mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กูรูสิ่งแวดล้อม ชวนคนไทยรวมพลัง “ลดโลกรวน” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

กฟผ. ระดมเหล่าคนรักษ์โลกเสนอแนวทางกู้วิกฤตโลกรวน ชวนคนไทยสร้างอากาศบริสุทธิ์และ สิ่งแวดล้อมที่ดี เริ่มได้ที่ตัวเอง เสนอให้องค์การต่างๆ กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้ชัดเจน กู้วิกฤตโลกรวนร่วมกัน พร้อมเชิญชวนชมนิทรรศการรักษ์โลกแบบออนไลน์ “Green For ALL...รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อโลก เพื่อเรา” ได้ที่  https://env64.egat.co.th/

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดงานวันสิ่งแวดล้อม กฟผ. เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ของทุกปี ด้วยการจัดเสวนาแบบ Live สด ในหัวข้อ “ภาวะโลกรวน ป่วนลมหายใจ” เพื่อร่วมหาทางออกในการกู้วิกฤตสภาพอากาศของโลก กับคนดังด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)  ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล กรรมการ กฟผ. และรองคณบดีด้านยุทธศาสตร์และนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. และผู้ดำเนินรายการ นายพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร พิธีกร และนักออกแบบเพื่อความยั่งยืน ร่วมเสวนาผ่านเฟซบุ๊ก กฟผ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่ www.facebook.com/EGAT.Official

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ให้แนวคิดว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่มีความสำคัญระดับโลก นานาประเทศต่างผนึกกำลังร่วมกันแก้ปัญหานี้ จากการจัดอันดับพบว่าประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณร้อยละ 0.8 ของการปล่อยทั้งโลก โดยเฉพาะภาคพลังงานและภาคขนส่ง และยังเป็นประเทศที่ได้รับความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นลำดับที่ 8 ของโลกอีกด้วย สำหรับ สผ. จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนกำหนดนโยบายและแผนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้แล้ว เราทุกคนต้องช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มที่ตัวเราก่อน ในฐานะที่ทุกคนเป็นผู้บริโภค สามารถเลือกสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น การใช้รถไฟฟ้าในเมืองแทนการขับรถยนต์ส่วนตัว เป็นต้น รวมถึงช่วยกันปลูกต้นไม้ให้เพิ่มขึ้น และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน

ศาสตราจารย์ ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ให้ทัศนะว่า ปัญหาสภาพอากาศทั้งการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ทุกคน โดยปัญหาฝุ่น PM2.5 ถือเป็นประเด็นที่สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมถึงกลุ่มอื่น ๆ อาทิ การศึกษา สื่อมวลชน และสตาร์ทอัพ ซึ่งแต่ละองค์กรต้องมีบทบาทในการสร้างสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนร่วมกัน โดยการกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อมและนำมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีหลักการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมองค์กรแบบมีส่วนร่วม (Cooperate Environmental Management: CEM) เป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึง กฟผ. พัฒนานวัตกรรมการตรวจวัดและคาดการณ์คุณภาพอากาศผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน Sensor for All ให้บริการข้อมูลสถานการณ์และคาดการณ์คุณภาพอากาศ เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถวางแผนในทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันและร่วมดูแลสภาพอากาศให้ดีขึ้น อันเป็นการใช้ผลจากงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมาร่วมกับการจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อประกอบกับการสื่อสารนโยบายสิ่งแวดล้อมขององค์กรไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ รวมถึงการบริหารจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างทั่วถึง ก็จะช่วยในการจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ไปจนถึงการขับเคลื่อนให้ประเทศบรรลุเป้าหมายในการเป็นสังคมที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้ในอนาคต

ด้าน นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร เล่าถึงแนวคิดในการดูแลสิ่งแวดล้อมว่า กฟผ. ตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาโดยตลอด โดยมีส่วนผลักดันการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกภาคพลังงานตั้งแต่ปี 2549 ทั้งยังให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่การดำเนินภารกิจหลักในการผลิตและส่งไฟฟ้า เช่น ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนการดำเนินโครงการ ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าและการบำบัดมลสาร ปลูกป่ากว่า 4.7 แสนไร่ ซึ่งช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากถึง 9.74 ล้านตัน/ปี ส่งเสริมการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงผ่านโครงการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 พัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศเพื่อพยากรณ์ข้อมูลคุณภาพอากาศรอบโรงไฟฟ้า ใช้นวัตกรรมผลิตไฟฟ้าแบบไฮบริดช่วยลดความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ โรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังแบ่งปันข้อมูลด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกับด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการห้องเรียนสีเขียว เป็นต้น โดยอาศัยกลยุทธ์ EGAT Air T-I-M-E ขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและอากาศบริสุทธิ์ให้กับโลก ประกอบด้วย T-Tree & Tourism การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน I-Innovation การพัฒนานวัตกรรมเพื่อดูแล ลดปัญหา และจัดการคุณภาพอากาศ M-Monitoring การตรวจวัดและแสดงผลคุณภาพอากาศให้ประชาชนตระหนักและปรับพฤติกรรม และ E- Education & Engagement การสื่อสารความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม

นายพิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร หรือท็อป ให้มุมมองว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้ ทั้งเพื่อตนเองและลูกหลานรุ่นต่อไป ซึ่งในภาคประชาชนสามารถเริ่มได้ง่าย ๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยพกกระบอกน้ำ พกปิ่นโต ใช้ถุงผ้า เพื่อลดการใช้พลาสติก หรือในภาคเอกชนที่ต้องมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และภาครัฐออกกฎหมายรักษาสิ่งแวดล้อมให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน หรือแม้กระทั่งภาคการศึกษา สามารถนำองค์ความรู้หรือแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปสอดแทรกในการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างทัศนคติในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับเยาวชนได้อีกทาง

สำหรับสายกรีนและประชาชนทั่วไปสามารถศึกษาข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้ที่นิทรรศการออนไลน์ (E- Exhibition) ผ่านทางเว็บไซต์ https://env64.egat.co.th/ ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์รูปแบบใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานผ่านโลกออนไลน์ โดยรวบรวมความรู้และความสนุกมาไว้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การดูแลคุณภาพอากาศ การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. โครงการสิ่งแวดล้อมเพื่อชุมชน โครงการรักษ์โลก และโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดใหญ่ที่สุดในโลกของเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี โดยผู้ร่วมเล่นเกมในนิทรรศการและผู้ตอบแบบสอบถามบนเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 2 – 30 มิถุนายน 2564 จะมีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกจาก กฟผ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News