mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เลขาธิการ คปภ. ระดมสมองวางกรอบยุทธศาสตร์ 3 ปี

เลขาธิการ คปภ. ระดมสมองวางกรอบยุทธศาสตร์ 3 ปี นำสำนักงาน คปภ. ฟันฝ่า “ยุคโควิดภิวัฒน์” ก้าวสู่ความเป็นองค์กรชั้นนำที่สร้างเสริมระบบประกันภัยให้เข้าถึงโดยง่าย เป็นธรรม และยั่งยืน

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการคปภ.) เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาการบริหารเชิงกลยุทธ์ของสำนักงาน คปภ. (OIC Strategic Management) สำหรับผู้บริหารระดับสูง เพื่อกำหนดทิศทางในการจัดทำกรอบแผนยุทธศาสตร์สำนักงาน คปภ. 3 ปี    (ปี2564 – 2566) และจัดทำแผนการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ปี 2564 จัดโดยสายกลยุทธ์องค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรม Renaissance Pattaya Resort & Spa จังหวัดชลบุรี

ในโอกาสนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า การจัดทำแผนยุทธศาสตร์สำนักงาน คปภ. 3 ปี (ปี 2564 – 2566) และจัดทำแผนการดำเนินงานของสำนักงาน คปภ. ปี 2564 มีความแตกต่างไปจากทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากครั้งนี้จำเป็นต้องหยิบยก สภาพปัญหา โอกาส และความท้าทาย ของสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยที่กำลังเผชิญอยู่ เพื่อนำมาใช้เป็นกรอบความคิดหลัก ๆ ในการจัดทำแผนฯ ดังกล่าว ซึ่งสภาพปัญหา โอกาส และความท้าทาย 7 ประการ ได้แก่ ประการแรก การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - 19 กลายเป็นตัวเร่งให้สังคมไทยเข้าสู่รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ยุคโควิดภิวัฒน์” ที่พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้เทคโนโลยีและทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น มีการดำเนินธุรกิจจะเป็นรูปแบบใหม่ภายใต้ New Normal หรืออาจปรับไปสู่ New Business Model มีการนำ Application  AI  Platform และ API (Application Programming Interface) มาสนับสนุนในการทำธุรกิจประกันภัยตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำมากขึ้น เช่น การเปรียบเทียบเงื่อนไขความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ประกันภัย อัตราเบี้ยประกันภัย การเสนอขาย การ Underwrite การออกกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องของจำนวนวันในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ เป็นต้น

ประการที่ 2 การพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลางประกันภัย หรือ Insurance Bureau System (IBS) ให้เป็นคลังข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพให้กับระบบประกันภัยของไทย ซึ่งในอนาคตจำเป็นต้องวาง Organization Structure ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการพัฒนา IBS อย่างรวดเร็วและยั่งยืน สำหรับภารกิจเร่งด่วนคือการพัฒนา OIC Gateway เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับบริษัทประกันภัยกว่า 80 แห่งเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อบริการประชาชนผ่านระบบกลางที่เดียว และต่อยอดให้เกิดความร่วมมือทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมประกันภัยในอนาคต โดยประชาชนผู้เอาประกันภัยจะสามารถใช้เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบการทำประกันภัยผ่าน OIC Chatbot ในระยะต่อไปจะมีการต่อยอดให้มีการนำข้อมูลจาก IBS มาใช้ผ่าน Platform เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรมโดยการทำ Big Data Analytics 

ประการที่ 3 การพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมประกันภัยให้มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน (Growth and Sustainable Development) เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีสากล โดยการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยภายใต้รูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) ที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องความมั่นคงทางการเงิน (Prudential) การปฏิบัติและให้บริการแก่ลูกค้า (Market Conduct) ทั้งสองประเด็นนี้ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทประกันภัยมีความมั่นคง สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันต่อผู้เอาประกันภัยได้

ประการที่ 4 ผลักดันให้ธุรกิจประกันภัยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการส่งเสริมให้การประกันภัยเข้าไปช่วยรองรับความเสี่ยงให้กับทรัพย์สิน หรือ มหันตภัยให้แก่ภาครัฐ ซึ่งจะเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการทำประกันภัยทรัพย์สินภาครัฐ หรือในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม (Climate Change) จึงควรมีการศึกษาเรื่องการจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติขึ้น โดยมีกติกา และกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

ประการที่ 5  กติกาสากลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมาตรฐานสากลมีการปรับเปลี่ยนในหลายด้าน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น มาตรฐานการรายงานทางการเงิน หรือ IFRS 17 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยเป็นอย่างมาก ดังนั้น สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับมือ และหาทางร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Optimization ) เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ประการที่ 6 การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ๆ (New Product Development) โดยส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบสนองพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและความคุ้มครองที่ผู้เอาประกันภัยแต่ละราย (Tailor - Made Insurance) พร้อมทั้งสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการกำหนดรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยให้มีความเป็นสากลและหลากหลาย หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตามภูมิภาคหรือพื้นที่เฉพาะ เช่น การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ การประกันภัยประมง เป็นต้น

และประการที่ 7 Regulatory Reform เพื่อให้สำนักงาน คปภ. สามารถ Deliver Values to Stakeholders ได้ตรงตามวัตถุประสงค์มากขึ้น การลดความซับซ้อนของกฎระเบียบ การพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบในการกำกับดูแลที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันให้มีความทันสมัยและสามารถประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อม มีการปรับกฎกติกาให้เป็น Principle - Based มากขึ้น โดยปรับปรุงกระบวนการเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox) ให้มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน และมีการพิจารณาอนุมัติที่รวดเร็ว เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทประกันภัย คนกลางประกันภัย และ Tech Firms สามารถนำนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ หรือลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งขณะนี้ได้ขยายขอบเขตของ Regulatory Sandbox ไปสู่ Own Sandbox แล้ว นอกจากนี้จำเป็นต้องเร่งดำเนินการในเรื่อง Regulatory Guillotine โดยยกเลิกกฎกติกาที่ล้าสมัยปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการประกันภัย รวมถึงพัฒนาการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อลดภาระให้กับภาคธุรกิจทำให้สามารถประกอบธุรกิจได้คล่องตัวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

“สภาพปัญหา โอกาส และความท้าทาย ทั้ง 7 ประการ ได้ถูกนำมาใช้เป็นกรอบ ในการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางในการจัดทำกรอบแผนยุทธศาสตร์ฯ ในครั้งนี้ และมีทีมจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยมีการแบ่งกลุ่มทำเวิร์คช็อปอย่างเข้มข้น ซึ่งผมได้ร่วมระดมสมองเพื่อตกผลึกความคิด และได้ข้อสรุปร่วมกันว่า แผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน คปภ. 3 ปี (ปี 2564 - 2566) จะต้องเป็นแผนที่มีความยืดหยุ่นพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์และขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของสำนักงาน คปภ.ที่จะมุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำ ที่สร้างเสริมระบบประกันภัย ให้เข้าถึงโดยง่าย เป็นธรรม และยั่งยืน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระบบและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News