mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธนาคารทิสโก้ เปิด 2 เมกะเทรนด์จีน อนาคตรุ่งคาดรายได้ - กำไร โตเด่นตามยุทธศาสตร์ชาติ

ธนาคารทิสโก้ชี้ ธุรกิจการบริโภคและนวัตกรรมการแพทย์ของจีน เป็น 2 เมกะเทรนด์ที่มีอนาคตสดใส เพราะได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีนระยะ 5 ปี ที่เน้นพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการบริโภคในประเทศ

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr.Nattakrit Laotaweesap, Head Of Wealth Advisory of TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นทัั่วโลกปรับขึ้นรับข่าวเศรษฐกิจฟื้นตัวท่ามกลางการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID - 19 และการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการการเงินการคลังอย่างต่อเนื่อง หากนักลงทุนต้องการเลือกลงทุนในตลาดหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลางถึงยาว ธนาคารทิสโก้มองว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ช่วยตอบโจทย์การลงทุนดังกล่าวได้ดีที่สุด เนื่องจากราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และต่ำกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค จึงมีโอกาสการปรับขึ้น (Upside) มากกว่า อีกทั้ง ตลาดหุ้นจีนยังได้แรงส่งจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาอ่อนค่าลงอีกด้วย

ด้านภาคเศรษฐกิจของจีนก็ฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยจีนเป็นประเทศหลักเพียงประเทศเดียวที่เศรษฐกิจกลับสู่ระดับก่อน COVID-19 ได้แล้ว ซึ่งตลาด (Bloomberg Consensus) คาดว่าเศรษฐกิจจีน ปี 2564 จะขยายตัว 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนได้เติบโตสูงถึง 18.3% นับเป็นตัวเลขการเติบโตสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากยอดค้าปลีก (Retail Sales) ที่ขยายตัว 33.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ธนาคารทิสโก้ประเมินว่า เศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ในระยะยาวตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2564- 2568) โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ย 5-6% ต่อปี มุ่งเน้นการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเน้นการเติบโตในประเทศเป็นหลัก โดยธนาคารทิสโก้คาดว่า กลุ่มอุตสาหกรรมดาวรุ่งที่จะได้รับประโยชน์จากแผนดังกล่าว จนอาจเรียกได้ว่าจะเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์ของจีน มี 2 กลุ่ม คือ 

       1. กลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคของจีน (China Consumer Discretionary) เช่น อีคอมเมิร์ซ (E-commerce)  พลังงานสะอาด (EV) การศึกษาออนไลน์ (Online Education) และธุรกิจเกมและบริการที่เกี่ยวข้อง (Gaming Services) โดยธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสเติบโตตามแรงหนุนของรัฐบาลจีนที่ต้องการเติบโตจากการบริโภคในประเทศ รวมถึงการเน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

      “แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่ม China Consumer Discretionary ปรับตัวลดลงมาชั่วคราวจากความกังวลด้านกฎเกณฑ์จากภาครัฐ แต่ยังมีโอกาสเติบโตตามการบริโภคภายในประเทศและรายได้ต่อหัวของชนชั้นกลางรุ่นใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าให้ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ขึ้นมามีสัดส่วนราว 10% ของ GDP ภายในปี 2568 ด้วยการเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี 5.0 ทั้งเทคโนโลยี 5G, AI (Artificial Intelligence), Internet of Things, Smart Cities และ Semiconductors อีกทั้ง ยังตั้งเป้างบประมาณการลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาให้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 7% พร้อมกับการเพิ่มจำนวนการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมประเภท High-value Innovation ส่งผลให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับขนาดของ GDP” นายณัฐกฤติกล่าว

       นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับบริษัทข้ามชาติ ทำให้กลุ่มนวัตกรรมของจีนได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของคนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับในช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา ส่งผลเกิดการเร่งตัวให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น มีความต้องการใช้งานเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น เช่น การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตในปี 2564 ประมาณ 1.8 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงการซื้อสินค้าและบริการผ่านระบบอีคอมเมิร์ซในจีนจากที่ eMarket คาดว่าจะเติบโตถึง 21% ในปี 2564 ขณะที่ยอดค้าปลีกรวมเติบโตเพียง 4%

  1. กลุ่มธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์ประเทศจีน (China Health Innovation) เช่น ธุรกิจเภสัชอุตสาหกรรม (Pharmaceuticals) ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ธุรกิจกลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) และอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Equipment) ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากแผนปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพของจีน ภายใต้ธีม “Healthy China 2030 Plan” โดยรัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่เพิ่มขึ้นอีก 1 ปีจาก 77 ปีเป็น 78 ปี และสนับสนุนงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาตัวยาที่มีคุณภาพร่วมกับบริษัทต่างชาติ รวมถึงการเร่งอนุมัติยาตัวใหม่ให้เร็วขึ้นจาก CFDA (The China Food and Drug Administration) จนทำให้จำนวนยาใหม่ของจีนที่ได้รับการอนุมัติ ในปี 2562 มีทั้งหมด 56 ตัว จากปี 2558 และ 2559 ที่อนุมัติเพียง 7 และ 9 ตัวตามลำดับ และเป็นครั้งแรกที่จำนวนยาใหม่ที่ได้รับอนุมัติในประเทศจีนสูงกว่าทางสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สิ่งที่กำลังเร่งตัวการเติบโตกลุ่มนี้ที่เห็นได้ชัด คือ การวิจัยพัฒนาวัคซีน COVID-19 ของจีนที่มีการวิจัยพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ ได้แก่ Sinovac กับ Sinopharm และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ผู้ผลิตยาในจีนยังพัฒนาวัคซีนประเภทเชื้อเป็น (mRNA) รูปแบบเดียวกับ Pfizer BioNTech และ Moderna โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 แล้ว

“ธนาคารทิสโก้ประเมินว่า กลุ่มอุตสาหกรรม China Consumer Discretionary และ China Health Innovation ยังเป็น Megatrend ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้าตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดทิศทางของจีนในช่วงปี 2564- 2568 ส่งผลให้บริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย” นายณัฐกฤติกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News