mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทิสโก้เวลธ์เปิดผลตอบแทน กองทุนหุ้นเมกะเทรนด์ที่แนะนำ 9 เดือนชนะหุ้นไทยตามคาด

ทิสโก้เวลธ์ เปิดผลตอบแทนกองทุนหุ้นเมกะเทรนด์ที่แนะนำ 9 เดือนเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ารับรีเทิร์นเฉลี่ย 41.27% ชนะดัชนีหุ้นไทยตามคาด พร้อมเปิดทริกเลือกกองทุนเมกะเทรนด์จากหลาย บลจ. 

นางวรสินี เศรษฐบุตร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ (Mrs.Vorasinee Sethabutr, Head Of Wealth Product Development, TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหุ้นเมกะเทรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักลงทุนมากขึ้น และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่ง มีการนำเสนอกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าวนี้มากมาย ขณะที่ทิสโก้เวลธ์ได้เริ่มแนะนำกองทุนหุ้นกลุ่มเมกะเทรนด์มาตั้งแต่ต้นปี 2562 ซึ่งหากลูกค้าเลือกลงทุนในกองทุนเมกะเทรนด์ที่ทิสโก้เวลธ์แนะนำมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกว่า 41.27% ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีหุ้นไทยซึ่งไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และมีความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ให้ผลตอบแทนติดลบ 21.7%

 “ตั้งแต่ปีที่แล้ว ทิสโก้เวลธ์มีมุมมองว่า กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเมกะเทรนด์จะสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในระยะยาว และมีโอกาสรอดพ้นจากภาวะวิกฤตได้มากกว่าสินทรัพย์อื่น รวมถึงน่าจะสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่าการกระจายการลงทุนรายประเทศที่เป็นการกระจายการลงทุนแบบดั้งเดิม ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่า การจัดพอร์ตด้วยกองทุนหุ้นเมกะเทรนด์มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีตามที่ทิสโก้เวลธ์ได้วิเคราะห์ไว้จริง โดยหากเทียบกองทุนหุ้นเมกะเทรนด์กับดัชนีหุ้นไทยซึ่งเป็นการลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกับกองทุนเมกะเทรนด์แต่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนพบว่า กองทุนหุ้นเมกะเทรนด์ซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 6-7 (เสี่ยงสูง) และมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก็ยังให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นไทย” นางวรสินีกล่าว 

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเมกะเทรนด์หลายกองทุนจากหลาย บลจ.  ดังนั้น นักลงทุนควรเลือกลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว มีสภาพคล่องสูง มีความเสี่ยงที่อยู่ในระดับที่นักลงทุนรับได้ กองทุนหลักควรลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตดี และมีราคาที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับโอกาสการเติบโต และจากบริการ Open Architecture จึงทำให้ทิสโก้เวลธ์สามารถคัดสรรกองทุนคุณภาพที่โดดเด่นจากหลากหลาย บลจ.ชั้นนำมาเสนอให้ลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้

สำหรับกองทุนคุณภาพที่ทิสโก้เวลธ์แนะนำในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 5 กองทุน คือ 1. กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ (TGHDIGI) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในบริษัทที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ (Digital Health) ทั่วโลก ผ่านกองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity ชนิดหน่วยลงทุน IB USD (กองทุนหลัก) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน ย้อนหลัง 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่  30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 14.92% 54.04% 43.51% 67.63% ต่อปี และ 31.40% ต่อปี ตามลำดับ

ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยระหว่างผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อคำนวณผลตอบแทนให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ในสัดส่วน 95% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วน 5% มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 17.19% 50.90% 53.99% 77.10% ต่อปี และ 33.67% ต่อปี ตามลำดับ 

  1. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การวินิจฉัยโรค และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ทั่วโลกผ่านกองทุน Polar Capital Funds plc - Biotechnology (กองทุนหลัก) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 9.54% 39.76% 61.90% และ 61.90% ตามลำดับ

 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีชี้วัดของกองทุน ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยระหว่างผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลักปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทนในสัดส่วน 95% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษีในสัดส่วน 5% พบว่า ดัชนีชี้วัดมีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 12.02% 36.38% 59.45% และ 59.45% ตามลำดับ

  1. กองทุนเปิด ยูไนเต็ดเอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี ฟันด์ (UEDTECH) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ประกอบด้วยผู้ผลิตหรือจัดทำข้อมูลด้านการศึกษา แพลตฟอร์มและการนำเสนอข้อมูล รวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านกองทุน Credit Suisse (Lux) Edutainment Equity Fund - Class IBP USD เพียงกองเดียว มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 9 เดือน และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 7.37% 19.58% และ 19.58% ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัดของกองทุน ซึ่งได้แก่ ดัชนี MSCI World ESG Leaders (NR) ซึ่งเป็นดัชนีเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวนผลตอบแทน สัดส่วน 100% อยู่ที่ 8.21% 5.08% และ 5.08%
  2. กองทุนเปิด วรรณ โกบอล อีคอมเมิร์ซ (ONE-GECOM) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้น และ/หรือกองทุนรวม ETF ทั่วโลกที่ลงทุนในกิจการที่มีรายได้หรือได้รับประโยชน์จากช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน ย้อนหลัง 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 24.19% 95.54% 71.77% 90.31% ต่อปี และ 96.93% ต่อปี ตามลำดับ

 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ อัตราผลตอบแทนของดัชนี EQM Online Retail ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่ลงทุน ตามสัดส่วนการทำ Hedging ประมาณ 90% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอัตราผลตอบแทนของดัชนี EQM Online Retail ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ตามสัดส่วนที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอยู่ที่ 25.87% 113.38% 72.27% 89.79% ต่อปี และ 30.24% ต่อปี ตามลำดับ

  1. กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Global X Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 9 เดือน และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 อยู่ที่ 9.57% และ 9.57% ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนให้อยู่ในรูป สกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ในสัดส่วน 100% อยู่ที่ 9.38% และ 9.38% ตามลำดับ

 อย่างไรก็ตาม กองทุน TGHDIGI TBIOTECH และ TCLOUD ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ในขณะที่กองทุน TGHDIGI TBIOTECH UEDTECH และ TCLOUD อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ส่วนกองทุน ONE-GECOM ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน (ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 2 กด 4

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News