mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการปี 63 ย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์รถยนต์ลักชัวรี

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ทำยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน

    ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7%โดยตลาดจีนฟื้นตัวเร็วด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% 

    ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ในไทยโต 14.9% ในปี 63 และเฉพาะไตรมาส 4 เติบโตถึง 33.9% โดยยอดขายในส่วนบริการลูกค้าจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ แผนก

    เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมเปิดตัว “Mercedes-Benz The new E-Class” ที่สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมเอกลักษณ์ มั่นใจตอบรับทุกความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลประกอบการประจำปี 2563 ย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ลักชัวรีระดับโลกด้วยยอดขายทั่วโลกเกิน 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังมองเห็นสัญญาณบวกต่อเนื่องทั้งในตลาดโลกและในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดจีน ดันยอดขายในจีนเติบโตขึ้น 11.7% และผลักดันให้ยอดขายในเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นรวม 4.7% ส่วนในประเทศไทย ยอดขาย “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” ก็เติบโตขึ้น 14.9% โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่เติบโตขึ้นถึง 33.9% แสดงให้เห็นว่าความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขายจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เติบโตขึ้นในทุก ๆ แผนกตลอดปีที่ผ่านมา สำหรับปี 64 เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยเปิดปีด้วยการแนะนำ “Mercedes-Benz The new E-Class” ก่อนตามด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้ 

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ลักชัวรีจะยังคงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดันและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพราะแม้ว่าเราทุกคนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา แต่เรายังมองเห็นสัญญาณบวกจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสามารถรักษายอดขายได้มากกว่า 2 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 2,528,349 คัน เพราะเราได้ปรับกลยุทธ์ด้านการขายและการบริการให้เป็นดิจิทัลมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เพื่อให้ก้าวทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ความต้องการในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้เราสามารถทำยอดขายรถยนต์ไฮบริดได้สูงถึง 115,000 คันหรือเพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในหลาย ๆ ตลาด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง เฉพาะในเอเชียแปซิฟิก เราสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,024,315 คันหรือเติบโตขึ้น 4.7% โดยมีตลาดจีนเป็นตลาดสำคัญในการขับเคลื่อน ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 11.7% หรือ 774,382 คันซึ่งถือว่าเป็นสถิติใหม่” 

 “สำหรับในตลาดไทย ด้วยสถานการณ์โควิดที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เมอร์เซเดส-เบนซ์จึงให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์และสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นปี 2563 มาได้ด้วยดี โดยเรายังมองเห็นสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ทั้งยอดขายของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่เพิ่มสูงขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ไตรมาสเดียว ยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเพิ่มสูงขึ้นถึง 33.9% เลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า ความต้องการขับรถยนต์สมรรถนะสูงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายรถยนต์ V-Class ซึ่งเราเปิดตัวรุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมาก็เพิ่มสูงขึ้น 59.2% ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ฝ่ายบริการลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งนั่นคือหัวใจในการบริการของเรา โดยเราได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยืดระยะเวลาของ “แพ็คเกจเมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิส พลัส” ขยายระยะเวลาเกินกำหนดของการเข้ารับบริการบำรุงรักษา การดูแลเรื่องความสะอาดที่ศูนย์บริการฯ รวมไปถึงการนำเสนอ “Welcome Back Service Campaign” เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วยส่วนลดและข้อเสนอพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ทั้งหมดนี้จึงทำให้ยอดขายในส่วนของบริการหลังการขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งยอดขายน้ำมันเครื่อง MBOil ที่เติบโตขึ้น 14.4% ยอดขาย MBPaint ที่เติบโตขึ้น 24.4% ยอดขายยางรถยนต์ MBTire ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 260.8% ฯลฯ”

 “สำหรับปี 2564 เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยในครึ่งปีแรก เราเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นคอมแพ็คใหม่ รถยนต์ Dream Car รุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอย รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกได้ว่าเป็นนิวเอจของเทคโนโลยีไฮบริด รวมถึง Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่ ยนตรกรรมอัจฉริยะที่พร้อมมอบทุกสิ่งที่คุณต้องการ สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์             

โดยมาพร้อมความเหนือชั้นของขุมพลังเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี EQ Power  เจเนอเรชันที่ 3 ที่เราพร้อมกระตุ้นตลาดรถยนต์ลักชัวรีอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกด้วย” มร.โรลันด์    กล่าวเพิ่มเติม

 ทั้งนี้ ในปี 2563 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงสานต่อการทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดนิ่งเหมือนเช่นที่ผ่านมา ทั้งการให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียนเยาววิทย์ จังหวัดพังงา และการให้การสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการนักเรียนช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์ตามมาตรฐานการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน-ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมโครงการกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมด 5 สถาบัน ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง และวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่คนไทยเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร่วมกันในปีที่แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต้านภัยโควิด-19 ด้วยการเชิญชวนผู้ใช้เมอร์เซเดส-เบนซ์โพสต์ภาพคู่กับรถยนต์ของตนเองแล้วมอบเงินบริจาค 500 บาทต่อภาพ โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถรวบรวมเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาทเพื่อมอบให้กับ 4 โรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News