mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเปิดผลวิจัยตลาดคอนโดช่วงโควิด-19ไตรมาสที่1ชะลอตัว

นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2563 ค่อนข้างชะลอตัวในแง่ทั้งอุปทาน และ อุปสงค์ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ใหม่ หรือ โควิด-19 โดยการระบาดได้เริ่มต้นในช่วงปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 และในเดือนมีนาคมการระบาดได้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงเมษายนไม่มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานคร โครงการต่างๆที่วางแผนว่าจะมีการเปิดตัวโครงการต่างแจ้งเลื่อนการเปิดขายไปยังช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ หลายๆบริษัทฯได้มีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work from home) ในส่วนของสำนักงานขาย (Sales Office) ของโครงการคอนโดมิเนียมหลายๆโครงการได้ปิดการให้บริการ โดยลูกค้าสามารถเข้าชมโครงการได้ด้วยการโทรนัดหมายล่วงหน้า รูปแบบการขายได้หันไปใช้รูปแบบดิจิตัล แพลทฟอร์ม หลายๆบริษัทฯได้หันมาใช้แอพพลิเคชั่นในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า อันได้แก่ การขายผ่านไลน์ เว็บไซด์ แอพ และ เยี่ยมชมโครงการผ่าน VDO Call, Live Youtube, Facebook หรือ การจองโดยใช้รูปแบบ On line booking ต่างๆ  

ผลการรวบรวมข้อมูลคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ ณ สิ้นเดือนมีนาคม พบว่าปี 2563 ทั้งปีน่าจะมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ประมาณ 11,000 -12,000 หน่วย ซึ่งลดลงจากที่ประมาณการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่ 20,000 หน่วย หรือลดลงถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในช่วง 8 ปี ที่ผ่านมาจำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพมหานครเปิดขายเฉลี่ยปีละ 60,000 หน่วย ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ พบว่ามีจำนวนหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดขายไปแล้วประมาณ 6,007 หน่วย จำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ลดลงในอัตราร้อยละ 53.4 หากเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักของการที่อุปทานใหม่ลดลงอันเนื่องมาจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือ โควิด-19  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมีนาคม การระบาดได้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

 คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2563 เป็นคอนโดมิเนียมระดับเกรดซี (ราคาขายต่ำกว่า 80,000 บาท ต่อ ตร.ม.) คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 58 รองลงมาคือ คอนโดมิเนียมระดับเกรดบี (ราคาขายระหว่าง 80,001 – 150,000 บาท ต่อ ตร.ม.) คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 27 และคอนโดมิเนียมระดับเกรดเอ (ราคาขาย > 150,000 บาท ต่อ ตร.ม.) คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 14 ส่วนคอนโดมิเนียมระดับไพร์มและซุปเปอร์ไพร์มมีอุปทานใหม่เพียงร้อยละ 1

 หากพิจารณาในแง่สถานที่ตั้งพบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ส่วนใหญ่มีสถานที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพมหานคร คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 56 รองลงมาได้แก่คอนโดมิเนียมที่มีสถานที่ตั้งอยู่บริเวณรอบเขตศูนย์กลางธุรกิจ (City Fringe) คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 28 และ คอนโดมิเนียมที่มีสถานที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 16

จากการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงอย่างชัดเจนในโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ใน  ไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2563 โดยจำนวนหน่วยขายได้ใหม่มีเพียง 1,791 หน่วย จากอุปทานที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 6,007 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายที่ร้อยละ 30 อัตราการขายลดลงในอัตราร้อยละ 9 หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกัน ณ ปีก่อนหน้า หรือ อัตราการขายลดลงในอัตราร้อยละ 20 หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยิ่งในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ส่งผลให้จำนวนผู้ที่เข้าไปเยี่ยมชมโครงการลดลง นอกจากยอดขายใหม่คอนโดมิเนียมจะลดน้อยลง ยังมีความกังวลถึงยอดโอนคอนโดมิเนียมสำหรับโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมที่จะโอนในปีนี้ เนื่องจากการประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศ ส่งผลให้ทุกๆธุรกิจแทบจะหยุดการดำเนินกิจกรรมเกือบ 100% แน่นอนว่าในช่วงที่ธุรกิจต่างๆหยุดการดำเนินงาน ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำงานของบุคคลากรในองค์กรธุรกิจต่างๆ ไปด้วย ผลที่ตามมาคือ ในบางธุรกิจที่มีการลดการจ้างงาน และลดเงินเดือนของพนักงานทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องตกงาน ขาดรายได้ หรือมีรายได้ที่ลดลง ซึ่งเมื่อถึงเวลาโอนอาจจะทำการโอนไม่ได้อันเนื่องมาจาก การที่ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น และเชื่อว่ายอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้

