mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ttb analytics คาดปี 64 ราคาเหล็กปรับขึ้น 18% ชี้ธุรกิจที่ใช้เหล็กสูงมาร์จิ้นลด 2-4%

จากสถานการณ์ปัจจุบันราคาเหล็กทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันในปี 2564 ที่ราคาปรับสูงขึ้นกว่า 2 เท่าตัว ทั้งนี้ รายงานของ The  World Steel Association (เดือนเมษายน 2564) คาดว่าในปี 2564 การบริโภคเหล็กทั่วโลกจะขยายตัวที่ 5.8% จากปี 2563 ที่หดตัว 0.2% สาเหตุหลักเกิดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาที่เร่งฉัดวัคซีนและจะเริ่มเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในปลายปี 2564 นี้ โดยสหรัฐอเมริกา มีการบริโภคเหล็กขยายตัว 8.1% และกลุ่มประเทศอียู มีการบริโภคขยายตัว 10.2% ในขณะที่จีน ซึ่งเป็นตลาดเหล็กรายใหญ่ของโลกคิดเป็น 56% ของการบริโภคทั่วโลก คาดว่าปีนี้จะขยายตัวเพียง 3.0% จากปี 2563 ที่ขยายตัวสูงถึง 9.1% เนื่องจากปี 2563 จีนจัดการการระบาดของโรคโควิด-19 ได้เร็วในช่วงไตรมาสแรก ทำให้การบริโภคเหล็กในประเทศกลับมาเร็ว

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ว่าความต้องการเหล็กจะปรับเพิ่มขึ้น จึงเกิดความกังวลด้านซัพพลายเหล็กว่าจะเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลกคิดเป็น 58% ของการผลิตโลก มีนโยบายควบคุมโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานปล่อยมลพิษในเมืองถังซาน ซึ่งเป็นเมืองที่ผลิตเหล็กคิดเป็น 14% ของกำลังการผลิตรวมในจีน จึงทำให้เกิดการความกังวลด้านซัพพลาย และเก็บกักสต็อกเหล็กในประเทศ ทำให้ราคาเหล็กของจีนและเหล็กทั่วโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกระทบต่อผู้บริโภคเหล็กในประเทศจีนมาก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทางการจีนออกมาตรการควบคุมไม่ให้ราคาเหล็กในประเทศพุ่งสูงขึ้นมากเกินไป ด้วยการควบคุมระดับสต็อกเหล็กของผู้ประกอบการในประเทศ เพื่อลดการเก็งกำไร ทำให้ราคาเหล็กในจีนปรับตัวลดลง

ttb analytics คาดว่า ในปี 2564 ราคาเหล็กโลกจะเพิ่มขึ้นจากปี 2563 เฉลี่ยกว่า 75% โดยประเมินว่าระดับราคาเหล็กในครึ่งปีแรกจะเป็นระดับราคาสูงสุดในปี 2564 นี้ และในช่วงครึ่งปีหลัง ราคาเหล็กจะมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการที่ทางการจีนใช้มาตรการควบคุมราคาเหล็ก เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคเหล็กในประเทศ ประกอบกับระดับราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของโลกในประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น หลังปรับลดกำลังการผลิตลงในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563 ที่ผ่านมากว่า 10-20%

คาดราคาเหล็กในประเทศปี 2564 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ในขณะที่ปี 2563 ลดลง 7.2% จากลงทุนเอกชนน้อย

การศึกษาความสัมพันธ์การส่งผ่านราคาเหล็กโลกและการลงทุนภาคเอกชนไปยังราคาเหล็กในประเทศ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าการเคลื่อนไหวของราคาเหล็กในประเทศจะแปรผันไปตามภาวะการลงทุนในประเทศ มากกว่าระดับราคาเหล็กในตลาดโลก โดยการลงทุนในประเทศที่เพิ่มขึ้น 1% จะส่งผ่านไปยังราคาเหล็กในประเทศให้เพิ่มขึ้น 0.48% ในขณะที่ระดับราคาเหล็กทั่วโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น 1% จะส่งผ่านไปยังราคาเหล็กในประเทศให้เพิ่มขึ้น 0.13% ดังนั้น จากแนวโน้มการลงทุนในประเทศที่คาดว่าจะเริ่มทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 นี้หลังจากมีการเร่งฉีดวัคซีนเริ่มส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและส่งผลให้มีการลงทุนเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาเหล็กทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการที่จีนเข้ามาควบคุมการเก็งกำไรสต็อกในประเทศ และกลุ่มประเทศผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่มีแรงจูงใจด้านราคาเพิ่มกำลังผลิตเหล็กมากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ttb analytics คาดว่าจะทำให้ราคาเหล็กในประเทศของไทยปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% โดยครึ่งปีแรกปรับเพิ่มขึ้น 25% ในขณะที่ครึ่งปีหลังปรับเพิ่มขึ้น 12% โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การฟื้นตัวของการลงทุนในประเทศ และระดับราคาเหล็กในประเทศจีนเนื่องจากไทยพึ่งพิงการนำเข้าเหล็กจีนถึง 35%ของการนำเข้ารวม โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กโทรนิกส์

คาดการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปในประเทศกลับมาฟื้น 5-8% จากปี 2563 ที่หดตัวจากการระบาดของ

โรคโควิด-19

คาดว่า ในปี 2564 นี้การบริโภคเหล็กสำเร็จรูปในประเทศจะขยายตัว 5-8% จากปี 2563 ที่หดตัว 11.6% จากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การบริโภคเหล็กที่นำไปผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปลดลง แม้ว่าการบริโภคเหล็กในปี 2564 นี้ จะมีการฟื้นตัวดีขึ้น จากอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อันได้รับผลดีจากการส่งออกที่ดีขึ้น แต่ธุรกิจก่อสร้างที่มีการบริโภคเหล็กถึง 63% ของการบริโภคเหล็กรวมทั้งประเทศ พบว่ายังมีการฟื้นตัวช้า โดยปริมาณการขายปูนซีเมนต์ในไตรมาสแรกของปี 2564 ยังหดตัว 5.9% จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอลง และประเมินว่าผลกระทบจะต่อเนื่องในไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้ ช่วงกลางไตรมาส 3 เป็นต้นไป ธุรกิจก่อสร้างจะทยอยฟื้นตัว  เนื่องจากจะได้รับผลดีจากการกระจายฉีดวัคซีนมากขึ้น การติดเชื้อใหม่ลดลง ในขณะที่ธุรกิจยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประเมินว่าเป็นธุรกิจที่ฟื้นตัวได้ดีจากภาคการส่งออกที่ดีขึ้นนับตั้งแต่ต้นปี 2564 จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในประเทศพัฒนาแล้ว 

ธุรกิจบริโภคเหล็กปลายน้ำส่อเค้า มาร์จิ้นลด 2-4%

ttb analytics ทำการศึกษาผลกระทบราคาเหล็กในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยวิเคราะห์จากโครงสร้างต้นทุนเหล็กต่อต้นทุนรวม และอัตรากำไรขั้นต้นจากงบการเงินเฉลี่ยของธุรกิจ โดยเจาะลึกธุรกิจที่บริโภคเหล็กมาก ได้แก่ ภาคก่อสร้าง (63%) ภาคยานยนต์ (17%) เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (9%) และเครื่องจักรและอุปกรณ์ (5%) พบว่า ระดับราคาเหล็กในประเทศที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ในปี 2564 นี้ ธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบต่อมาร์จิ้นสูงสุด ได้แก่ เครื่องจักรกลและชิ้นส่วน ยานยนต์และชิ้นส่วน รับเหมาก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมาร์จิ้น

ของธุรกิจจะลดลง 4.0% , 3.2% , 3.0% และ 2.4% ตามลำดับ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ พึ่งพิงวัตถุดิบเหล็กมาก แต่ความสามารถในการปรับราคาขายต้องใช้เวลานาน ทำให้อัตรากำไรลดลงจากภาวะต้นทุนเหล็กที่เพิ่มสูงขึ้น และหากแยกผลกระทบรายครึ่งปี พบว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ราคาเหล็กในประเทศเพิ่มสูงเฉลี่ย 25% มาร์จิ้นของธุรกิจลดลง 2.3% – 5.3% และในช่วงครึ่งปีหลังราคาเหล็กเริ่มผ่อนคลายทำให้ราคาเหล็กเฉลี่ยเพิ่มขึ้น12% ในขณะที่มาร์จิ้นจะลดลง 1.1% -2.7%

ดังนั้น ธุรกิจผู้บริโภคเหล็กปลายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาขึ้นของวัตถุดิบทำให้มาร์จิ้นลดลง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะบริหารจัดการวัตถุดิบสต็อกเหล็กในคงคลังให้สั้นลงและขายให้เร็วขึ้น และหากเป็นไปได้ เมื่อมีการซื้อวัตถุดิบเหล็กในราคาสูงและจำเป็นต้องปรับเพิ่มราคาสินค้าขายเมื่อผลิตเสร็จ ควรทำการเจรจากับผู้ซื้อสินค้าล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ซื้อทราบเงื่อนไขเตรียมรับคำสั่งซื้อในราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News