mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทปอ.ชูบทบาทมหาวิทยาลัยไทยสู่อินโนเวชั่นฮับส์โชว์5กลุ่มงานวิจัยผ่าน“ยูนิเวอร์ซิตี้เอ็กซ์โป2018”

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สนองนโยบายรัฐบาล เปิดบทบาทมหาวิทยาลัยยุคใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation Hubs  โดยมุ่งเน้นไปที่  5 กลุ่มงานที่สำคัญ ได้แก่  Agriculture & Food ศูนย์นวัตกรรมเกษตรและอาหาร Ageing Society  ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงอายุ Smart City  ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ Bionergy ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านพลังงานชีวภาพ และ Creative Economy  ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านสินค้าหรือการบริการสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ทปอ. จะเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยภายใต้เครือข่ายทั้ง 160 แห่ง หยิบนำความโดดเด่นจากนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้มาผนวกและพัฒนาให้เกิดชิ้นงานแบบใหม่ๆร่วมกัน   โดยเมื่อเร็วๆนี้ ทปอ.ได้จัด University Expo 2018 มหกรรมอุดมศึกษาพลังขับเคลื่อนประเทศไทย พร้อมโชว์นวัตกรรม 5 กลุ่มกว่า 30 ชิ้นงาน ซึ่งยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคดนโลยีร่วมบรรยายพิเศษในประเด็น การปฏิรูปการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย   ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการใช้ความรู้จากผลงานวิจัยและองค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยมาตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยจึงได้วางแนวทางให้แต่ละมหาวิทยาลัยเร่งนำผลงานที่เกิดจากการคิดค้นทั้งในแง่ของงานวิจัย การประดิษฐ์เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งระบบสารสนเทศต่างๆที่มีความอัจฉริยะ มาร่วมต่อยอดและขยายผลให้เกิดการใช้งานได้จริง โดย ทปอ.ได้มุ่งผลักดันและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผ่านกลไกการสร้างศูนย์นวัตกรรม หรือ Innovation Hubs ซึ่งจะเป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่ทั้งการพัฒนาองค์ความรู้ นำความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดขยายผลให้เกิดการใช้งานได้จริงทั้งในรูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดผลผลิตที่เป็นได้ทั้งสินค้า หรือการบริการ

ศ.ดร.สุชัชวีร์  กล่าวต่อว่า ศูนย์กลางด้านนวัตกรรม หรือ Innovation Hubs  ในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่   5 กลุ่มงานที่สำคัญ ได้แก่

  1. Agriculture & Food หรือ ศูนย์นวัตกรรมเกษตรและอาหาร โดยมุ่งเน้นการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพชั้นนำเพื่อการบริโภคและส่งออก รวมถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพ การผลิตเทคโนโลยีและนวัตกรรมในด้านบรรจุภัณฑ์ ผลิตผลทางการเกษตร รวมทั้งอาหารรูปแบบใหม่ๆที่มีฟังก์ชั่นตามกระแสที่ผู้บริโภคกำลังให้ความสนใจ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ  ข้าว Probiotic พร้อมชงจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น การพัฒนาโดรนอัจฉริยะเพื่อใช้ในการเกษตรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  2. Ageing Society หรือ ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงอายุ มุ่งเน้นอาหารเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ และการดูแลฟื้นฟูสุขภาพเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศและของโลก รวมทั้งนวัตกรรมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้พิการที่กำลังทวีคูณเพิ่มขึ้นในสังคม โดยมีตัวอย่างนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ หุ่นยนต์แพทย์เคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช จาก มหาวิทยาลัยมหิดล “อิ่มละมุน” เจลลี่ผักสมุนไพรที่เป็นแหล่งของเหล็กสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น
  3. Smart City หรือศูนย์รวมนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ มุ่งเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มจากข้อมูลเพื่อคมนาคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ และสาธารณูปโภค ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองเพื่อให้มีความอัจฉริยะ โดยมุ่งเน้น 5 ด้านได้แก่ Smart Mobility (การจราจร การขนส่ง) Smart Living (ด้านความเป็นอยู่และความปลอดภัย) Smart Economy (ด้านการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจ) Smart Environment (ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน) Smart Utility (การบริหารจัดการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของเมือง) โดยมีต้นแบบนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่น วงจรปุ่มกดช่วยเหลือไร้สายในบ้านเพื่อดูแลผู้สูงอายุ จากมหาวิทยาลัยบูรพา Intergrated Smart City Cloud Platform จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นต้น
  4. Bionergy หรือ ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านพลังงานชีวภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาพลังงานชีวภาพที่เป็นฐานทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะก๊าซชีวภาพ และชีวมวลสำหรับชุมชน รวมถึงการนำสิ่งมี่ใช้แล้วมาพัฒนาเป็นพลังงานต่างๆ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ศูนย์นวัตกรรมแปรรูปชีวมวลเหลือทิ้งด้วยนวัตกรรมเป็นเชื้อเพลิงแข็ง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการสร้างศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและติดตั้งต้นแบบระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. Creative Economy หรือ ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านสินค้าหรือการบริการสร้างสรรค์ มุ่งเน้นการพัฒนาการใช้ต้นทุนหรือศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชน หรือท้องถิ่นในด้านต่างๆ อาทิ ภูมิปัญญา ความหลากหลายทางวัฒนธรรม งานฝีมือ การออกแบบ รวมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิงเพื่อก่อให้เกิดมูค่าใหม่ตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ภาชนะรองรับทางชีวภาพอย่างสร้างสรรค์ และผ้ากะทอง จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนโยบายในการสนับสนุน Innovation Hub ก้าวต่อไป ของทปอ.                จะเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยภายใต้เครือข่ายทั้ง 160 แห่ง หยิบนำความโดดเด่นจากนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้มาผนวกและพัฒนาให้เกิดชิ้นงานแบบใหม่ๆร่วมกัน โดยทปอ.มีพันธกิจส่งเสริมภายใต้ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.  การขยายความร่วมมือ ระหว่างเอกชน รัฐบาล และมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์  2.  การพัฒนาพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน หรือสถาบันด้านนวัตกรรมและการวิจัยให้เกิดขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพภายใต้พื้นที่มหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ 3. การสรรหาและเข้าสู่การเป็นส่วนเติมเต็ม โดยจะเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้ งานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์เข้าไปช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม  และ 4. การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรุู้และนวัตกรรม  เริ่มตั้งแต่ในระดับผู้บริหารระดับสูง คณบดี ครูอาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปให้มีแนวความคิดในการผสมผสานการประยุกต์นวัตกรรมกับทักษะแต่ละด้านที่ตนเองถนัดหรือสนใจ โดยใช้ปัจจัยและระบบนิเวศที่เพียบพร้อมของสถาบันและบริบทโดยรอบเป็นตัวขับเคลื่อน 

อย่างไรก็ดี   ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ได้จัด University Expo 2018 มหกรรมอุดมศึกษา พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0   โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ร่วมบรรยายพิเศษในประเด็น การปฏิรูปการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย พร้อมด้วยการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาภายใต้เครือข่าย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมงาน  University Expo 2018 มหกรรมอุดมศึกษา     พลังขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0  ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 4 มีนาคม นี้ ณ  รอยัลพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนประชาสัมพันธ์ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หมายเลขโทรศัพท์  02-345-5155 หรือเข้าไปที่ https://www.facebook.com/cuptthailand/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News