mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บล.บัวหลวง ชี้แนวโน้ม“หุ้นไทย ไตรมา ลุ้นแตะ1,60 จุดอีกครั้ง รับกำไรบจ.ครึ่งปีแรกโตราว77%

หลักทรัพย์บัวหลวง วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ปี 64 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด -19   ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ มีโอกาสลุ้นแตะระดับ 1,600 จุด ช่วงปลายไตรมาส คาดกำไรบริษัทจดทะเบียนรวมครึ่งปีแรกของปี 64 เติบโต 77% เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 63 จากฐานตัวเลขกำไรที่ต่ำในปีก่อน    ขณะที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องช่วยเหลือประชาชนและภาคท่องเที่ยว แนะหาจังหวะลงทุน “2 หุ้นกลุ่มเด่น” 

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์บุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2564 ว่า แม้สถานการณ์โควิด -19 จะกลับมาระบาดระลอกใหม่ และเชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์ แต่เชื่อว่า SET Index ยังมีโอกาสลุ้นแตะระดับ 1,600 จุดได้ ในช่วงปลายไตรมาส 2  หนุนด้วย 4 เหตุผลหลัก คือ 1.กำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้อาจเติบโตประมาณ 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในช่วงไตรมาสแรกอาจโตประมาณ 83% ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2 อาจขยายตัวประมาณ 71%   เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับตอนนี้ภาครัฐไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ประเทศเหมือนปี 63 มีเพียงมาตรการคุมเข้มเวลาเปิดปิดในบางกิจการ เพื่อป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

“กำไรบริษัทจดทะเบียนในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยได้รับแรงหนุนมาจากกลุ่มน้ำมัน     และปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล มายืนระดับ 66 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล รับกับการบริโภคน้ำมันที่ฟื้นตัวทั่วโลก ขณะที่กลุ่มสื่อสาร, นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และประกัน คาดว่าจะมีกำไรเติบโตในไตรมาสแรก เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 4 ปี 63 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากจุดต่ำสุดในต้นปี 63 นายชัยพร กล่าว

2.ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เช่น ผลักดันงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3 แสนล้านบาท, ธปท.อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนผันการชำระหนี้ และออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan), กระทรวงการคลังขยายมาตรการ “คนละครึ่ง” ขยายระยะเวลาโครงการ "เราชนะ"  ไปจนถึงเดือนมิ.ย.64 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนพ.ค.นี้ และยังเพิ่มวงเงินอีก 3,000 ล้านบาท เป็น 2.13 แสนล้านบาท และขยายระยะเวลาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90% ลดอัตราธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ      0.01 % รวมถึงการพิจารณาอาจลดมาตรการเข้มงวดในมาตรการพิจารณาสินเชื่อ LTV และผ่อนผันให้ชาวต่างชาติ         ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

3.แนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำไปอย่างน้อยอีก 12-18 เดือน หลังเมื่อปีก่อนธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาต่ำเป็นพิเศษ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ขณะเดียวกันยังคงเดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)          ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ 0-0.25% ไปถึงปี 66 และ 4.นักลงทุนอาจคลายความกังวลและเข้าลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี อาจเริ่มอ่อนตัวลง จากช่วงที่ผ่านมาที่ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1.75% จากความกังวลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯจะพุ่งจนธนาคารกลางคุมไม่อยู่ และต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในที่สุด

“จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดระลอกใหม่ เรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะเห็นการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน และเป้าหมาย SET Index ปี 64 ลงอย่างมีนัยยะ ปัจจุบันเราคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะอยู่ระดับ 83 จุด และดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปี 1,605 จุด ตามลำดับ เนื่องจากกลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์, น้ำมัน, ปิโตรเคมี, พาณิชย์, สถาบันการเงิน และวัสดุก่อสร้าง ผ่านจุดต่ำสุด แม้ภาคท่องเที่ยวยังไม่สามารถกลับมาได้ โดยจะขอรอดูสถานการณ์อีกประมาณ 1 เดือน หากมีผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งขึ้นทำนิวไฮเรื่อย ๆ อาจเห็นการปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนลง” นายชัยพร กล่าว 

นายชัยพร กล่าวต่อว่า เราแนะนำลงทุนใน “2 กลุ่มธุรกิจหลัก” คือ 1.กลุ่มกำไรเติบโตเร็วที่สามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่อย่าง หุ้นกลุ่มการเงินบุคคล, บริหารจัดการหนี้, ประกัน และอิเล็กทรอนิกส์ และ 2.กลุ่มธุรกิจรอการเปิดประเทศเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ คือ กลุ่มค้าพาณิชย์, สนามบิน, โรงแรม และร้านอาหาร

ส่วนกลุ่มที่แนะนำให้รอดูสถานการณ์ คือ 1.กลุ่มกำไรฟื้นตัวกลับเร็ว อย่างกลุ่มน้ำมัน, ปิโตรเคมี, กองเรือ, สถาบันการเงิน และโรงกลั่น โดยอาจเห็นราคาหุ้นปรับตัวลงบ้างในช่วงไตรมาส 2 นี้ เพราะราคาหุ้นมีการฟื้นตัวเร็วมากไปแล้ว ประกอบกับราคาน้ำมันดิบมีความเสี่ยงอ่อนตัวลง จากประเทศซาอุดิอาระเบียที่อาจปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีกราว 1 ล้านบาร์เรล ในการประชุมโอเปคเดือนพ.ค.นี้ และ 2.กลุ่มกำไรเติบโตสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มโรงฟ้า และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก ในช่วงกำไรตลาดหุ้นมีการฟื้นตัวที่เร็ว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำลงทุน “ตลาดหุ้น” สัดส่วน 65% แบ่งเป็น หุ้นไทย 35% และอีกครึ่งหนึ่งในส่วนนี้ให้กระจายการลงทุนไปตลาดหุ้นต่างประเทศ “ทองคำ” สัดส่วน 10% “กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และกองทุน REIT” สัดส่วน 10% ส่วนที่เหลืออีก 15% แนะถือครอง “ตราสารหนี้ระยะสั้น” และ “เงินสด” โดยเราคาดว่านโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลาย รวมถึงการเข้าถึงวัคซีนของประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากนี้จะสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นได้โดดเด่นสุด

“กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เราคาดจะเห็นกรอบการแกว่งตัวของดัชนีประมาณ 100 จุด ฉะนั้นการลงทุนในช่วงนี้อาจต้องอยู่ในลักษณะ “ลงซื้อ ขึ้นขาย” โดยหุ้นไซด์กลางจะแกว่งตัวอยู่ในระดับ 5-7%         หุ้นมูลค่าตลาดใหญ่จะแกว่งตัวแคบประมาณ 5% ส่วนหุ้นขนาดเล็กตอนนี้มีเสน่ห์มากกับตลาด เพราะสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า ท่ามกลางนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจจะฟื้นตัว และกำไรบริษัทจดทะเบียนจะเพิ่มขึ้น   แม้ว่าจะไม่รวดเร็วเท่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในสัดส่วนที่สูงมาก ปัจจุบันนักลงทุนโฟกัสหุ้นนอก SET100 มากขึ้น    เพราะมีโอกาสจะเห็นความผันผวนของราคาประมาณ 10-15% ส่วนนักลงทุนคนไหนที่ถือหุ้น SET50 อยู่ แนะนำให้        ถือต่อไป เพื่อรอการฟื้นตัวของรายได้ กำไร ที่ต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี” นายชัยพร กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News