อย่างไรก็ดีเพื่อความอยู่รอดของแต่ละบริษัท จะเห็นได้ว่าหลายๆบริษัทได้พยายามทำการตลาดเพื่อสร้างยอดขายไม่ว่าจะเป็นการทำโปรโมชั่นแบบลดราคา ตั้งแต่ 20% ถึงสูงสุด 50% สำหรับยูนิตขายบางยูนิตในโครงการ เพื่อเป็นการพยายามดึงลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการ นอกจากโปรโมชั่นในเรื่องลดราคาแล้ว ยังมีโปรโมชั่นอีกหลากหลายรูปแบบ เช่น ฟรีค่าใช้จ่าย ณ วันโอน ซึ่งค่าใช้จ่าย ณ วันโอน ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการโอน1%ของราคาประเมิน (เฉพาะส่วนของลูกค้า) ค่าอากรแสตมป์ ค่าติดตั้งและค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า เงินค่าบริการส่วนกลางฟรี 1 ปี และ เงินกองทุนแรกเข้า นอกจากนี้บางบริษัทยังมีโปรโมชั่นที่ดึงดูดทั้งนักลงทุน (Investor) และผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่ออยู่เอง (Real Demand) อันได้แก่ การผ่อนให้ฟรี 2 ปี ในส่วนของลูกค้าที่ได้ทำการซื้อคอนโดมิเนียมไปเรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการผ่อนดาวน์ หลายๆบริษัทได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ซื้อ เนื่องจากลูกค้าหลายๆคนในช่วงนี้อาจประสบปัญหาไม่มีรายได้เข้ามา อย่างเช่น พนักงานโรงแรม พนักงานสายการบิน พนักงานร้านอาหาร พนักงานห้างสรรพสินค้า ที่ธุรกิจต้องหยุดกิจการชั่วคราว หลายๆบริษัทได้ช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาด้วยการระงับการชำระค่างวดเงินดาวน์ชั่วคราวเริ่มต้นที่ 3 เดือนอย่างไรก็ตามในช่วงที่สถานการณ์อสังหาฯชะลอตัวเช่นนี้ ก็เป็นผลดีกับกลุ่มนักลงทุนที่มีเงินเก็บ ถือเงินเย็นไว้ในกระเป๋า ได้ใช้โอกาสนี้เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมที่ลดราคาลงจนต่ำกว่าราคาตลาดเก็บไว้เพื่อทำกำไร เมื่อเศรษฐกิจกลับฟื้นตัว เนื่องจากบางโครงการเก็บเฉพาะเงินจอง และชำระในส่วนที่เหลือเมื่อโอนกรรมสิทธิ์ หากซื้อในโครงการที่ผ่อนให้อีก 2 ปี นักลงทุนดังกล่าวจะไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาในช่วงระยะเวลา 2 ปี ที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น

นางสาวริษิณี ได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครว่า ในระยะเวลา 9 เดือนที่เหลืออยู่ของปีนี้ การเปิดขายคอนโดมิเนียมใหม่จะชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ และคอนโดมิเนียมที่เป็นระดับราคาสูง หรือ โครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาในการพัฒนาโครงการนานกว่า 5 ปี และคอนโดมิเนียมที่เน้นขายนักลงทุนและชาวต่างชาติ โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในปีนี้จะเน้นขายผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ระดับราคาขายจะอยู่ที่ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อ ตารางเมตร แนวโน้มของคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มที่ชะลอตัวทั้งในแง่อุปทาน และ อุปสงค์ และคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาอีกถึง 2 ปี กว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะกลับมาดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากจำนวนหน่วยเหลือขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครยังมีเป็นจำนวนมากอีกประมาณเกือบ 1 แสนหน่วย อย่างไรก็ดีการที่ผู้ประกอบการชะลอการเปิดขายคอนโดมิเนียมย่อมส่งผลดีต่อตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร เพื่อจะได้มีเวลาที่จะระบายสต็อกคงค้างให้ออกไปได้ อีกทั้งการเลื่อนการเปิดโครงการใหม่ย่อมส่งผลให้ภาวะการแข่งขันมีความรุนแรงลดลง ในส่วนของคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จในปีนี้ พบว่าผู้ประกอบการพยายามลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า และตลาดคอนโดมิเนียมในขณะนี้ถือว่าเป็นตลาดของผู้ซื้อ (Buyer’s Market) ซึ่งอำนาจการต่อรองอยู่ที่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะได้คอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด และสามารถขายต่อได้ราคาที่ดีในอนาคตเมื่อเศรษฐกิจฟื้นคืนชีพ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News