mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

DPU นำเทคโนโลยี VR เสริมแกร่งการเรียนรู้ยุคโควิดสร้าง“เด็กการท่องเที่ยว”

“อาจารย์ คือมันก็สวยนะคะ แต่ทำไมมองไปทางไหนก็มีแต่ดินกับทราย โล๊งโล่ง! ไม่มีอะไรเลย”

“ก็ตอนนี้เราอยู่กลางทะเลทรายนี่คะ แหม...พูดเหมือนครูไม่เคยเอาวิดีโอให้ดูว่าทะเลทรายเป็นยังไง”

“มันไม่เหมือนกันสิอาจารย์ คือ ดูวิดีโอกับมายืนอยู่กลางที่จริงอ่ะค่ะ ฟีลมันต่างนะอาจารย์”

บทสนทนานี้เกิดขึ้นเมื่อ นางสาวภควดี วรรณพฤกษ์  (ปีย์) อาจารย์ประจำคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ส่งนักศึกษาไปเดินสำรวจเขตทะเลทรายทางตอนเหนือของทวีปออสเตรเลีย แน่นอนว่าค่าเทอมของคณะไม่ได้แพงขนาดจะตีตั๋วพานักศึกษาไปออกทริปที่ออสเตรเลียได้ ก็เลยต้องหาวิธีพิเศษ...แบบล้ำๆ ที่จะพานักศึกษาไปสัมผัสทะเลทรายสีสนิมชื่อดังของแดนจิงโจ้ โดยที่ตัวยังอยู่เมืองไทย แบบไม่ต้องเสียเงิน แถมไม่เสี่ยงติดโควิดอีกด้วย

ต้องลงทุนกันขนาดนี้เพราะโบราณท่านกล่าวไว้ว่า สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น

อาจารย์ปีย์ เล่าว่า ความท้าทายอย่างหนึ่งของผู้สอนวิชาด้านการท่องเที่ยว คือ การสร้างทักษะให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานในสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน แม้ว่าการเดินทางไปเรียนรู้ถึงสถานที่จริงจะสามารถสร้างความเข้าใจได้มากที่สุด แต่ต่อให้ออกภาคสนามกันบ่อยแค่ไหน (บ่อยจนนักศึกษาซักเสื้อผ้าไม่ทัน) ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพาไปได้ทุกที่ จึงถือว่าโชคดีที่ปัจจุบันมีทั้งสื่อการท่องเที่ยวและเครื่องมือดิจิตัลหลากหลายให้เลือกใช้ประกอบการสอน ช่วยนักศึกษาเสริมความเข้าใจเพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือและฟังบรรยายได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเหล่านี้ก็มีขีดจำกัดในด้านการถ่ายทอดการสัมผัสรับรู้และความรู้สึกที่ได้จากการไปสัมผัสสถานที่จริง หรือที่นักศึกษาชอบเรียกกันว่า ฟีลลิ่ง ซึ่งจำเป็นต่อการทำความเข้าใจบทเรียนอย่างลึกซึ้ง หากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในไทย นักศึกษาอาจเติมเต็มส่วนที่ขาดนี้ด้วยความคุ้นเคยกับสภาพบ้านเมืองและสังคมไทยรวมถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองไทยได้ แต่พอเป็นแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้ว นักศึกษามักไม่มีพื้นฐานมากพอที่จะช่วยให้การจินตนาการตามที่สอนได้ นักศึกษาอาจจะ รู้ว่าทะเลทรายเป็นภูมิประเทศแบบใด แต่นึกไม่ออกว่าความกว้างและเวิ้งว้างของทะเลทรายนั้นมีลักษณะอย่างไร

จึงเป็นโจทย์ใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการเรียนรู้จากสถานที่จริงมากที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเยือนสถานที่นั้นจริง ซึ่งในแวดวงการศึกษายุคดิจิตัลตอนนี้ ได้เริ่มนำเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Virtual Reality (VR) เข้ามาตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว

