mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ซีเค พาวเวอร์ พร้อมเดินหน้าขยายลงทุน คาดสถานการณ์ภัยแล้งผ่านจุดต่ำสุด

CKP พร้อมเดินหน้าขยายลงทุน คาดสถานการณ์ภัยแล้งผ่านจุดต่ำสุด มั่นใจกระแสเงินสดและสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง  คาดทั้งปี 63 ผลประกอบการโตดีกว่าปี 2562 หากฝนกลับมาปกติ

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีเค พาวเวอร์ (CKP) เปิดเผยว่าในไตรมาสแรกของปี 2563 CKP และบริษัทย่อย มีผลการดำเนินงานในภาพรวมลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2562 เนื่องจากช่วงฤดูร้อนปีนี้มีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นสภาวะน้ำแล้งที่ต่อเนื่อง มาจากปี 2562 ที่ผ่านมา ที่มีปริมาณน้ำฝนต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี และส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี

อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ก่อนรวมส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากเงินลงทุนในกิจการที่ควบคุมร่วมกันและบริษัทร่วม อยู่ที่ 687 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 39% ของรายได้ แสดงถึงกระแสเงินสดรับที่ยังแข็งแกร่งแม้จะอยู่ในช่วงสภาวะฝนแล้งก็ตาม

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 1/63 CKP และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 1,762 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27 จากช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยรายได้ที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากปริมาณขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ที่ลดลง 353.5 ล้านหน่วยและปริมาณขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการที่ 1 (BIC-1) และโครงการที่ 2 (BIC-2) ที่ลดลง 22.4 ล้านหน่วย ในขณะที่โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ ซึ่งรวมโครงการโซลาร์รูฟท๊อปทั้งหมด มีปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านหน่วย

นอกจากนี้ บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 จำนวน 4,547.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 333.5 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ในเกณฑ์ดี โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 0.65 เท่า เมื่อเทียบกับข้อกำหนดของหุ้นกู้ที่ให้คงอัตราไม่เกิน 3.00 เท่า

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ในภาพรวมจากผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงพอในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการลงทุนในการขยายธุรกิจ โดยบริษัทฯ มีวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้รวมกว่า 10,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาใช้ในการลงทุนขยายกิจการทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และลงทุนในโครงการใหม่อีกด้วย

ทั้งนี้ หากในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำฝน กลับมาสู่สภาวะที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยปกติ คาดว่าผลการดำเนินการตลอดทั้งปีของบริษัทฯ จะเติบโตไม่น้อยกว่าปี 2562 โดยในปี 2563 จะเป็นปีที่บริษัทฯ รับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี และโครงการโซลาร์รูฟท๊อปอีกจำนวน 5 โครงการ และมีแผน COD โครงการโซลาร์พื้นดินอีก 1 โครงการในไตรมาส 2

นอกจากนี้ สถานะทางการเงินที่มั่นคง และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องนั้น ยังสอดคล้องกับการประเมินผลการจัดอันดับของบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ที่คงอันดับเครดิตองค์กรของ CKP ที่ระดับ "A คงที่" และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัท ที่ระดับ "A- คงที่"

โดยทริสฯ ยังเห็นถึงความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีความท้าทายในด้านธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อม และเทคนิควิศวกรรม จนมีผลงานเป็นที่ยอมรับ มีผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทริสฯ ยังมองว่า บริษัทฯ มีกระแสเงินสดที่มั่นคงจากเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ซื้อที่มีความน่าเชื่อถือทุกราย โดยในส่วนของผลการดำเนินงาน ทริสฯ มองว่า บริษัทฯ จะมีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย อยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 คือประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงสถานะทางการเงินของบริษัทที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงยังมีสภาพคล่องที่เพียงพอในการดำเนินงานอีกด้วย

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น โครงการที่ 1 (BIC-1) และโครงการที่ 2 (BIC-2) รวมถึง โรงไฟฟ้าบางเขนชัยโซลาร์ และส่งให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EdL) เต็มกำลังการผลิต เพื่อให้ประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ ในช่วงที่รัฐบาลไทย และรัฐบาลลาวยังคงขอความร่วมมือให้ประชาชน อยู่บ้าน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ จากปรากฎการณ์ที่ปริมาณฝนตกน้อยผิดปกติ ตั้งแต่ปี 2562 คือปริมาณฝนสะสมในฤดูฝนที่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งอยู่เหนือโรงไฟฟ้าไซยะบุรี มีค่าต่ำสุดในรอบหนึ่งร้อยปี เพียง 270 มิลลิเมตรเท่านั้น มีผลทำให้อัตราการไหลในแม่น้ำโขงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก จากสถานการณ์ล่าสุดช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เริ่มมีฝนตกในหลายพื้นที่ติดต่อกัน ทำให้อัตราการไหลของแม่น้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 1,200-1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงต้นปี 2563 มีอัตราการไหลที่ 2,200-2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสังเกตได้ชัดเจนจากสีของแม่น้ำโขงซึ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลขุ่นทั้งด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำ นับเป็นสัญญาณที่ดีว่าปีนี้แนวโน้มปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง และปริมาณฝนน่าจะมีปริมาณที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และเป็นการพิสูจน์ว่าโรงไฟฟ้าไซยะบุรีไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการไหลของตะกอนในแม่น้ำโขงแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News