mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธนาคารกรุงเทพ ลงพื้นที่ขอนแก่น เยี่ยมลูกค้าธุรกิจ-บมจ.ช ทวี-กลุ่มผู้เลียงปลาหนองนางขวัญ

ธนาคารกรุงเทพ นำคณะสื่อมวลชนถวายผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 54 ณ วัดมหาชัย พระอารามหลวง จ.มหาสารคาม พร้อมลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เยี่ยมลูกค้าธุรกิจ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) รับฟังข้อมูลการดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายรอบด้าน และนโยบายขับเคลื่อนโครงการ “ขอนแก่นโมเดล” ในฐานะภาคเอกชนผู้ร่วมก่อตั้ง กลุ่มขอนแก่นพัฒนาเมือง กำลังสำคัญในการผลักดันขอนแก่นสู่เมืองต้นแบบ Smart City

บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) “CHO” นับเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจรถขนส่งในจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งริเริ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุก ก่อนจะขยายมาสู่การผลิตและต่อตัวถังรถบัส รถพ่วง-กึ่งพ่วง และรถขนส่งประเภทต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีรถพ่วง และรถเพื่อการพาณิชย์ จากการมองเห็นแนวโน้มการขยายตัวของความต้องการที่มีในระบบขนถ่ายสินค้าด้วยรถพ่วงขนาดใหญ่ และเห็นความสำคัญของนวัตกรรมด้านการต่อตัวถังรถบรรทุกด้วยเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศ ว่าจะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมรถพ่วง-กึ่งพ่วง ในอนาคตเพิ่มมากขึ้น

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์คุณภาพภายใต้การออกแบบอย่างเหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. กลุ่มผลิตภัณฑ์มาตรฐาน (Standard Product) หรือสินค้าที่สามารถสั่งเพื่อนำไปใช้งานได้ทันที มักเป็นรถในกลุ่มเชิงพาณิชย์ หรือรถสำหรับบรรทุกสินค้าตามวัตถุประสงค์ เช่น กลุ่มรถบรรทุก รถพ่วง-กึ่งพ่วงทั่วไป รถตู้ไฟเบอร์กลาส น้ำหนักเบา รถประชุมสัมมนา รถบรรทุกแบบเทข้าง เป็นต้น
  2. กลุ่มผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษ (Special Product) เป็นกลุ่มสินค้าที่ออกแบบพิเศษ มีเทคโนโลยีสลับซับซ้อน และระบบวิศวกรรมที่แม่นยำในการใช้งาน เป็นรถเชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรม Logistic การบิน และอื่น ๆ เช่น กลุ่มรถบรรทุก รถพ่วง-กึ่งพ่วงพิเศษ รถลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน (Catering Hi-Loader Truck) รถพยาบาลพิเศษในสนามบิน (Ambulance Truck) รถดับเพลิงในสนามบิน รถซ่อมบำรุงเครื่องบิน (Maintenance Platform) รถตรวจสะพาน รถใช้งานพิเศษตามความต้องการของลูกค้า หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น รถหุ้มเกราะ 3 Axles Flat Top Semi Trailer, Japan โดยบริษัทมีลูกค้าในกลุ่มธุรกิจสายการบินชั้นนำทั้งของไทยและต่างประเทศ อาทิ Thai Airways, Thai Air Asia, Emirates Airline, Royal Brunei Catering, Vietnam Airlines เป็นต้น
  3. ผลิตภัณฑ์กลุ่มโครงการและงานบริการพิเศษ (Project Management and Services) เป็นการรับบริหารจัดการสินค้าและบริการในโครงการต่าง ๆ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญของพนักงานเฉพาะกลุ่ม เช่น โครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ของกองทัพเรือ ซึ่งบริษัทได้รับบริหารโครงการเรือลำที่ 2 บางส่วน และก่อสร้างชิ้นส่วนเพื่อส่งมอบนำไปประกอบเรือ โครงการบริหารงานซ่อมบำรุงรถขนส่งและดูแลงานซ่อมบำรุง เพื่อรักษาสมรรถนะการใช้งานของรถในพื้นที่ศูนย์กระจายสินค้า (DC) ของเทสโก้ โลตัส ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ซ่อมอยู่ใน DC 6 แห่ง ศูนย์ซ่อมนอก DC 3 แห่ง รวมทั้งศูนย์ในประเทศเวียดนาม 1 แห่ง โครงการขนส่งมวลชน เพื่อเป็นสวัสดิการให้บริการรับ – ส่ง นักศึกษาและบุคลากร ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น (KKU Smart Transit) ที่พัฒนาระบบ Smart Transit และ Application ที่สมบูรณ์ทั้งระบบ กลายเป็นต้นแบบให้หลายองค์กรมาศึกษาดูงาน เรื่องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะ รวมทั้งยังได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้ซ่อมแซม บำรุงรักษา รถโดยสารปรับอากาศ NGV ให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ “ขสมก.” ร่วมกับพันธมิตรในนาม SCN-CHO อีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังต่อยอดธุรกิจจากที่มีศูนย์ซ่อมรถบรรทุกอยู่ 3 แห่ง คือ ขอนแก่น วังน้อย และพัทยา ด้วยการเพิ่มบริการศูนย์ซ่อม “สิบล้อ 24 ชั่วโมง by CHO” เพื่อซ่อมแซม บำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตัวถัง ระบบไฟฟ้า แบบเต็มระบบ โดยเปิดให้บริการแล้วที่ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และสุวรรณภูมิ โดยมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 5 แห่ง กระจายไปทั่วประเทศ ภายในปี 2565 ภายใต้งบ 350 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มการให้บริการครอบคลุมการจดทะเบียน ต่อภาษี ประกันภัย พร้อมจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง โดยทีมช่างมืออาชีพ และเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมระบบการบันทึกข้อมูล ประวัติการซ่อมแซม เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลประวัติการซ่อมรถแต่ละคันได้จากทุกศูนย์บริการ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสังคม เช่น การสนับสนุนรถเมล์ NGV (Low Floor) ที่ออกแบบเพื่อให้ผู้โดยสารทุกกลุ่มสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก และปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ เป็นต้น

