mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

นักวิชาการ CMMU แนะ 3 ปัจจัย ช่วยรัฐปลุกดัชนีความเชื่อมั่น“นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ”

นักวิชาการด้านธุรกิจระหว่างประเทศและการจัดการความหลากหลาย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) แนะทุกหน่วยงานช่วยรัฐเสริมความเข้มแข็งประเทศใน 3 ปัจจัย รับแผนนโยบายเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศรับไตรมาส 3  ดังนี้ 1. ส่งเสริมการจับจ่าย-ท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism)  2. เชื่อมการท่องเที่ยวอาเซียนด้วยดิจิทัลโรดแมป (Digital Roadmap) 3. สร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างเทศและประชากรไทย พร้อมย้ำการส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ช่วยหนุนธุรกิจอีกจำนวนมาก นอกเหนือจากธุรกิจท่องเที่ยวให้ดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน

รศ. ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา นักวิชาการด้านธุรกิจระหว่างประเทศและการจัดการความหลากหลาย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) และผู้ประสานงานกลาง ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน ที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจมีแนวโน้มเกิดการระบาดระลอก 4 รวมถึงแผนนโยบายเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ดังนั้น เพื่อฟื้นดัชนีความเชื่อมั่นในกลุ่มคนดังกล่าว ประเทศต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อเสริมความเข้มแข็งประเทศใน 3 ปัจจัย ดังนี้

  • -ส่งเสริมการจับจ่าย-ท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism) เมื่อผ่านขั้นตอนของการให้บริการวัคซีนแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่สามารถเดินทางได้ย่อมมีความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ประเทศควรวางกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวภายในประเทศในหลากหลายรูปแบบ อาทิ งดเว้นการกักตัวกรณีเดินทางข้ามจังหวัด หรือเลือกโชว์พาสปอร์ตท่องเที่ยวทดแทนการกักตัว ในกรณีที่มีเอกสารทางการแพทย์ยืนยัน เช่น การรับวัคซีนครบโดส หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับค่าเดินทางด้วยเครื่องบิน โรงแรม กรณีท่องเที่ยวในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่กำหนดสำหรับผู้รับวัคซีนครบ ฯลฯ อันก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ชุมชน ก่อนจะขยายวงกว้างไปยังระดับจังหวัดและประเทศเป็นลำดับ
  • -เชื่อมการท่องเที่ยวอาเซียนด้วยดิจิทัลโรดแมป (Digital Roadmap) กรณีที่ภาพรวมสถานการณ์โควิดในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต ประเทศควรกระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยเริ่มจากระดับเมืองต่อเมือง มากกว่าประเทศต่อประเทศ เพราะการควบคุมทำได้ยาก โดยประสานไปยังเมืองต้นทางนั้นๆ ระบุถึงกฎการเดินทางอย่างชัดเจน เพื่อขยายความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ผ่านการใช้ ‘Digital Roadmap’ โรดแมปขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่าง ‘Digital Tourist’ การนำระบบ Digital Vaccine Passport มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ สู่การสร้างคลังข้อมูลนักท่องเที่ยว (Big Data) เพื่อให้หน่วยงานในประเทศต่างๆ สามารถติดตามหรือตรวจสอบได้ ทั้งประวัติการเดินทาง ประวัติสุขภาพ การรับวัคซีน ฯลฯ
  • -สร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างเทศและประชากรไทยผ่านการใช้นวัตกรรมและการสื่อสารข้อมูล เศรษฐกิจจะขับเคลื่อนได้ย่อมเกิดจาก ความเชื่อมั่นในหมู่นักท่องเที่ยวและประชากรไทยที่มีต่อการนำนวัตกรรมที่ลดกระบวนการติดต่อระหว่างบุคคลในเมืองหรือประเทศนั้นๆ ว่าเมื่อตัดสินใจเดินทางแล้วจะได้รับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความชัดเจนในการสื่อสารข้อมูล โดยเฉพาะการรายงานเรื่อง ‘วัคซีน’ ทั้งในมิติวัคซีนทางเลือกที่มีคุณภาพ แผนการนำเข้า-จัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ สถิติผู้เข้ารับวัคซีนของแต่ละจังหวัด ฯลฯ ซึ่งควรจัดสรรการให้บริการวัคซีนตามเป้าที่ระบุไว้คือ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ครอบคลุม 70% ของประชากรโดยแท้จริงภายในสิ้นปี 2564

อย่างไรก็ดี จากสิทธิที่ทุกคนพึงได้รับตามมาตรฐานด้านสุขภาพสูงสุด ระบุว่า “ตามรัฐธรรมนูญขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี พ.ศ.2489 ทุกประเทศในโลกได้ร่วมทำข้อตกลงระหว่างประเทศและร่วมมือกับรัฐบาล ในการจัดการสิทธิด้านสุขภาพให้ประชากรทั่วโลกมีสุขภาพที่แข็งแรง รวมทั้งกำหนดหน้าที่รับผิดชอบนอกอาณาเขตสำหรับความช่วยเหลือและความร่วมมือระหว่างประเทศ” ดังนั้น ในสถานการณ์โควิด-19 จะต้องมีการแจกจ่ายวัคซีนทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประชาชนและความมั่นคงให้ประเทศ และหากพิจารณาจะพบว่า การส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำ เพราะเมื่อทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสตามจำนวนแล้ว จะช่วยเสริมสร้างรากฐานความแข็งแรง และต่อยอดสู่การขับเคลื่อนธุรกิจ การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศต่อไปในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน กล่าวคือ “ทุกคนมีสิทธิพึงได้วัคซีนอย่างเท่าเทียม” รศ. ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-206-2000 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ “CMMU Mahidol”  (https://www.facebook.com/CMMUMAHIDOL)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News