mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บล.ทิสโก้ ชี้ หุ้นไทยกำลังหาจุดต่ำสุดแนะทยอยซื้อสะสมรอเปิดเศรษฐกิจ

บล.ทิสโก้ชี้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงที่เหลือของปี พร้อมเปิดชื่อหุ้นน่าทยอยสะสม รอรับอานิสงส์เปิดเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ 

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Mr. Apichat Poobunjirdkul, Senior Strategist, TISCO Securities Co., Ltd) เปิดเผยว่า ภาพรวมกำไรสุทธิ ไตรมาส 2/2654 ของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) อยู่ที่ 2.75 แสนล้านบาท (626 บริษัทจากทั้งหมด 650 บริษัทใน SET), เติบโตก้าวกระโดด +118% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย +3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) โดยหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมีกำไรเติบโตสูง YoY เนื่องจากฐานกำไรไตรมาส 2 ของปีที่แล้วที่ต่ำมาก เพราะเจอการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ แต่กลุ่มที่ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนอยู่คือ กลุ่ม TOURISM เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์  

หากเปรียบเทียบกำไรสุทธิ ไตรมาส 2/2564 ที่ประกาศออกมากับประมาณการของตลาดโดยรวม (Bloomberg Consensus) จำนวน 206 บริษัท จะมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 2.43 แสนล้านบาท ดีกว่าคาด 10% จากที่ประเมินไว้ที่ 2.21 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น 96 บริษัทมีงบดีกว่าคาด (เพิ่มขึ้นกว่าคาดมากกว่า 5%), 50 บริษัทมีงบตามคาด (เพิ่มขึ้นหรือลดลง ระหว่าง +/- 5%) และ 60 บริษัทมีงบแย่กว่าคาด (ลดลงกว่าคาด -5%) หรือคิดเป็นสัดส่วน 47% : 24% : 29% ตามลำดับ  

  ถึงแม้ผลประกอบการในช่วง ไตรมาส 2/2564ส่วนใหญ่จะดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ แต่กำไรบริษัทจดทะเบียนน่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้ว บล.ทิสโก้มองว่า ประมาณการกำไรของตลาดโดยรวม (SET EPS) มีแนวโน้มปรับลง เพื่อสะท้อนทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการใช้มาตรการควบคุมการระบาดเกินกว่าสิ้นเดือนสิงหาคม

ทั้งนี้ ประมาณการ SET EPS ของตลาดในปี 2564 ยังทรงตัวในระดับสูงที่ 85.0 บาทต่อหุ้น ซึ่งส่วนหนึ่งบล.ทิสโก้เชื่อว่าตลาดยังคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตใหม่ในช่วงปลายปีนี้ แต่อย่างไรก็ดีประมาณการกำไรล่วงหน้าปี 2565 เริ่มมีสัญญาณปรับลงในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนแรกของปีนี้ โดยล่าสุดอยู่ที่ 95.8 บาทต่อหุ้น เทียบจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 96.3 บาทต่อหุ้น

             นอกจากนี้ ในช่วง 1-2 เดือนนี้ บล.ทิสโก้แนะนำให้ติดตามสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น (Hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) โดยเฉพาะการประชุม Jackson Hole Economic Symposium ในวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ ว่าจะเริ่มต้นส่งสัญญาณการลดทอนการเข้าซื้อสินทรัพย์ลงหรือไม่ (QE Tapering) และการประชุม FED ในวันที่ 21-22 กันยายน ที่จะมีการเปิดเผยคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) สำหรับปี 2567 เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยที่ต่อเนื่องจากปี 2566 หลังจากที่การประชุม FED เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา เพิ่งมีการปรับ Dot plot ขึ้น 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2566 เทียบจากเดิมไม่คาดจะเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี 2566  ถึงแม้บล.ทิสโก้จะไม่เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดขึ้น (Hawkish) จะเป็นจุดจบของตลาดหุ้นโลกขาขึ้น แต่น่าจะกดดันให้ตลาดหุ้นเกิดการปรับฐานลงได้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทุกเดือนตลอดทั้งปีนี้

  สำหรับธีมหุ้นแนะนำเทรดดิ้งในระยะสั้น คือ 1. หุ้นที่ตลาดมีโอกาสปรับมุมมองในเชิงบวกขึ้นหลังงบไตรมาส 2 ดีกว่าคาดและไตรมาส 3 มีแนวโน้มดีต่อ คือ AH, BCH, IVL, JWD, PTTGC, SAT, SFT, SMPC, TPIPL, VIBHA และ WICE  

  1. หุ้นอิงดีมานด์ในต่างประเทศและได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า คือ กลุ่ม ETRON ได้แก่ KCE และ HANA กลุ่ม FOOD ได้แก่ CBG, GFPT, SAPPE และ TU กลุ่ม TRANS (เดินเรือและ โลจิสติกส์) ได้แก่ PSL, TTA, JWD และ WICE 
  2. หุ้นคาดรับอานิสงส์เชิงบวกจากการระบาดและการล็อกดาวน์ยืดเยื้อ คือ กลุ่ม HELTH ได้แก่ BCH และ BDMS กลุ่ม ICT & IT ได้แก่ ADVANC, DTAC, AS, COM7 และSYNEX กลุ่มอื่นๆ ได้แก่ KEX
  3. หุ้นหลบภัยพื้นฐานดีมีรายได้มั่นคง คือ ADVANC, EASTW และ EGCO และ หุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผล (Div. Yield) งวดนี้รออยู่มากกว่า 2% แนะนำ LH (XD 24 ส.ค. @ Bt0.25), PROSPECT (XD 23 ส.ค. @ Bt0.235), SMPC (XD 23 ส.ค. @ Bt0.35), SPALI (XD 24 ส.ค. @ Bt0.5), STA (XD 23 ส.ค. @ Bt1.25), STGT (XD 23 ส.ค. @ Bt1.25), TU (XD 23 ส.ค. @ Bt0.45) และTVO (XD 27 ส.ค. @ Bt1.3)

              สำหรับธีมหุ้นที่แนะนำหาจังหวะตั้งรับเพื่อหวังผลในระยะถัดไปเมื่อมีการทยอยเปิดเศรษฐกิจ (Re-opening) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐช่วงปลายปีนี้ แนะนำ AOT, BAM, BEM, CPALL, CPN, CRC, MTC และ STEC  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News