mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทิสโก้เวลธ์โชว์ฝีมือเลือกกองทุน‘เมกะเทรนด์’แม่น ผลตอบแทน 1 ปีสูงถึง30%

ทิสโก้เวลธ์โชว์ฝีมือเลือกกองทุน ‘เมกะเทรนด์’ สร้างรีเทิร์น 30% ในระยะเวลา 1 ปี ปลื้มพาลูกค้ารอดวิกฤตหุ้นผันผวน- เศรษฐกิจขาลง พร้อมเดินเกมรุก เฟ้นหากองทุนที่มีนโยบายลงทุนในธุรกิจเติบโตสูง เพิ่มโอกาสสร้างความมั่งคั่งให้นักลงทุนในระยะยาว   

นางวรสินี เศรษฐบุตร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้ (Mrs.Vorasinee Sethabutr, Head Of Wealth Product Development, TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า หลังจากช่วงต้นปี 2562 ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย และมีโอกาสที่ราคาสินทรัพย์ทุกประเภทจะปรับตัวลงและผันผวน ทีมทิสโก้เวลธ์จึงเริ่มแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนในรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนคำแนะนำให้ลูกค้ากระจายการลงทุนในกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ ‘เมกะเทรนด์’ แทนการจัดพอร์ตกระจายสินทรัพย์ (Asset Allocation) ซึ่งเป็นรูปแบบดั้งเดิม

โดยผลปรากฏว่า การจัดพอร์ตแบบใหม่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา หากลูกค้าเลือกลงทุนในกองทุนที่ทิสโก้เวลธ์แนะนำ จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนกว่า 30% ท่ามกลางความผันผวนของราคาสินทรัพย์ทั่วโลกและเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

“ทิสโก้เวลธ์มองว่าการจัดพอร์ตแบบกระจายหลากหลายสินทรัพย์ หรือลงทุนรายประเทศแบบเดิมๆ อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย จึงเปลี่ยนคำแนะนำการจัดรูปแบบการจัดพอร์ตการลงทุนไปยังกองทุนที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ของโลกแทน เพราะมองว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘เมกะเทรนด์’ มีโอกาสเติบโตได้ดีในทุกสภาวะเศรษฐกิจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับลงทุนระยะยาว ประกอบกับมี COVID-19 เป็นตัวเร่งให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด ส่งผลให้กองทุนที่แนะนำให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ สามารถเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ารอดพ้นจากภาวะการลงทุนที่ยากลำบาก ลูกค้าจึงให้การตอบรับเป็นอย่างดีและยังบอกต่อกันเองในกลุ่มนักลงทุน โดยปัจจุบันมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนเกินเป้าหมายทั้งปี 2563 ไปแล้ว ”นางวรสินีกล่าว

 อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่ากองทุนที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์มีให้เลือกลงทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้ลูกค้าได้ลงทุนในกองทุนคุณภาพ ทิสโก้เวลธ์จึงต้องคัดเลือกและพิจารณาเจาะลึกถึงรายละเอียดของกองทุน เช่น บริษัทที่กองทุนเลือกลงทุน ประสบการณ์ผู้จัดการกองทุน สภาพคล่องของกองทุน และความเสี่ยง เป็นต้น

สำหรับกองทุนธีม ‘เมกะเทรนด์’ ที่ทิสโก้เวลธ์แนะนำให้นักลงทุนลงทุน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มเฮลธ์แคร์ 2. กลุ่มการศึกษาออนไลน์ และ 3. กลุ่มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งแต่ละกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่น และเกือบทั้งหมดสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีชี้วัด

โดยกองทุนคุณภาพที่อยู่ในกลุ่มเฮลธ์แคร์มี 2 กองทุน คือ 1. กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ (TGHDIGI) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในบริษัทที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ (Digital Health) ทั่วโลก ผ่านกองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity ชนิดหน่วยลงทุน IB USD (กองทุนหลัก) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่  30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 34.05% 24.88% 30.38% ต่อปี และ 27.62% ต่อปี ตามลำดับ

ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยระหว่างผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อคำนวณผลตอบแทนให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ในสัดส่วน 95% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วน 5% มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 14.56% 1.41% 13.87% ต่อปี และ 10.54% ต่อปีตามลำดับ 

  1. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ (TBIOTECH) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การวินิจฉัยโรค และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ทั่วโลกผ่านกองทุน Polar Capital Funds plc - Biotechnology (กองทุนหลัก) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 27.59% และ 47.80% ตามลำดับ

 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดัชนีชี้วัดของกองทุน ซึ่งคำนวณจากค่าเฉลี่ยระหว่างผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลักปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนให้อยู่ในรูปสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ในสัดส่วน 95% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษีในสัดส่วน 5% พบว่า ดัชนีชี้วัดมีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 26.90% และ 11.53% ตามลำดับ

ส่วนกองทุนคุณภาพที่อยู่ในกลุ่มการศึกษาออนไลน์ คือ กองทุนเปิด ยูไนเต็ดเอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี ฟันด์ (UEDTECH) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ประกอบด้วยผู้ผลิตหรือจัดทำข้อมูลด้านการศึกษา แพลทฟอร์มและการนำเสอนข้อมูล รวมไปถึงระบบโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านกองทุน Credit Suisse (Lux) Edutainment Equity Fund - Class IBP USD เพียงกองเดียว มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่  30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 6.90% ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัดของกองทุน ซึ่งได้แก่ ดัชนี MSCI World ESG Leaders (NR) ซึ่งเป็นดัชนีเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวนผลตอบแทน สัดส่วน 100% อยู่ที่ 4.62%

กองทุนคุณภาพที่อยู่ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ คือ กองทุนเปิด วรรณ โกบอล อีคอมเมิร์ซ (ONE-GECOM) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้น และ/หรือกองทุนรวม ETF ทั่วโลกที่ลงทุนในกิจการที่มีรายได้หรือได้รับประโยชน์จากช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน ตามข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่  30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 57.45% 38.31% 44.38% ต่อปี และ 35.00% ต่อปี ตามลำดับ

 ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัดของกองทุน คือ อัตราผลตอบแทนของดัชนี EQM Online Retail ปรับด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวณผลตอบแทนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่ลงทุน ตามสัดส่วนการทำ hedging ประมาณ 90% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอัตราผลตอบแทนของดัชนี EQM Online Retail ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อเทียบกับค่าสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน ตามสัดส่วนที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอยู่ที่ 69.53% 36.87% 42.55% ต่อปี และ 25.58% ต่อปี ตามลำดับ

 ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต กองทุน TGHDIGI และ TBIOTECH ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนTGHDIGI TBIOTECH และ UEDTECH อาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ส่วนกองทุน ONE-GECOM ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ) ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 2 กด 4

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News