สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี63มาที่-6%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยมุมมองเศรษฐกิจในงานแถลงข่าวประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2563 โดยทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยหดตัวลึกขึ้นจากเดิมที่ -5% มาเป็น -6% ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้จีดีพีไตรมาสแรกของปี 63 จะออกมาดีกว่าที่คาด แต่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่เหลือของปี คาดว่าจะให้ภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หดตัวลึกขึ้น และจากปัญหาการจ้างงาน ขณะที่เศรษฐกิจต่างประเทศก็ยังน่ากังวล ทั้งในประเด็นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังอยู่ในระดับสูง และประเด็นการเมืองของสหรัฐฯ ทั้งในและระหว่างประเทศ ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยพิจารณาปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2563 มาที่ -6%

ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,000 ตัวอย่าง สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต มีการปรับพฤติกรรมในการเก็บออมและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งตอกย้ำถึงการรับรู้ด้านการใช้จ่ายครัวเรือนที่หดตัวลงกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยในส่วนของภาครัฐนั้น ด้วยระดับหนี้สาธารณะระยะสั้นที่ยังไม่น่ากังวล ทำให้พอมีทรัพยากรทางคลังในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาธุรกิจที่ประสบปัญหาในการฟื้นตัวหลังจากช่วงผ่อนคลายล็อกดาวน์นี้

ด้านนางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ธุรกิจท่องเที่ยว รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ถือเป็น 3 อุตสาหกรรมสำคัญที่คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าอุตสาหกรรมอื่น แต่หากมองจากมิติของการจ้างงาน ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งมีแรงงานในห่วงโซ่มากถึง 4 ล้านคน จะเป็นธุรกิจที่ภาครัฐจะพุ่งเป้าหมายการเยียวยาไปที่ธุรกิจและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวเป็นอันดับต้น ๆ โดยต้องยอมรับว่าธุรกิจหลักของไทยอาจใช้เวลามากกว่า 1 ปีในการฟื้นตัวให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดเหตุการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19

            สำหรับนโยบายการเงินยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สำคัญ โดยหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ยังสามารถทำได้ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ได้แย่ถึงกับมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายดอกเบี้ยติดลบ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

KResearch lowers Thailand’s 2020 economic projection to -6%

During its press conference for the second quarter of 2020, KASIKORN RESEARCH CENTER (KResearch) announced the downward revision of its Thai economic projection to minus 6 percent, from the previous minus 5 percent, amidst the highly uncertain global economy.

 Ms. Nattaporn Triratanasirikul, KResearch Assistant Managing Director, said that even though Thailand’s GDP for the first quarter of 2020 fared better than expected, the economy during the remainder of the year is expected to see a sharp contraction and rising unemployment. Meanwhile, the overall global economy remains a concern given the high level of COVID-19 infections reported daily and US political issues in both domestic and international contexts. KResearch has thus cut its 2020 GDP projection to minus 6 percent,” said

A survey conducted by KResearch using a random sampling of 1,000 Thais shows that the respondents are worried about looming uncertainties, and this has prompted them to boost savings and tighten spending even more. As evidenced, household spending has contracted more sharply than the previous estimate. However, because the level of public debt is not presently a cause for concern, the government still has sufficient fiscal resources to assist ailing businesses after the lockdown has been eased.

Ms. Kevalin Wangpichayasuk, KResearch Assistant Managing Director, added that the tourism, automotive and property industries are three important sectors that will require more time to recover than others. In terms of employment, the government may need to focus its relief measures on the tourism industry, with priority placed on the most affected travel-related businesses and workers, because the sector employs as many as 4 million people. Overall, major Thai businesses may take more than a year to recover to their pre-COVID-19 levels.

The Bank of Thailand’s monetary policy is another important tool that could prove useful in case the situation worsens, and there is leeway for further reduction of the policy rate. Nonetheless, the current situation has not yet hit a level that would require the implementation of a negative interest rate policy.

Political News