mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานไตรมาสแรกรับรู้รายได้ 1,254 ล้านบาท กำไรสุทธิ247ล้าน

                   บริษัท  ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน)  ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ยังคงทำผลงานได้เหนือตลาดอย่างแข็งแกร่ง  โดยสามารถทำยอดรับรู้รายได้ที่ 1,254 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 247 ล้านบาท  ซึ่งยอดรับรู้รายได้และกำไรดังกล่าว นับว่าใกล้เคียงกับที่ทำได้ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งเป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการที่ดีที่สุดในปี 2562 จากที่ไตรมาสดังกล่าวมีลูกค้าบางส่วนเร่งโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการ LTV จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย.62

                  นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปท์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวว่าในปี 2563 นี้ จะเป็นปีที่ท้าทายความเป็นมืออาชีพอย่างมาก โดยเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19   ซึ่งการ Lock Down ทั่วโลก ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจต่างๆ ในวงกว้างทั้งภาคธุรกิจ SMEs  ธุรกิจรายใหญ่ และภาคประชาชน   รวมถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้เช่นกัน  โดยเชื่อว่าตลาดโดยรวมจะหดตัว โดยเฉพาะในกลุ่มของคอนโดมิเนียมจะหดตัวรุนแรง ในขณะที่กลุ่มแนวราบซึ่งเป็น Real Demand จะได้รับผลกระทบที่น้อยกว่า   สำหรับลลิลฯ นั้นมีการวางแผนกลยุทธ์ และระบบการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มีการติดตามประเมินความเสี่ยงด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด และปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดรับกับสถานการณ์   โดยทั้งนี้ในไตรมาสแรกนี้ บริษัทยังคงสามารถทำผลงานโดยรวมได้น่าประทับใจ โดยมียอดรับรู้รายได้ที่ 1,254 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 247 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้าที่ฐานสูง จากการที่ลูกค้าบางส่วนเร่งโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาก่อนที่มาตรการ LTV จะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเมษายน 2562  เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามียอดเติบโต 24 ล้านบาท

                  นอกจากนี้ บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ได้ดีอย่างต่อเนื่อง มีการบริหารงานด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีการลดต้นทุนด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานก่อสร้าง การจัดซื้อวัสดุก่อสร้างหลัก ส่งผลให้บริษัทยังคงมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าร้อยละ 39 ซึ่งมากเป็นลำดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม  ในขณะที่บริษัทยังคงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ตลอดจนต้นทุนทางด้านการเงินที่ปรับลดลง จากต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง และการหมุนรอบของธุรกิจที่รวดเร็วขึ้น  โดยทั้งนี้ในไตรมาสหนึ่งนี้ บริษัทมีการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ไปมูลค่า 500 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ร้อยละ 2.90  ซึ่งเป็นการไปทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนด โดยหุ้นกู้ชุดเดิมนั้นมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 3.40

                  ตามแผนขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่จำนวน 9 - 11 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,000 – 5,500 ล้านบาท  โดยส่วนหนึ่งเป็นการเปิดโครงการเพื่อการทดแทนโครงการเดิมที่จะทยอยปิดโครงการไป  ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 4 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนโครงการที่เหลือขอประเมินว่าโควิด-19 จะไม่แพร่กระจาย    ซึ่งแม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนขยายโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทยังคงบริหารความเสี่ยงทางด้านการเงินได้เป็นอย่างดี โดยมีระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ณ สิ้นไตรมาสแรกนี้เพียง 0.78 เท่า  ซึ่งนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมของตลาดซึ่งอยู่ที่ราว 1.4 เท่าอย่างมาก  นอกจากนี้บริษัทยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน รวมทั้งวงเงิน Committed Line จากสถาบันการเงินต่างๆ ที่บริษัทสำรองไว้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีกจำนวนมากกว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับการขยายธุรกิจตามแผนของบริษัท ตลอดจนสามารถรองรับหากเกิดสภาวะการเงินตึงตัวได้โดยไม่ได้รับผลกระทบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News