mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทิสโก้เผยผลประกอบการงวดไตรมาส 1 ปี 2561กำไร 1,766ล้าน เติบโตแข็งแกร่ง 18.5%

กลุ่มทิสโก้เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 กำไรสุทธิจำนวน 1,766 ล้านบาท เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 18.5% ประกาศเดินหน้าขยายการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ภายใต้จุดยืนการเป็น  “Advisory House”  ชูบริการ “TISCO Open Architecture”  นำเสนอผลิตภัณฑ์และต่อยอดบริการแก่ลูกค้ากองทุนรวมและแบงก์แอสชัวร์รันส์  พร้อมส่ง “Mortgage Saver” ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านรุกตลาดเต็มกำลัง พร้อมเน้นการเติบโตของสินเชื่อทะเบียนรถผ่าน “สมหวัง เงินสั่งได้”

นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr. Suthas Ruangmanamongkol, Group Chief Executive) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ของปี 2561 ของกลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท หรือเติบโต 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มขึ้น 244 ล้านบาท หรือ 16.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 โดยกลุ่มทิสโก้มีรายได้ดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวม ประกอบกับการขยายตัวของสินเชื่อจำนำทะเบียน หรือ สินเชื่อ “ทิสโก้ ออโต้แคช” โดยเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทาง “สมหวัง เงินสั่งได้” ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 2.32%

นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของกลุ่มทิสโก้ ที่มุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน  ในช่วงปลายไตรมาส 1/2561 กลุ่มทิสโก้ยังได้บรรลุข้อตกลงการโอนธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจบัตรเครดิต ให้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพฯ โดยธุรกิจสินเชื่อบุคคลคาดว่าจะโอนย้ายแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2561 และธุรกิจบัตรเครดิตคาดว่าจะโอนย้ายแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2561

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2561 และในช่วงที่เหลือของปี 2561 กลุ่มทิสโก้ยังคงเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างครบวงจร  ด้วยการเป็นผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ดีแก่ลูกค้า     ด้วยบริการ “TISCO Open Architecture”  ที่ทำให้กลุ่มทิสโก้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้สิทธิประโยชน์และต่อยอดการบริการให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี  ทั้งกองทุนรวมและแบงก์แอสชัวร์รันส์    นอกจากนี้  ยังมีสินเชื่อบ้านทิสโก้ มอร์เกจเซฟเวอร์ (Mortgage Saver) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่นตอบโจทย์ให้ลูกค้าสามารถประหยัดดอกเบี้ยและเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น    ช่วยลูกค้าบริหารความมั่งคั่งผ่านกองทุนที่หลากหลายของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ และสินเชื่อทะเบียนรถทุกประเภทผ่าน “สมหวัง เงินสั่งได้” ที่เติบโตได้ตามเป้า รวมถึงเดินตามนโยบายหลักในการให้คำแนะนำด้านการลงทุนที่แม่นยำจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้และการขยายธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่กลุ่มทิสโก้มีความเชี่ยวชาญ 

สรุปผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2561

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้งวดไตรมาส 1 ปี 2561 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ทุกภาคธุรกิจ ประกอบกับผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากพอร์ตสินเชื่อที่รับโอนมาจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.3% จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากธุรกิจสินเชื่อที่ขยายตัว รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 13.3% จากการเติบโตของทุกธุรกิจหลัก รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์เติบโตจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ในขณะที่รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนเติบโตได้ดีในภาวะตลาดทุนที่ผันผวน กลุ่มทิสโก้ยังคงมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่เกิดขึ้นจากการรับโอนธุรกิจ แต่ยังคงสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังคงรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวมอยู่ในระดับต่ำที่ 43.1% ทั้งนี้ การตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 26.2% ตามการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ และการตัดหนี้สูญของสินเชื่อบางกลุ่ม

ในส่วนของผลการดำเนินงานเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2560 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16.0% สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง 20.3% ตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยปรับตัวลดลงเล็กน้อย จากการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อในระหว่างไตรมาส ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนยังคงสามารถเติบโตได้ดีในภาวะตลาดทุนที่ผันผวน

สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีจำนวน 246,530 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากสิ้นปี 2560 ในภาวะที่ตลาดยังคงมีความแข่งขันสูง อย่างไรก็ดี สินเชื่อหลักของกลุ่มทิสโก้ยังคงเติบโตได้ดี โดยสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัว 0.4% ตามอุปสงค์ในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง สินเชื่อจำนำทะเบียนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของสินเชื่อ “สมหวัง เงินสั่งได้” ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 9.1% ในไตรมาสที่ผ่านมา ตามแผนการขยายธุรกิจและการขยายสาขาสำนักอำนวยสินเชื่อ นอกจากนี้ คุณภาพสินเชื่อโดยรวมอยู่ในระดับดี ด้วยระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (NPLs) ปรับตัวลดลง และมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) คงที่ที่ 2.3%

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาโดยตลอดทั้งปี โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ (BIS Ratio) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 21.6%  สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 10.375% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 16.7% และ 4.9% ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News