สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

คู่แฝดสาวสุราษฎร์วัย 19 ร่วมวิ่งธงชาติไทย ส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิก

สุดน่ารัก คู่แฝดสาวสุราษฎร์วัย 19 ร่วมวิ่งธงชาติไทย ส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิก ด้านวิ่งเสมือนจริง "FLAG of Nation Virtual Run" เริ่มเข้มข้น วิ่งเก็บระยะแล้วกว่า 6 แสน กม. เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมวิ่งได้ต่อเนื่อง พร้อมรับเสื้อ เหรียญที่ระลึกฟรี!

ประทับใจ คู่แฝดสาววัย 19 ปี ร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย วิ่งผลัดธงชาติไทย ที่สุราษฎร์ธานี ด้านสาวสวยแบงค์ออมสินและนักวิ่งเหรียญเงิน 800 เมตร กรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์เอเชีย เป็นปลื้มได้ร่วมวิ่งเป็นหนึ่งในกำลังใจ สรุปผ่าน 18 วัน “วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก ”วิ่งไปแล้ว 1,381.5 กม. ขณะที่ "FLAG of Nation Virtual Run" วิ่งเสมือนจริง พิชิต 1 ล้าน กม. เข้มข้นไม่แพ้กัน หลังวิ่งสะสมระยะแล้ว 653,807 กม.

ความเคลื่อนไหวของกิจกรรมประวัติศาสตร์ "FLAG OF NATION วิ่งส่งธงชาติไทย ไปโตเกียวโอลิมปิก" ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งต่อกำลังใจจากพี่น้องประชาชนชาวไทยสู่นักกีฬาทีมชาติไทย ผ่านการวิ่งคนละ 1 กม. ต่อเนื่อง 61 วัน 35 จังหวัด ระยะทาง 4,606 กม. เทียบเท่าระยะทางกรุงเทพฯ ไปยังกรุงโตเกียว ล่าสุดเมื่อ 14 เม.ย.64 เข้าสู่วันที่ 18 ของกิจกรรมแล้ว

สำหรับกิจกรรมของวันที่ 18 กำหนดวิ่งจาก ปั๊มน้ำมัน พีที เวียงสระ 3 จ.สุราษฎ์ธานี ไปโรงเรียนบ้านท่าแซะจ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 71.2 กม.โดยว่าที่ร้อยตรีหญิง อาทิตยาชนะพล หัวหน้างานสารบัญ แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานี ที่ 3 อำเภอเวียงสระ รับหน้าที่วิ่งถือธงเป็นคนแรกของวัน

สำหรับการวิ่งในช่วงเช้า ซึ่งมีเส้นทางวิ่งผ่านอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น พี่น้องนักวิ่งกลุ่มแรกๆ มีโอกาสได้วิ่งนำธงไตรรงค์โบกสะบัดฝ่าสายหมอก สัมผัสธรรมชาติและอากาศเย็นๆในช่วงเช้า ขณะที่ช่วงสาย เที่ยง ไปจนถึงบ่าย มีแสงแดดอ่อนๆ ไม่ร้อนมากถือเป็นอีกหนึ่งวันที่สภาพอากาศดีและเป็นใจให้กับพี่น้องนักวิ่งชาวสุราษฎร์ธานีที่ออกมาร่วมวิ่งส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทย   

คมสันต์ วัฒนาวราธร อดีตนักกีฬาเขตตัวแทนนักกีฬาผู้สูงอายุทีมชาติ เหรียญเงินวิ่ง800 ม. กรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์เอเชีย วัย 50 ซึ่งได้ร่วมวิ่งในวันที่ 18 ของกิจกรรม เปิดเผยว่า ภูมิใจมากๆ ที่ได้เข้าร่วมกิจรรมในครั้งนี้ ซึ่งตนมองว่าเป็นการส่งเสริมให้คนไทยได้ร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในโอลิมปิกโตเกียวเกมส์ ซึ่งช่วงก่อนวิ่งยอมรับว่าตื่นเต้นมากกว่าตอนที่ลงแข่งขันเองอีก ส่วนตัวภูมิใจมากๆที่ได้ร่วมทำภารกิจและทำสำเร็จจนลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี

