยอยก่อสร้างเสร็จทั้งโครงการ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบตามสัญญาซื้อขายได้ทั้งหมดภายในปี 2022 ส่งผลให้ SCN ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดหนึ่งในรายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคาดว่าโครงการนี้จะให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 10%

กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCN กล่าวว่า บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในการดำเนินโครงการดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ โดยได้ดำเนินการปิดความเสี่ยงในทุกด้านที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น การทำโปรเจคไฟแนนซ์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทย และประกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นจากธนาคารเอ็กซิมแบงก์ รวมถึงทำประกันที่เกิดจากภัยพิบัติที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินโครงการ และเลือกผู้รับเหมาติดตั้งโซลาร์ฟาร์มที่อยู่ในระดับท็อปของโลก เพื่อการันตีการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ที่บริษัทฯ ต้องการช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในประเทศเมียนมาร์ให้มีเสถียรภาพเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และยังช่วยให้เกิดการจ้างงานภายในท้องถิ่น อีกทั้งสามารถเพิ่มปริมาณ Carbon Credit ให้กับบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการต่อยอดรายได้อีกทางหนึ่งของบริษัทฯ ในอนาคต

“เรามีความมั่นใจในการดำเนินโครงการพัฒนาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เมียนมาร์ในครั้งนี้ เนื่องจากเรามีองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมพลังงาน พร้อมกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่อยู่ในธุรกิจพลังงานมานานกว่า 30 ปี ซึ่งจะช่วยผลักดันโครงการให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้เราก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ส่งผลดีต่อการผลักดันรายได้ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง” ดร.ฤทธี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News