mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทยเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต่างกัน

ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทยมักถูกพูดถึงว่าเป็นตลาดที่โดดเด่นกว่าตลาดอื่นสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักลงทุนในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเช่นนี้   ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ในตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์จะมีการเติบโตที่ดีกว่าตลาดเชิงพาณิชย์อื่นๆ แต่ตลาดนี้ก็ไม่ได้มีความราบรื่นไปเสียทั้งหมด  เพราะมีทั้งด้านที่มีการเติบโตและด้านที่ยังมีความท้าทาย ซึ่งสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้หากมีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐและกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจที่เหมาะสม

นายอาดัม เบลล์ หัวหน้าแผนกพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า “ช่วงก่อนเกิดโควิด-19  โมเดล China Plus One ทำให้เห็นว่ามีผู้ผลิตที่ต้องการกระจายซัพพลายเชนและย้ายฐานการผลิตออกนอกจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น ต้องการกระจายความเสี่ยง และจากข้อพิพาททางการค้าที่เกิดขึ้น  ซึ่งเป็นที่คาดการณ์กันว่าไทย เวียดนาม และมาเลเซียจะเป็นประเทศหลักที่ได้รับผลประโยชน์ แต่จนถึงปัจจุบัน ตัวเลขยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของไทยยังไม่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มนี้   ในการประเมินความสำเร็จของประเทศไทยจากการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)  จะพิจารณาจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมระหว่างปี 2559 - 2563 จากผู้พั ฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่างดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น และอมตะ คอร์ปอเรชั่น  พบว่า ยอดขายที่ดินไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ไทยได้รับจากโมเดล China Plus One”

เวียดนามคือประเทศที่ประสบความสำเร็จมากกว่าในการดึงดูดการลงทุน เพราะมีข้อได้เปรียบ คือ แรงงานมีจำนวนมาก อายุน้อย และอัตราค่าแรงต่ำ  ซึ่งบรรดาผู้ผลิตที่ต้องอาศัยแรงงานจำนวนมากต่างให้ความสนใจเวียดนามมากกว่าไทย

 “ถึงแม้ประเทศไทยอาจไม่สามารถแข่งขันเรื่องค่าแรงได้อีกต่อไป แต่ยังมีข้อได้เปรียบเวียดนามในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดี  มีนิคมอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาและบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ  มีกลุ่มซัพพลายเออร์และแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางมากมาย รวมถึงการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากกว่า 40 ปี ซึ่งน่าจะช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์จากโมเดล China Plus One ได้” นายอาดัมกล่าวเพิ่มเติม

ซีบีอาร์อีเชื่อว่ามีความต้องการสะสมจำนวนมากสำหรับที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ด  แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางในปัจจุบันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจากการเดินทางออกนอกประเทศที่เป็นไปได้ยากของชาวจีน   ประเทศไทยจึงยังคงต้องรอกว่าที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่ามีการเติบโตในตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ คือ ตลาดโกดังสินค้า ที่ขยายตัวมาเป็นเวลาหลายปีจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการแพร่ระบาดของโรคก็ได้กระตุ้นให้การเติบโตในตลาดนี้อย่างมาก   บริษัทด้านอีคอมเมิร์ซกำลังขยายตัวแบบทวีคูณจากการที่ผู้คนเปลี่ยนไปจับจ่ายใช้สอยผ่านทางออนไลน์เนื่องจากการล็อกดาวน์และการแนะนำให้ทำงานและอยู่ที่บ้าน   ซีบีอาร์อีเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเน้นไปที่ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์จะสามารถปลดล็อกศักยภาพในการเติบโตตลาดโกดังสินค้า และลดความท้าทายเรื่องโซนนิ่งสำหรับโกดังสินค้าที่ตลาดกำลังเผชิญอยู่

นายพอล ศรีวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร aCommerce ได้เคยให้ความคิดเห็นกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยกำลังเติบโตในอัตราที่ไม่ธรรมดา   เฉพาะการเติบโตในปี 2563 เพียงแค่ปีเดียวก็ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งแม้ว่าจะมีเพียง 3-4% ของร้านค้าปลีกทั้งหมดในตลาดที่เข้าสู่โลกออนไลน์   แบรนด์และร้านค้าปลีกหลายรายกำลังเร่งปรับเปลี่ยนโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้  ทำให้ยอดขายจากอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 5-8% ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 มาเป็น 25-30% ในปัจจุบัน

การเติบโตดังกล่าวช่วยผลักดันให้เกิดความต้องการพื้นที่โกดังสินค้าจำนวนมหาศาลจากบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง  aCommerce, JD.Com, Shopee และ Lazada เพื่อจัดเก็บสินค้าก่อนกระจายให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

นายอาดัมกล่าวเสริมว่า “ในอนาคตข้างหน้ายังมีความท้าทายรออยู่ แต่เป็นความท้าทายในเชิงบวกจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด   ด้วยลักษณะการดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำเลที่ดีต้องอยู่ใกล้เมืองและเดินทางสะดวก  ทำเลที่โดดเด่นสำหรับโกดังสินค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือ บริเวณถนนบางนา-ตราด ระหว่าง กม.18 - กม.23 ซึ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังไว้ด้วยกัน เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตโซนนิ่งสำหรับโกดังสินค้าขนาดใหญ่ที่บริษัทอีคอมเมิร์ซนิยม   ซีบีอาร์อีพบว่าในทำเลนี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินขนาดใหญ่ที่สามารถนำมาพัฒนาได้ และราคาที่ดินที่มีอยู่ทำให้การพัฒนาคลังสินค้าเป็นเรื่องที่ท้าทาย”

 “ธุรกิจบางประเภทในตลาดโกดังสินค้าอย่างธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโรค  แต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซีบีอาร์อีคาดว่าค่าเช่าโกดังสินค้าจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น  นักพัฒนาโครงการและผู้เช่าอาจจะต้องเริ่มมองหาทำเลที่เป็นทางเลือกอื่นที่มีค่าเช่าต่ำกว่า หรือมีราคาที่ดินที่สามารถชดเชยกับการมีทำเลที่ตั้งที่เป็นรอง  ซึ่งเป็นความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลในด้านดี  ด้วยนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการวางและจัดทำผังเมืองใหม่ที่จะมีการขยายการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มเติม จะทำให้ประเทศไทยกลับมาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านโกดังสินค้าในระดับภูมิภาคอีกครั้ง” นายอาดัมกล่าวสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News