ด้าน อัจจิมา ทีคะพันธ์ อายุ 25 ปี พนักงาน ธ.ออมสิน เผยว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจของตนเองที่ได้เข้ามาร่วมวิ่งธงชาติไทย สำหรับ 1 กม. ของตน ถือเป็นความพยายามเล็กๆ ไปเลย เมื่อเทียบกับนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคน ที่ต้องใช้ความพยายาม อดทน มีวินัย และมุ่งมั่นอย่างสูงเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ สำหรับตนก็ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคนทำให้เต็มที่และสู้ให้สุดความสามารถในกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก

ขณะที่ กรรณิการ์-เกษกนก ชูศรีหะรัญ คู่แฝดวัย 19 ปี นักเรียนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี 3  (บ้านนา) ซึ่งวิ่งลำดับต่อกันใน กม.ที่ 1,357 และ 1,358  เปิดใจร่วมกันว่า ถือเป็นเกียรติของเราสองคนมากๆ ที่ได้รับคัดเลือกให้มาวิ่งธงชาติไทยส่งใจเชียร์นักกีฬาไทย ตื่นเต้นมากๆ ในช่วงตลอดระยะทางของการวิ่ง อยากฝากให้กำลังใจพี่ๆ นักกีฬาไทยทุกคนให้สู้อย่างเต็มที่ และคว้าเหรียญรางวัลกลับมาฝากแฟนกีฬาไทยกันเยอะๆ

ทั้งนี้หลังพี่น้องน้องนักชาวสุราษฎร์ธานี รวมใจวิ่งนำธงชาติไทยมาปักยังจุดหมาย ที่โรงเรียนบ้านท่าแซะ จ.สุราษฎร์ธานี ได้สำเร็จ ทำให้ผ่าน 18 วันของกิจกรรม วิ่งสะสมระยะทางไปแล้ว 1,381.5 กม. โดยในวันพฤหัสบดี ที่ 15 เม.ย.64 จะเป็นวันที่ 19  วิ่งต่อจากโรงเรียนบ้านท่าแซะ จ.สุราษฎร์ธานี ไปยัง ปั๊มน้ำมันพีทีหลังสวน จ.ชุมพร ระยะทาง84.1 กม.

สำหรับใครที่พลาดร่วมกิจกรรมวิ่งผลัดธงชาติไทยเเละกิจกรรม FUN RUN ยังสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ผ่านกิจกรรม "FLAG of Nation Virtual Run" วิ่งเสมือนจริง จากสถานที่ใดเเละเวลาใดก็ได้ เพื่อร่วมทำภารกิจ พิชิต 1 ล้านกิโลเมตร ส่งต่อกำลังใจให้กับนักกีฬาไทยคว้าชัยในโอลิมปิก โดยทุกๆ 1 กม. จะสมทบทุน 1 บาท สำหรับสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติไทยด้วย โดยสามารถสมัครเเละดูรายละเอียดได้ที่เว็ปไซต์ https://bit.ly/webcheckraceOlympic2020  ซึ่งระยะทางสะสมปัจจุบันอยู่ที่ 653,807 กม.แล้ว โดยผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรรมจะได้รับเสื้อพร้อมเหรียญที่ระลึกฟรี! อีกด้วย 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรม รวมถึงรับชมการไลฟ์สด พร้อมเเสดงความคิดเห็นเเละส่งกำลังใจให้กับอาสาสมัครนักวิ่งพี่น้องชาวไทยเเละนักกีฬาไทยได้ที่เฟซบุ๊ค "Road to Tokyo 2020" ตลอดทั้งวัน รวมถึงสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมได้ผ่านช่องทาง www.stadiumth.com เเละเฟซบุ๊คhttps://www.facebook.com/THStadium/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News