“ในส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทเช่นกัน โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่มสายการบินทั้งในและต่างประเทศต่างได้รับผลกระทบ และชะลอการลงทุน รวมทั้งการเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูกิจการของสายการบินรายใหญ่ระดับประเทศ แต่บริษัทยังมีรายได้ประจำจากกลุ่มงานซ่อมบำรุงเข้ามาช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับสายงานผลิตประกอบรถโดยสารไฟฟ้า (EV-BUS) เพื่อรองรับความต้องการทั้งจากภาครัฐและเอกชน  โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานได้ในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่ภาพรวมรายได้ของบริษัทเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานั้น มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกแบบพิเศษประมาณ 65% กลุ่มบริหารโครงการและงานบริการ 22% และมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มาตรฐาน13%” นายสุรเดช กล่าว

นายสุรเดช กล่าวต่อว่า บริษัท ช ทวี ยังเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญของภาคเอกชนกว่า 20 ราย ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเชื่อมโยงกันด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันในเรื่อง “สำนึกรักบ้านเกิด” และร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง(เคเคทีที) จำกัด “KKTT” ภายใต้ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน “ขอนแก่นโมเดล” อย่างบูรณาการร่วมกัน ทั้งความร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยงานส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคประชาชนในพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่ม NGO เพื่อออกแบบพัฒนาโครงสร้างของจังหวัดและพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างถูกทิศทาง สู่การเป็นต้นแบบด้าน Smart City เมืองแห่งอนาคต และเมืองศูนย์กลางของอาเซียนเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

สำหรับแผนการลงทุนของกลุ่ม KKTT จะเน้นการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นตัวนำ ด้วยการสร้างรถไฟฟ้ารางเบา ระยะทาง 26 กิโลเมตร จำนวนสถานี 21 สถานี และการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสมในแนวสายรถไฟฟ้ารางเบา (Transit Oriented Development) รวมทั้งการสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว ท่าเรือบก หรือ Inland Container Depot เพื่อใช้ขนส่งสินค้าด้วยระบบราง รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ การศึกษา งานวิจัย และอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ดัชนีความสุขของผู้คนในจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น สอดรับกับนโยบายจังหวัดที่ต้องการเป็นเมืองศูนย์กลาง 3 ด้าน คือ การเป็นเมืองราง เมืองศูนย์กลางทางการแพทย์ และเมืองศูนย์กลางด้านการประชุมสัมมนา (MICE City) โดยที่องค์ความรู้เหล่านี้ จะเป็นแนวทางในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและสังคมไทยได้ในอนาคต 

ด้าน ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เจตนารมย์สำคัญของธนาคารคือ การเป็น “เพื่อนคู่คิด” พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าธุรกิจในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะ บริษัท ช ทวี ซึ่งเป็นลูกค้ากับทางธนาคารมาอย่างยาวนาน และมีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางธนาคารมีความตระหนัก และนำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การพิจารณาสินเชื่ออย่างมีจริยธรรม โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อม การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงสวัสดิภาพของพนักงาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนโดยรอบสำนักงานและสาขาของธนาคาร เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นธนาคารแห่งความยั่งยืนของสังคมและประเทศชาติเช่นเดียวกัน

 

ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงเทพ ยังได้นำลงพื้นที่บ้านหนองนาขวัญ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมงน้ำจืดรายใหญ่  โดยการนำของ  ร.ต.สมพงษ์ ไชยสงค์ อดีตนายทหารเกษียณอายุราชการ  ซึ่งได้พลิกพื้นที่ดินนาที่มีความเค็มไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวมาเป็นเลี้ยงปลา รวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้เลียงปลาหนองนางขวัญ ซึ่งประสบความสำเร็จสามารถเพาะเลี้ยงปลากะพง แต่ส่วนใหญ่ปลาที่เลี้ยงไว้จะเป็นปลานิล  ปลาตะเพียร ปลายี่สก และปลามรกต ซึ่งเป็นพันธุ์ผสมระหว่างปลาบึก กับปลาสวาย  ปัจจุบัน  มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเป็นสมาชิก  60  ครอบครัว แต่ละรายมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้  มีรายรับหลายแสนบาท  นอกจากนี้ ยังเป็นต้นแบบ ที่มีกลุ่มนักวิชาการ ผู้นำชุมชน นักศึกษาและเกษตรกรชาวบ้านจากหลายจังหวัดแวะเวียนมาดูงานไม่ขาดสาย

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมสนับสนุนชนบทในโครงการบัวหลวงร่วมชุมชนแก้ภัยแล้ง สร้างฝายน้ำล้น 22 แห่งทั่วประเทศ และอยู่ในจังหวัดขอนแก่น 9 แห่ง โดยกลุ่มกลุ่มผู้เลียงปลาหนองนางขวัญ ได้รับอานิสงส์ จากฝายต้นน้ำที่นำส่งน้ำมาจากแก่งระว้า ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงขนาดใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น มายังบ่อปลาของเกษตรกร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News