หลายคนอาจจะเคยเห็นเทคโนโลยีนี้ในรูปแบบของอุปกรณ์คล้ายแว่นตาสำหรับใส่ครอบศีรษะ ซึ่งผู้สวมใส่จะมองเห็นแต่สิ่งที่ปรากฏบนแว่นไม่ว่าจะหันศีรษะมองไปทางไหน เป็นการตัดขาดผู้ใช้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวโดยสิ้นเชิง และทำให้รู้สึกเสมือนเข้าไปอยู่ในความจริงอีกโลกหนึ่ง

การนำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องใหม่ คำว่า Virtual Tourism หรือการท่องเที่ยวเสมือนจริงเริ่มได้รับการพูดถึงตั้งแต่ช่วงที่ Google Map เปิดตัวฟังก์ชั่น Street View และชุดภาพถ่าย 360 องศาของสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างพระราชวังแวร์ซาย ที่อวดความอลังการของพระราชวังตั้งแต่พื้นหินอ่อนจรดภาพจิตรกรรมบนเพดาน แม้ว่าในช่วงแรกจะมีความกังวลว่าเทคโนโลยีเหล่านี้อาจทำให้คนสนใจไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวน้อยลงเพราะได้เห็นทุกอย่างจากภาพถ่ายและวิดีโอแล้ว แต่การศึกษาวิจัยกลับพบว่าสื่อ VR ทำให้คนอยากเดินทางไปสัมผัสของจริงมากขึ้น

ปัจจุบัน Virtual Tourism จึงกลายเป็นเครื่องมือการตลาดใหม่ของการท่องเที่ยวยุคดิจิตัลจำนวนสื่อ Virtual Tourism ยังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ COVID-19 ถึงแม้จะออกจากบ้านไปไหน

ไม่ได้ เพียงแค่สวมใส่แว่นตา VR ก็สามารถเที่ยวชมเมืองเวนิสในภาวะล็อคดาวน์ผ่านสารคดี VR ชุด When We Stayed Home หรือแม้แต่การพิชิตขั้วโลกใต้กับเกมจาก National Geographic

ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยี Virtual Reality ที่กล่าวมา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงได้จัดชุดอุปกรณ์ VR (Oculus Quest) มาทดลองใช้เสริมการเรียนรู้ในวิชาภูมิศาสตร์โลกเพื่อการท่องเที่ยว ให้นักศึกษาใช้สำรวจเมืองและแหล่งท่องเที่ยวที่สนใจผ่านแอพลิเคชั่น Wander ซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นที่ดึงข้อมูล Street View และภาพถ่าย 360 องศาของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆจาก Google Map

นักศึกษาที่ได้ทดลองใช้งานต่างมีความเห็นว่า ได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ และการเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง ช่วยให้คลิ้ก ในสิ่งที่เรียนรู้จากห้องเรียน ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลแห้งๆที่ต้องพยายามจำ ให้กลายเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นได้

แม้ตอนนี้จะเป็นช่วงขาลงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่การออกเดินทางท่องเที่ยวยังคงเป็นความต้องการที่ฝังลึกในตัวมนุษย์แทบทุกคน จึงเชื่อได้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะต้องฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมจึงยึดมั่นในการผลิตบุคลากรทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการขยายผลการใช้เทคโนโลยี VR เพื่อสนับสนุนการสอนของวิชาที่ต้องระงับการออกภาคสนามอันเป็นผลมาจากวิกฤติการณ์ COVID-19 โดยหวังว่าจะช่วยให้นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ที่ใกล้เคียงการออกภาคสนามที่สุด

เพราะเด็กท่องเที่ยวยุคโควิดต้องมีความสามารถไม่แพ้รุ่นพี่ ตรงกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่ว่า อยู่เป็น...ทุกการเปลี่ยนแปลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News