mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

นิสสัน ตั้งเป้าจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 1 ล้านคันภายในปี2565

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศถึงแผนการเพิ่มจำนวนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติ เร่งการพัฒนาระบบเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ ตามแผนงานระยะกลางของบริษัท หรือ Nissan M.O.V.E. to 2022

หนึ่งในเป้าหมายของนิสสันคือ การจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจำนวน 1 ล้านคัน  ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และแบบระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแบบอี-เพาเวอร์ (e-Power) ภายในปีงบประมาณ    พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) แผนงานระยะกลางของบริษัทฯ หรือ Nissan M.O.V.E. to 2022 มีเป้าหมายดังนี้

  • พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ทั้งหมด 8 รุ่น เพื่อต่อยอดความสำเร็จของนิสสัน ลีฟ (Nissan Leaf) ใหม่
  • เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรุกตลาดของประเทศจีนภายใต้แบรนด์ที่แตกต่างกัน
  • แนะนำ “รถยนต์ขนาดเล็ก หรือ เคย์คาร์ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับตลาดญี่ปุ่น
  • นำเสนอรถยนต์แบบครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดโลก ที่พัฒนาจากรถยยนต์ต้นแบบ นิสสัน ไอเอ็มเอ็กซ์ คอนเซ็ปต์ (Nissan IMx Concept)
  • เริ่มเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายใต้แบรด์อินฟินิตี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (ค.ส. 2021) เป็นต้นไป
  • ติดตั้งเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติในรถยนต์ 20 รุ่น สำหรับ 20 ตลาด ขยายการเชื่อมต่อให้สมบูรณ์ 100% สำหรับรถยนต์นิสสัน รุ่นใหม่ อินฟินิตี และดัทสัน สำหรับตลาดหลักภายในแผนแผนงานระยะกลางนี้

มร. ฟิลลิปเป ไคลน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายวางแผนธุรกิจ (Philippe Klein, Nissan’s Chief Planning Officer) กล่าวว่า “กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีของเรามุ่งเน้นสร้างจุดยืนให้นิสสันเป็นผู้นำวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีรถยนต์ และเปลี่ยนวิวัฒนาการในการดำเนินธุรกิจ เรามุ่งมั่นนำเสนอนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ด้านคือ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า การขับขี่อัตโนมัติ และการเชื่อมต่อและการบริการเพื่อการเดินทางรูปแบบใหม่”

มร. ไคลน์กล่าวต่อสื่อมวลชนพร้อมด้วย มร. ทาคาโอะ อาซามิ รองประธานอาวุโส (Takao Asami, Senior Vice Presidents) และ มร. โอกี เรดซิก (Ogi Redzic) ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการขับขี่อัตโนมัติและการเชื่อมต่อของกลุ่มพันธมิตร (Alliance) ในงานแถลงข่าว และยืนยันว่าแผนงานระยะกลางมีเป้าหมายเพิ่มรายได้ต่อปีให้สูงขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ 16.5 ล้านล้านเยนภายในช่วงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และบริษัทฯ ยังมีเป้าหมายเพิ่มอัตราส่วนผลกำไรจากการปฏิบัติงาน 8 เปอร์เซ็นต์และกระแสเงินสหมุนเวียนรวมที่ 2.5 ล้านล้านเยน

มร. ไคลน์ยังให้คำมั่นว่า บริษัทฯ จะนำทรัพยการด้านโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์ และระบบขับเคลื่อนในกลุ่มเรโนลต์-นิสสัน-มิตซูบิชิ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายของบริษัทฯ

ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า

มร. ไคลน์กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าคือการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มซี-เซกเมนท์ โดยพัฒนาต่อยอดจากนิสสัน ลีฟ ใหม่ นำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ โดยร่วมมือกับบริษัทร่วมทุนของกลุ่มพันธมิตรที่มีชื่อว่า อีจีที นิว เอเนอร์จี้ ออโตโมทีฟ(eGT New Energy Automotive) และรถเอนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ในกลุ่ม เอ-เซกเมนท์ที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้นั้นเปจะพัฒนาร่วมกับกลุ่มพันธมิตร และ กลุ่มของตงฟง มอเตอร์ (Dongfeng)

นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาต่อยอดเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกสองรุ่นภายใต้แบรนด์เวนูเซีย (Venucia) นิสสันยังจะเดินหน้าขยายเทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ ซึ่งปัจจุบันนำเสนอไว้ในรถยนต์นิสสัน โน๊ต (Nissan Note) และนิสสัน เซเรน่า (Nissan Serena) ในประเทศญี่ปุ่น นิสสัน โน๊ต อี-เพาเวอร์ มียอดขายมากกว่า 129,000 คัน ในปีแรกที่ออกจำหน่ายในญี่ปุ่น โดยลูกค้ามากกว่า 2 ใน 3 เลือกใช้รุ่นอี-เพาเวอร์มากกว่ารุ่นปกติ

