‘ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์’ หรือ CPT ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้ากำลังสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่ องจักร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิ งการแข่งขันแก่ภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์ มอเตอร์ขนาดใหญ่และระบบควบคุ มไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่ อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย (ซึ่งแตกต่างจากผู้ผลิตตู้ไฟฟ้ ารายอื่น) มองแนวโน้มไตรมาส 2/61 ผลงานแจ่ม จากปริมาณการส่งมอบงานให้แก่ลู กค้าที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนั ยสำคัญ หลังตุน Backlog ในมือ 336 ล้านบาท พร้อมเร่งสรุปแผนเปิดสำนั กงานในต่างประเทศภายในไตรมาส 3 ปีนี้ คาดประเดิมที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนเปิดให้ครบในอีก 2 ประเทศตามแผนภายในปีนี้ มั่นใจปี 61 รายได้เติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 10% แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 ทำรายได้รวม 185.83 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 1.04 ล้านบาท ชะลอตัวลง เหตุจากปริมาณการส่งมอบงานให้ แก่ลูกค้าในช่วงต้นปียังมีน้อย
นายสมศักดิ์ หลิมประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้ากำลั งสำหรับควบคุมการทำงานของเครื่ องจักร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเชิ งการแข่งขันแก่ภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมถึงการจำหน่ายอุปกรณ์ และระบบควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงให้บริการติดตั้งและก่ อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานในปีนี้ บริษัทฯ จะเร่งเข้าร่วมประมูลงานจากลู กค้าเพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือ (Backlog) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่ นประมูลงาน รวมมูลค่าโครงการ 700-800 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยทราบผลการประมู ลในไตรมาส 2/61 ซึ่ง CPT คาดว่าจะได้รับงานไม่น้อยกว่า 40% และได้ยื่นเสนอราคางานก่อสร้ างสถานีโรงไฟฟ้าย่อย ขนาด 300 MW ให้แก่ผู้ได้รับสัมปทานทั้งหมด 17 ราย โดยตั้งเป้าหมายจะชนะการประมู ลรับงานก่อสร้างงานดังกล่ าวจำนวน 6 โรง คิดเป็นรายได้ประมาณ 420 ล้านบาท
ทั้งนี้ CPT ประเมินว่าตั้งแต่ไตรมาส 2/61 จนถึงสิ้นปีนี้ ปริมาณงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่ างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังซึ่ งเป็นฤดูการส่งมอบสินค้าของบริ ษัทฯ ให้แก่กลุ่มลูกค้าโรงงานอุ ตสาหกรรมน้ำตาลทราย ที่จะเริ่มดำเนินการปรับปรุ งเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการเปิดหีบผลผลิตอ้อยรอบใหม่ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานแห่ งใหม่เพื่อผลิตตู้ไฟฟ้ ามาตรฐานสูง (Metal-Clad Switchgear) คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตสิ นค้าได้ในช่วงปลายปีนี้ซึ่ งจะเข้ามาช่วยเสริมศั กยภาพการดำเนินงานและขยายฐานลู กค้ารายใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/61 CPT มี Backlog ทั้งสิ้น 336 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยส่งมอบงานและรับรู้ รายได้ในปีนี้เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือจะรับรู้รายได้ในปี ถัดไป เช่น โครงการขยายไลน์กำลังการผลิตน้ำ ตาลและโรงไฟฟ้าของโรงงานบริษั ทน้ำตาลไทยอุดรธานี, โครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้ าของโรงงานน้ำตาล Phnom Penh Sugar ในประเทศกัมพูชา, และโครงการผลิตไฟฟ้า Power Cogeneration ของบริษัทไทยเปเปอร์มิลล์, การก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ระดับความดัน 115 KV พร้อมระบบควบคุม SCADA สำหรับจ่ายไฟฟ้าของอลูคอน และผลิตตู้ไฟฟ้ากำลังระดั บความดันปานกลาง สำหรับจ่ายไฟฟ้าของโรงงานน้ำ ตาลและโรงผลิตไฟฟ้าของโรงงานน้ำ ตาลไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม เป็นต้น
ส่วนความคืบหน้าแผนลงทุ นในตลาดต่างประเทศนั้น คาดว่าจะตั้งสำนั กงานขายในประเทศฟิลิปปินส์ได้ ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ก่อนจะทยอยเปิดให้ครบทั้งในเวี ยดนามและอินโดนีเซียภายในปีนี้ เช่นกัน ซึ่งได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ 70 ล้านบาท เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าโรงงานอุ ตสาหกรรมในภูมิภาคนี้ที่มี แนวโน้มเติบโตที่ดี
“เรามั่นใจว่าปีนี้ จะทำยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% โดยฐานรายได้หลักมาจากกลุ่มธุ รกิจขายตู้ไฟฟ้าระบบควบคุมเครื่ องจักรและตู้ควบคุมการจ่ายไฟฟ้ าระดับแรงดันต่ำให้แก่กลุ่ มโรงงานน้ำตาลทราย และจะมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมจากโรงงานแห่ งใหม่ที่จะแล้วเสร็จในช่วงครึ่ งปีหลัง ทำให้เราสามารถขยายฐานลูกค้ ารายใหม่ๆ ได้มากขึ้น รวมถึงส่งมอบงานโรงไฟฟ้าขนาดเล็ กให้แก่ลูกค้าได้ตามแผนเพื่อสนั บสนุนการดำเนินงานในปีนี้” นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 (มกราคม-มีนาคม 2561) บริษัทฯ มีรายได้รวม 185.83 ล้านบาท ลดลง 27.48% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่ อนที่มีรายได้รวม 256.26 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.04 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายตู้ไฟฟ้ าระบบควบคุมมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่ ไปขับเคลื่อนเครื่องจักร ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ผลักดั นยอดขายในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี นี้ชะลอตัวลง จากปริมาณงานในช่วงต้นปีนี้ที่ ยังมีน้อย เนื่องจากโรงงานอุ ตสาหกรรมขนาดใหญ่อยู่ระหว่ างการวางแผนลงทุนใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าจะทยอยออกมาอย่างต่ อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จึงเป็นโอกาสของ CPT ที่มีศักยภาพการดำเนินงานที่ดี ในการคว้างานใหม่เพิ่มขึ้น