mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ซีเค พาวเวอร์ แข็งแกร่ง มั่นคงและยั่งยืน กำไร Q2/64 พุ่ง 845%

CKPower แข็งแกร่ง มั่นคงและยั่งยืน กำไร Q2/64 พุ่ง 845% คาด Q3 ผลประกอบการยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากปริมาณน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในฤดูฝน และการรับรู้กำไรจากการถือหุ้นเพิ่มใน ‘ไซยะบุรี พาวเวอร์’ 

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ “CKP” เปิดเผยผลการดำเนินงานของกลุ่ม CKPower ในไตรมาสที่ 2/2564 และครึ่งปีแรกของปี 2564 ว่า CKPower มีกำไรโตต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 707.0 ล้านบาท เติบโตขึ้น 801.9 ล้านบาท หรือ 845.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุน 94.9 ล้านบาท และมีรายได้รวม 2,295.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.0 ล้านบาท หรือ 25.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,831.2 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 CKPower มีกำไรสุทธิ 821.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 289.1% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่ขาดทุน 434.4 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมในช่วงครึ่งปีแรก 4,396.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 803.1 ล้านบาท หรือ 22.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,593.1 ล้านบาท

โดยผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 (NN2) ซึ่งในไตรมาส 2 มีรายได้ 956.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 563.5 ล้านบาท หรือ 143.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ                ในครึ่งปีแรกปีนี้มีรายได้ 1,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 946.4 ล้านบาท หรือ 123.1% ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว มาจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในปีนี้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีปริมาณน้ำสะสม ณ ต้นปี 2564 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) เพิ่มขึ้น 616.9 ล้านบาท หรือ 626.3% YoY ในไตรมาส 2/2564 และเพิ่มขึ้น 915.6 ล้านบาท หรือ 208.5% YoY ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมีสาเหตุหลัก          มาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเฉลี่ยที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับ XPCL มีค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและการทยอยชำระคืนเงินต้น

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งแล้ว เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 บริษัทฯ        ได้มีการออกหุ้นกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดในไตรมาส 2 ปี 2564 ซื้อสินทรัพย์หรือลงทุนในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่อันดับ “A-” แนวโน้ม “คงที่” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และวันที่ 29 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ ได้ทำการชำระเงินค่าหุ้น XPCL ที่บริษัทฯซื้อเพิ่มร้อยละ 5 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นใน XPCL ของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจาก 37.5% เป็น 42.5% ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 โดยใช้วงเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 1,800 ล้านบาทในการชำระค่าหุ้นดังกล่าว

ทั้งนี้ในไตรมาส 3/2564 คาดว่า CKPower จะมีผลการดำเนินงานที่ดีต่อเนื่อง จากปริมาณการผลิตไฟฟ้าของ NN2 และ XPCL ที่คาดว่าจะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2 โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี สามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และที่สำคัญ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ XPCL เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาส 3 นี้เป็นต้นไปอีกด้วย

“ขณะนี้ CKPower อยู่ระหว่างเตรียมการในการออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนการเบิกวงเงินกู้ระยะสั้นที่ใช้ชำระค่าหุ้นส่วนที่มีการซื้อเพิ่มของ XPCL และคาดว่าจะออกเสนอขายหุ้นกู้ได้ในไตรมาส 4 นี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพตลาด นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมการจัดอันดับเครดิตของ XPCL ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้  เพื่อรองรับแผนการออกหุ้นกู้ในปี 2565”                   นายธนวัฒน์กล่าว

ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปัจจุบัน ไม่มีผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่งของ CKPower เนื่องจากบริษัทได้จัดเตรียมแผนเพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) สำหรับรองรับต่อสถานการณ์และเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทไว้อย่างรอบคอบ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มอบเงินสนับสนุนการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 2,000,000 บาท ให้แก่มูลนิธิมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ศูนย์บริการสาธารณสุข 4 ดินแดง สำนักอนามัยกรุงเทพ เพื่อสนับสนุนการให้บริการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน รวมทั้งมอบเจลแอลกอฮอล์ให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าบางปะอิน       โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในเครือของ CKPower อีกด้วย นายธนวัฒน์กล่าวเสริม

ข้อมูลเกี่ยวกับ CKPower: บริษัทฯ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 13 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้งที่ 2,167 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย (1) โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ และบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 42.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ (2) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จำนวน 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และ (3) โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 100% จำนวน 7 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 15 เมกะวัตต์ ภายใต้ บริษัท เชียงราย โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News