mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

AIT ท็อปฟอร์ม โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือน ทำกำไรสุทธิ253ล้านบาท

‘บมจ.แอดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี’ (AIT) ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยผลการดำเนินงานจากงบเฉพาะกิจการในไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท และรายได้อยู่ที่ 2,241 ล้านบาท ส่งผลให้งบ 9 เดือนจากงบเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิรวม 253 ล้านบาท และรายได้ 4,660 ล้านบาท พร้อมตุน Backlog 6,600 ล้านบาท หนุนผลการดำเนินงานทั้งปีแตะ 6,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย ชี้การลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ 

นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจบริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/63 (กรกฎาคม – กันยายน 2563 ) บริษัทฯได้ส่งมอบงวดงานโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการได้มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้เริ่มมาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ของโรค COVID–19  ทำให้บริษัทฯสามารถดำเนินการโครงการได้เพิ่มขึ้น เช่น โครงการซื้อและติดตั้งระบบ Cloud ของ กสท.โทรคมนาคม โครงการจ้างพัฒนาระบบการจำหน่ายตั๋วโดยสารและสำรองที่นั่ง (D–Ticket) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น จึงส่งผลให้ผลประกอบการจากงบเฉพาะกิจการในไตรมาสนี้ มีรายได้อยู่ที่ 2,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เทียบกับงวดไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1,799 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 94  ล้านบาท 

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกจากเฉพาะงบกิจการในปี 2563 (มกราคม-กันยายน 2563) ลดลงมาเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 253 ล้านบาท ลดลง 12% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 286 ล้านบาท และมีรายได้รวม 4,660 ล้านบาท ลดลง 3% จากรายได้ในปีที่ผ่านมาที่ 4,796 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID–19  อย่างไรก็ตาม หลังจากสถานการณ์ดังกล่าวภายในประเทศเริ่มคลี่คลาย บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินงานและส่งมอบงานโครงการในมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตให้แก่ AIT ได้ตามเป้าหมาย 

ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AIT กล่าวเพิ่มเติมว่า มั่นใจรายได้รวมปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่ 6,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 อยู่ที่ 6,600 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ส่วนหนึ่งและจะทยอยรับรู้ในปีต่อๆไป อีกทั้งยังมีงานที่อยู่ระหว่างรอใบคำสั่งซื้อจากลูกค้าประมาณ 85 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะทยอยลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพราะมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติลงทุนเพิ่มเติมใน Campana Pte. Ltd. (“Campana”) จำนวนเงิน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ เพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงในบริษัทดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 % อีกทั้งเห็นว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนดีในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยปัจจุบัน Campana ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเดินสายเคเบิ้ลใต้ทะเลในฝั่งอันดามันเพื่อให้บริการเช่าลิงค์ในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (พม่า)ไปยังประเทศสิงคโปร์เพื่อเชื่อมต่อระบบการสื่อสารไปยังนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วย 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1.SIGMA โครงการไฟเบอร์ออฟติคเคเบิลใต้น้ำ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2564 และ 2.TARO โครงการไฟเบอร์ออฟติคเคเบิลบนดินเชื่อมต่อระหว่างประเทศพม่ากับประเทศไทย ซึ่งได้เปิดให้บริการแล้วเมื่อต้นปี 2561

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News