mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บล.ทิสโก้ แนะรอจังหวะหุ้นไทยย่อตัวทยอยสะสมหุ้นเชิงรับ-วัฎจักร

บล.ทิสโก้ชี้ระยะสั้นหุ้นไทยอาจย่อตัวตามตลาดหุ้นโลก หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปี แถมกระแสเงินทุนต่างชาติเตรียมไหลออกอีกกว่า 120 ล้านรับ FTSE เตรียมปรับลดน้ำหนักหุ้นไทย แนะกลยุทธ์ลงทุนเดือน มี.ค. รอจังหวะปรับฐานช้อนซื้อหุ้นเชิงรับ และหุ้นกลุ่มวัฎจักร

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Mr. Apichat Poobunjirdkul, Senior Strategist, TISCO Securities Co., Ltd) เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในตลาดหุ้นต่อจากนี้ หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับสูงสุดรอบ 1 ปี  ซึ่งศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้(TISCO ESU) ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 2/ 2564 หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เกินกว่าระดับ 1.4% ขึ้นไปจะเริ่มกดดันให้ตลาดหุ้นปรับฐานลงได้

ด้านกระแสเงินทุนต่างประเทศในระยะสั้นนั้น บล.ทิสโก้ประเมินว่าในระยะสั้นยังคงมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ เช่น ความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศทำให้ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ  ขณะที่การเมืองในประเทศยังไม่นิ่งเห็นได้จากจากการกลับมาชุมนุมระลอกใหม่ และความไม่แน่นอนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผสานกับฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) เตรียมปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยลงจาก 2.3% สู่ 2.25% มีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดวันที่ 19  มีนาคม ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินไหลออกราว 120 ล้านดอลลาร์ฯ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันกระแสเงินทุนต่างชาติในเดือนนี้ 

“นอกจากนักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิ 2 เดือนติดต่อกันแล้ว นักลงทุนสถาบันในประเทศยังขายสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันด้วย อิงจากสถานการณ์แบบนี้ในอดีต โอกาสที่หุ้นไทยจะปรับตัวลงมีสูงถึง 83% แต่ในทางกลับกัน หากนักลงทุนต่างชาติหรือนักลงทุนสถาบันในประเทศฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิมีโอกาส 61% ที่หุ้นไทยที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น และหากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมาซื้อสุทธิพร้อมกันก็มีโอกาสถึง 82% ที่หุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น” นายอภิชาติกล่าว              

สำหรับการประชุมธนาคารกลางสำคัญในเดือนนี้ เช่น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ภาพรวมคาดว่าทุกธนาคารกลางยังคงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมากตามเดิม แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจรอบใหม่ และการส่งสัญญาณการปรับลดแผนการอัดฉีดสภาพคล่องลงหรือไม่ (QE Tapering) โดยบล.ทิสโก้ประเมินว่าการส่งสัญญาณ QE Tapering ดังกล่าวยังเร็วเกินไปสำหรับตอนนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องใช้เวลา และยังขึ้นอยู่กับกระจายวัคซีนในวงกว้างเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อีกด้วย

ที่สำคัญ FED ได้ปรับเป้าหมายเงินเฟ้อมาเป็น “เงินเฟ้อเฉลี่ย” ที่ระดับ 2% ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินมีความยืดหยุ่นมาก สามารถประวิงเวลาการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายได้อีกนานพอสมควรจนกว่า FED จะมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่งจริง ดังนั้น การปรับตัวขึ้นของ Bond Yield จึงเป็นการปรับขึ้นจากระดับที่ต่ำมากเพื่อหาสมดุลใหม่ และภาพนโยบายการเงินโดยรวมยังเป็นผลดีต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM)  สำหรับตลาดหุ้นไทย แนะนำให้นักลงทุนควรรอโอกาสหุ้นไทยปรับฐานลงตามหุ้นโลกจึงค่อยทยอยสะสมเพิ่ม

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเดือนนี้ บล.ทิสโก้เลือกหุ้นผสมผสานระหว่างหุ้นเชิงรับ (Defensive & Dividend Stocks) ที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัวหนุน แนะนำ ADVANC, BDMS และ EASTW และหุ้นกลุ่มวัฎจักร (Cyclical Stocks) ที่ราคายังมีโอกาสปรับขึ้น (Upside) แนะนำ SCC, TOP และ TPIPL ดังนั้น หุ้นเด่นที่แนะนำในเดือนมีนาคม คือ ADVANC, BDMS, EASTW, SCC, TOP และ TPIPL  ด้านแนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,450 , 1,455 และ 1,475 ตามลำดับ ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,510, 1,515, 1,530 และ 1,560 จุด ตามลำดับ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News