นิสสันคาดการณ์ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ใช้ระบบอี-เพาเวอร์ จะมียอดขายคิดเป็นสัดส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดในประเทศญี่ปุ่นและยุโรปภายในปี พ.ศ. 2565 และเพิ่มขึ้นเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2568 โดยคาดการณ์ว่ายอดขายในสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ประมาณ 20 - 30 เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ. 2568 ขณะที่ยอดขายในจีนอยู่ที่ 35 - 40 เปอร์เซ็นต์

อินฟินิตีนำระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้ามาใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบหรือรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  โดยภายในปี พ.ศ. 2568 ที่จะถึง อินฟินิตีคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ของยอดขายทั่วโลก

ระบบขับขี่อัตโนมัติ

สำหรับกลยุทธ์ด้านระบบขับขี่อัตโนมัติ นิสสันประกาศแผนงานติดตั้งเทคโนโลยี ProPILOT ในรถยนต์ 20 รุ่นใน 20 ตลาดภายในปี พ.ศ. 2565 บริษัทฯ คาดว่ารถยนต์ที่ติดตั้งเทคโนโลยี ProPILOT จะมียอดขาย 1 ล้านคันภายในปี พ.ศ. 2565

หลังจากนั้นจะมีการยกระดับเทคโนโลยี ProPILOT ให้สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติบนถนนหลวงที่มีหลายช่องจราจรและสามารถจัดการในเรื่องจุดหมายปลายทางได้ คุณสมบัติใหม่ของเทคโนโลยีนี้จะถูกแนะนำเป็นโครงการนำร่องในญี่ปุ่นภายใน 1 ปี

มร. อาซามิกล่าวว่า “ด้วยประวัติศาสตร์การนำเสนอเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลกของนิสสัน เราจะพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเพื่อนำเสนอความสะดวกสบายในการเดินทางที่ไม่ต้องใช้มือควบคุมและไม่จำเป็นต้องมองถนนในทุกสภาพแวดล้อม ปัจจุบันเรามีรถยนต์ที่มีศักยภาพการขับขี่แบบกึ่งอัตโนมัติอยู่บนถนนมากกว่าบริษัทรถยนต์รายอื่นๆ และนิสสันมุ่งมั่นเรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆนี้ เพื่อส่งมอบคุณประโยชน์ให้แก่ลูกค้า”

การเชื่อมต่อและการบริการเพื่อการเดินทาง

มร. เรดซิกประกาศเป้าหมายของการนำเสนอระบบการเชื่อมต่อแบบสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ไว้ในรถยนต์นิสสันรุ่นใหม่ อินฟินิตี และดัทสันทุกรุ่นที่ออกจำหน่ายในตลาดสำคัญ โดยเริ่มจากการเปิดตัว ระบบ อัลลายแอนซ์ คอนเน็กเต็ด คลาวด์ (Alliance Connected Cloud)

 “อัลลายแอนซ์ คอนเน็กเต็ด คลาวด์ (Alliance Connected Cloud) จะทำให้รถยนต์ทุกแบรนด์ในกลุ่มพันธมิตรสามารถผสมผสานการจัดการข้อมูลทั้งในอนาคต ปัจจุบัน และในอดีตของรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อถึงกัน ทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวและรถยนต์ที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนแล้ว” มร. เรดซิกกล่าว “เทคโนโลยีนี้จะสนับสนุนการบริการของระบบอินโฟเทนเมนท์และกลไกการสื่อสารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มีการปรับปรุงข้อมูลอัตโนมัติ แบบ over the air สำหรับรถยนต์ทุกคัน”

ทั้งนี้ อัลลายแอนซ์ คอนเน็กเต็ด คลาวด์ จะช่วยเสริมพื้นฐานในการขยายระบบการเชื่อมต่อและการบริการเพื่อการเดินทางของนิสสัน รวมถึงการบริการรถยนต์ร่วมโดยสารขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งนิสสันเริ่มต้นทดสอบการบริการรถยนต์ร่วมโดยสารขับขี่อัตโนมัติที่มีชื่อว่า “อีซี ไรด์” (Easy Ride) ร่วมกันพันธมิตรอย่าง ดีน่า (DeNA) ในช่วงต้นเดือนนี้ นิสสันยังมีเป้าหมายในการให้บริการเพื่อการพาณิชย์แก่ลูกค้าโดยตรงภายในช่วงต้นทศวรรษ ค.ศ. 2020

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News