mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บล.ทิสโก้ชี้ไตรมาส4หุ้นไทยยังลงต่อพร้อมเปิดกลยุทธ์เลือกหุ้นระยะสั้น-กลาง

บล.ทิสโก้คาดต้นไตรมาส 4/2563 หุ้นไทยจะผันผวนขาลง จากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ เปิดกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นในหุ้นขนาดเล็ก หลบภัย Short Selling และต่างชาติเทขาย ขณะที่ลงทุนระยะกลางแนะเพิ่มน้ำหนักหุ้นใหญ่และหุ้นกลาง รับกำไรบจ.เริ่มฟื้นไตรมาส 1/2564

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Mr. Apichat Poobunjirdkul, Senior Strategist, TISCO Securities Co., Ltd) เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวหลุดระดับ 1,250 จุด ซึ่งเป็นจุดที่บล. ทิสโก้มองว่าเป็นจังหวะทยอยสะสม “เพื่อการลงทุน” เพราะถูกกดดันจากความกังวลเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้า หลังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศขาดช่วง และเกิดการแพร่ระบาด COVID-19 ระลอก 2 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป จนนำไปสู่การใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ ประกอบกับปัญหาการเมืองในประเทศส่อแววยืดเยื้อ หลังการประชุมรัฐสภาร่วมในช่วงปลายเดือนที่แล้ว ยังไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใดเลย สร้างความกังวลต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาที่น่าจะถูกยกระดับขึ้นอีก

สำหรับการลงทุนในไตรมาสที่ 4/2563 คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันต่อเนื่องจากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยต่างประเทศ โมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดยเฉพาะตัวเลขรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหภาพยุโรปที่พลิกกลับมาต่ำกว่าระดับ 50 จุดในเดือนกันยายน บ่งชี้ภาวะหดตัวอีกครั้ง ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอบใหม่ คาดจะมีความล่าช้าต่อเนื่องจนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ไปแล้ว

ส่วนปัจจัยในประเทศ คาดว่าแนวโน้มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนยังถูกปรับลงอีกจากปัจจุบันนักวิเคราะห์ในตลาด (รวบรวมข้อมูลจากบลูมเบิร์ก) ประเมินว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนปี 2563 จะทำได้ที่ 57.9 บาทต่อหุ้น ขณะที่ปี 2564 จะทำได้ที่ 75.6 บาทต่อหุ้น เพราะได้รับผลกระทบจากการทยอยเปิดรับนักท่องเที่ยวช้ากว่าคาด และการระบาด COVID-19 ระลอกใหม่ในต่างประเทศ ผสานกับปัญหาการเมืองในประเทศที่ยังคาราคาซังต่อไป คาดจะกดดันให้ดัชนีหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งซิกแซกลงต่อโดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของไตรมาส 4/2563

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้มองว่าช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2564 ดัชนีหุ้นไทยจะมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากความชัดเจนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการเจรจา Brexit ประกอบกับวัคซีนน่าจะมีพัฒนาการในเชิงบวกมากขึ้น โดยมองว่าจะเห็นการโยกเม็ดเงินที่ปัจจุบันยังอยู่ในเงินฝากธนาคารและตลาดเงินจำนวนมากเข้าสู่ตลาดหุ้น เพื่อแสวงหาผลตอบแทนภายใต้ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่จะยังอยู่ในระดับต่ำไปอีกนานตลอด 3 ปีข้างหน้า ประกอบกับ บล.ทิสโก้มองว่าตลาดหุ้นโลกซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลานั้นน่าจะปรับฐานราคาลงมาอยู่ในโซนที่น่าลงทุนคุ้มค่าความเสี่ยงแล้วหากเทียบกับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2564 ที่ประเมินไว้ที่ 1,500 จุด นอกจากนี้ ฐานกำไรของบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 เป็นต้นไป จะเป็นตัวขับเคลื่อนดัชนีหุ้นไทยได้เป็นอย่างดีในระยะถัดไป 

นายอภิชาติกล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.ทิสโก้เชื่อว่าหุ้นขนาดเล็ก (Small Cap) ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ หรือปรับลงน้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ (Outperform) ต่อไปในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า สังเกตได้จากดัชนี sSET Index ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญขนาดเล็กซึ่งอยู่นอกกลุ่มดัชนี SET100 ปรับตัวในทิศทางที่ดีกว่าดัชนี SET100 และดีกว่าดัชนีหุ้นไทยอย่างชัดเจนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และดัชนี sSET Index 9 เดือนแรกของปีนี้ ปรับตัวลงเพียง 9% ขณะที่ดัชนี SET 100 ลดลง  25% และดัชนีหุ้นไทยลดลง 21%

สำหรับปัจจัยหนุนที่คาดว่าหุ้นขนาดเล็กจะ Outperform กว่าตลาดโดยรวมนั้น มี 3 ปัจจัย คือ 1. โมเมนตัมดีทั้งการเคลื่อนที่ของราคาและเม็ดเงินไหลเข้า นอกจากสัดส่วนดัชนี sSET ต่อดัชนี SET (sSET/SET) จะขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่นับจากปี 2562 แล้ว ยังพบว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าไปลงทุนหุ้นขนาดเล็กเพิ่มขึ้นด้วย ไม่เปราะบางเหมือนที่ผ่านมา 2. ตลท.กลับมาใช้เกณฑ์การขายชอร์ต (Short Selling) ตามปกติ น่าจะทำให้มูลค่าชอร์ตเซลมีแนวโน้มสูงขึ้นเข้าสู่ระดับปกติที่เฉลี่ยประมาณ 5% ของมูลค่าซื้อขายรวมของตลาด จากปัจจุบันที่เฉลี่ยต่ำเพียงประมาณ 1% เท่านั้น และหุ้นขนาดใหญ่ถึงกลางที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง คาดจะเป็นเป้าหมายหลักในการขายชอร์ต ดังนั้น จึงมีโอกาสเกิดความผันผวนได้ง่ายกว่าหุ้นขนาดเล็ก

และ 3. แรงขายต่อเนื่องจากต่างชาติ โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท ขายสุทธิ 14 เดือนติดต่อกัน ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิมากกว่า 2.7 แสนล้านบาท และยังไม่มีสัญญาณพลิกกลับมาไหลเข้าในเร็วๆ นี้ ขณะที่ข้อมูลในอดีต 10 ปีที่ผ่านมาบ่งชี้โอกาสที่ต่างชาติจะเป็นผู้ซื้อสุทธิในไตรมาส 4 มีเพียง 30% เท่านั้น และมียอดขายสุทธิเฉลี่ย 2.9 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น หุ้นแนะนำในเดือนตุลาคมจึงเน้นหุ้นขนาดเล็กที่คาดงบไตรมาส 3/2563 ออกมาดีและฐานกำไรปีหน้าจะกลับมาเติบโตสูงกว่าช่วงก่อน COVID-19 แนะนำ BGC, PRM, SEAFCO, SMPC, SYNEX และ TPIPL ด้านแนวรับสำคัญเดือนนี้อยู่ที่ 1,200 - 1,220 จุด แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,270 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,295-1,300 จุด ตามลำดับ

สำหรับการลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือนข้างหน้า) ยังแนะนำหาจังหวะสะสมช่วงอ่อนตัว โดยควรเบนเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่และกลางมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส เพราะจะกลับมาเป็นเป้าเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าในระยะถัดไป หุ้นเด่นน่าสะสม “เพื่อการลงทุน” แนะนำ AEONTS, AOT, BAM, BDMS, BEM, CPALL, KTC, MTC และ WHA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News