mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย’มาแรงโชว์1Q63ทำกำไรสุทธิ95.26ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.34%

 ‘บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN’ ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 ทำรายได้ 460.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 95.26 ล้านบาท รับความต้องการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง COVID-19 ด้านผู้บริหารมั่นใจ ครึ่งปีแรกทำผลงานสุดแจ่ม ย้ำชัด JKN จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรับแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปีนี้ หลังจ่ายปันผลเป็นหุ้นและเป็นเงินสดให้แก่นักลงทุนไปแล้วเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่า 109.35 ล้านบาท

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2563 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 460.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 424 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 95.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 80.50 ล้านบาท

โดยผลงานดังกล่าว มาจากศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ JKN ที่มีลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับพรีเมียมจากแบรนด์ดังระดับโลกมากมายซึ่งครอบคลุมทั้งสาระและความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์อินเดีย ซีรีส์ฟิลิปปินส์และคอนเทนต์สารคดีชั้นนำจากต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาซื้อคอนเทนต์นำไปออกอากาศเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมผ่านทีวีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ที่พบว่า กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลติดต่อขอซื้อคอนเทนต์เพื่อนำไปออกอากาศทางสถานีเพิ่มขึ้น ทั้งช่อง 8 ช่อง 3 และช่องเวิร์คพอยท์

ขณะที่ตลาดต่างประเทศเอง บริษัทฯ สามารถปิดการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการทีวีในกลุ่มประเทศ CLMV หรือกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม รวมถึงการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ซีรี่ส์ละครไทยจากช่อง 3 ได้เพิ่มเติม ส่งผลให้ JKN ทำสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศในไตรมาสนี้สูงถึง 32.6% ซึ่งยังเป็นไปตามแผนงาน ที่ตั้งเป้าจะมีสัดส่วนจากตลาดต่างประเทศมากกว่า 30% ของรายได้รวม

“ในไตรมาสแรก คู่ค้าของเรามีความต้องการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์เข้ามาเป็นจำนวนมากทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีศักยภาพความพร้อมของลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่หลากหลายจำนวน 8 กลุ่มให้กับลูกค้าที่ครอบคลุมทุกความสาระและความบันเทิง ส่งผลดีต่ออัตราการหมุนเวียนลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น ช่วยตอกย้ำให้ JKN เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคนี้ได้เป็นอย่างดี” คุณแอน-จักรพงษ์ กล่าว

 ส่วนแผนดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2563 บริษัทฯ มั่นใจว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังมีความต้องการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ในช่วง Work From Home ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งผู้ประกอบการต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านการผลิตรายการแล้วหันมาซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์เพื่อนำไปออกากาศ ที่มีต้นทุนถูกกว่าการผลิตเอง จึงมั่นใจว่า ในครึ่งปีแรกของปีนี้ผลการดำเนินงานของ JKN จะมีแนวโน้มเติบโตที่ดีขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีต่อเนื่องจากการบริหารจัดการลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่ความคืบหน้าการนำ JKN ย้ายการซื้อขายบนกระดานตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งมั่นใจว่าหุ้น JKN จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้จ่ายปันผลให้แก่นักลงทุนเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราปันผลหุ้นละ 0.2025 บาท รวมมูลค่า 109.35 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล คิดเป็นมูลค่า 33.75 ล้านบาท และปันผลเป็นเงินอีกหุ้นละ 0.14 บาทต่อหุ้นคิดเป็น 75.6 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News