mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธนาคารทิสโก้แนะ! ชะลอลงทุนหุ้นเทคโนโลยี หลังพบ 2 ปัจจัยเสี่ยงจ่อฉุดราคา

ธนาคารทิสโก้เตือนลูกค้าชะลอลงทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาหุ้นขึ้นมามากเมื่อเทียบกับในอดีต ขณะที่สถานการณ์แพร่ระบาด COVID -19 เริ่มดีขึ้นอาจทำให้กำไรของธุรกิจวิ่งตามไม่ทันราคาหุ้น แถมยังต้องเผชิญปัจจัยลบจากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ขยับตัวเพิ่มขึ้น กดดันมูลค่าหุ้นในอนาคต

                นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr.Nattakrit Laotaweesap, Head Of Wealth Advisory of TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID - 19 ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก จนผลักดันให้ราคาทะยานตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยบางบริษัทพุ่งขึ้นสูงกว่า 100% เช่น บริษัท Zoom Video Communications ผู้พัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับการประชุมออนไลน์ ราคาหุ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงตุลาคมปี 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 700% ดันให้อัตราราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ไปอยู่ที่เกือบ 300 เท่า

                หรือแม้กระทั่ง Tesla ผู้ผลิตและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ก็พบว่านับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 1,000% ผลักให้ P/E พุ่งไปอยู่ที่กว่า 1,700 เท่า ซึ่งธนาคารทิสโก้ มีความเห็นว่าราคาหุ้นเทคโนโลยีหลายบริษัทปรับขึ้นไปมากแล้ว และอาจมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงได้ หากมีปัจจัยลบเข้ามากดดัน

                “ต้องยอมรับว่าหุ้นเทคโนโลยีหลายตัวปรับขึ้นมามากแล้ว และธนาคารทิสโก้ก็เริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างที่จะกดดันราคาหุ้นเทคโนโลยีในอนาคต เช่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ (Bond Yield) เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาจึงเริ่มแนะนำให้ลูกค้า “ชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไปบ้างแล้ว และในเร็วๆ นี้จะแนะนำหุ้นกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคตมาเป็นทางเลือกให้ลูกค้าลงทุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ลูกค้าไม่น้อยไปกว่าการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี” นายณัฐกฤติกล่าว

                สำหรับปัจจัยเสี่ยงของหุ้นเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นนั้น โดยสรุปแล้วมีทั้งสิ้น 2 ปัจจัย คือ 1. มูลค่า (Valuation) ที่ปรับตัวขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต และกำไรอาจตามไม่ทันราคาหุ้น โดยปัจจุบันดัชนี  Nasdaq 100 ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีที่รวบรวมหุ้นเทคโนโลยีไว้มากที่สุด มีอัตราส่วนระหว่างราคาหลักทรัพย์ต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ต่อหุ้นใน 12 เดือนข้างหน้า  (12 m Forward P/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 39.6 เท่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 5 ปี และ 10 ปีก่อนหน้าที่ซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 26.1 เท่าและ 22.8 เท่าตามลำดับ

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมานั้นมาจาก นักลงทุนคาดหวังว่ากำไรของหุ้นเทคโนโลยีจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาพึ่งพาการใช้เทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตช่วงที่ COVID - 19 แพร่ระบาด แต่ด้วยปัจจุบันการแพร่ระบาดมีแนวโน้มลดลง และรัฐบาลหลายประเทศเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้กับประชาชน สองประเด็นนี้อาจทำให้คนพึ่งพาเทคโนโลยีชะลอลงกว่าช่วงที่มีการแพร่ระบาดใหม่ๆ และส่งผลให้กำไรของธุรกิจเทคโนโลยีอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ จึงมีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงรับความผิดหวัง ปัจจัยข้างต้นจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังในการลงทุนหุ้นเทคโนโลยีในช่วงต่อจากนี้

  1. การเร่งฉีดวัคซีน COVID - 19 อาจทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้น กดดันราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ตามหลักการการคำนวณมูลค่าหุ้นด้วยวิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow) หรือ DCF ซึ่งใช้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) เป็นเครื่องมือในการคำนวณมูลค่า พบว่า การลดลงของ Bond Yield ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการเติบโตของกระแสเงินสดในอนาคตสูง เนื่องจากอัตราคิดลดที่ลดลงจะส่งผลให้มูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ของกระแสเงินสดในอนาคตมีมูลค่าสูงขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2564 เริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว เช่น พันธบัตรอายุ 10 ปีได้ปรับตัวขึ้นมาจากระดับ 0.9% มาอยู่ที่ 1.10% และมีแนวโน้มว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไปถึง 1.40% ในเร็วๆ นี้ เป็นผลมาจากนักลงทุนคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับมาตรการต่างๆ ของสหรัฐฯ ที่กำลังเพิ่มออกมา ซึ่งการที่ Bond Yield กลับมาปรับตัวสูงขึ้นย่อมส่งผลกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News