mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดไทยเที่ยวไทยกับโจทย์ธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมหลังโควิด-19

ประเด็นสำคัญ

สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง และในหลายจังหวัดไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นระยะเวลาหลายวันติดต่อกัน นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน และหากประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ กิจกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันและธุรกิจก็น่าจะทยอยกลับมาตามลำดับ สำหรับภาคการท่องเที่ยวในประเทศ ต้องยอมรับว่าการระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในห่วงโซ่การท่องเที่ยวอย่างหนัก จากการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย

                 ทั้งนี้ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวในปีนี้ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อทิศทางการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในปี 2563 และการปรับตัวของธุรกิจหลังจากโควิด-19 ได้ผ่านพ้นไป ดังนี้

ตลาดไทยเที่ยวไทยเผชิญหลายปัจจัยท้าทายทั้งโควิด-19 และกำลังซื้อที่อ่อนแอ...คาดทั้งปี 2563 ตลาดไทยเที่ยวไทยหดตัวประมาณ 52.3% ถึง หดตัวประมาณ 46.4% จากปีที่ผ่านมา

           โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย แต่ความกังวลยังมี ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกปี 2563 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยน่าจะหดตัวประมาณ 52.2%

                ตั้งแต่ต้นปี 2563 การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความกังวลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวไทยบางกลุ่ม กอปรกับในช่วงปลายเดือนมี.ค. 63 ทางการได้ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และในหลายจังหวัดได้ยกระดับมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโควิด-19 โดยเฉพาะควบคุมการเดินทางเข้า-ออกระหว่างจังหวัด มาตรการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นเป็นเวลา 14 วัน การปิดสถานที่ท่องเที่ยวอย่างวนอุทยานแห่งชาติและชายฝั่งทะเล รวมถึงระบบการคมนาคมขนส่งอย่างบางสายการบินที่ปิดให้บริการเส้นทางการบินในประเทศ และแม้ว่าธุรกิจท่องเที่ยวอย่างโรงแรมและที่พักในบางพื้นที่จะไม่ได้ปิดการให้บริการก็ตาม แต่จากสถานการณ์ดังกล่าวก็ส่งผลทำให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศลดลง

                จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2563 นี้ จำนวนคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหดตัวถึง 29.5% (YoY) และส่งผลให้รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหายไปแล้วกว่า 90,000 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ว่าในช่วงปลายเดือนเม.ย. 63 สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะเริ่มดีขึ้น โดยธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวอย่างสายการบินมีแผนที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในช่วงเดือนพ.ค. 63 แต่ยังเป็นเฉพาะบางเส้นทาง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ที่ยังไม่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว อาทิ ในหลายๆ สถานที่น่าจะยังคงมาตรการเข้มข้นในการดูแลและป้องกันเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดกลับมาอีกครั้ง อาทิ การควบคุมการเดินทางระหว่างจังหวัดหรือการกักตัว 14 วัน สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น และการปิดสถานที่ท่องเที่ยวในบางจังหวัด ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะหดตัวประมาณ 52.2% (YoY) ซึ่งหากในช่วง 1 เดือน ต่อจากนี้ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่คาดว่าทางการน่าจะพิจารณาลดระดับความเข้มข้นของมาตรการลงในช่วงปลายไตรมาส 2 นี้

           ในครึ่งหลังของปี 2563 หากประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ สถานการณ์ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะค่อยๆ กลับมา แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาฟิ้นตัวเป็นบวกได้

                ทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ทางการผ่อนคลายมาตรการลงเป็นลำดับ สถานที่ท่องเที่ยวและการให้บริการด้านการท่องเที่ยวน่าจะกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างสายการบินที่น่าจะเริ่มเปิดเส้นทางการบินในประเทศมากขึ้น เมื่อประกอบกับการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจากผู้ประกอบการ จะทำให้บรรยากาศและความต้องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศค่อยๆ กลับมา

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว น่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดบน เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากนัก ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลายประเทศยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เช่น โรงแรมหรู ที่โดยปกติจะเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับบน หันมาทำกิจกรรมการตลาด จัดแพคเกจการท่องเที่ยวร่วมกับพันธมิตรอย่างสายการบินหรือเรือยอร์ชเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยระดับบนมากขึ้นแทน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงักไปช่วงเวลาหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มที่ยังอ่อนแอ ซึ่งทำให้ตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะยังไม่สามารถกลับมาเป็นบวก โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะยังหดตัวประมาณ 52.4% ถึงหดตัวประมาณ 41.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ทั้งปี 2563 นี้ คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 79.5-89.5 ล้านคน-ครั้ง หรือหดตัวประมาณ 52.3% ถึงหดตัวประมาณ 46.4% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่รายได้จากคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่าประมาณ 4.85-5.45 แสนล้านบาท หรือหดตัวประมาณ 55.1% ถึง หดตัวประมาณ 49.4% จากปีที่ผ่านมา (การประเมินอยู่ภายใต้สมมติฐานที่โควิค-19 ไม่กลับมาระบาดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้) อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ผู้ประกอบการคงจะทำการตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ภาครัฐน่าจะทยอยออกมาหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งอาจจะช่วยให้ตลาดไทยเที่ยวไทยปรับตัวดีขึ้นบ้าง

หลังการระบาดของโควิด-19… ธุรกิจยังมีความท้าทายกับการปรับตัวสู่วิถีการดำเนินธุรกิจใหม่ (New Business Norms) ท่ามกลางสภาพคล่องที่จำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต และมีผลทำให้สภาพปัจจัยแวดล้อมของการทำธุรกิจท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนไป โดยต้องปรับตัวเข้าสู่วิถีการดำเนินธุรกิจใหม่ (New Business Norms) อย่างการให้บริการที่ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากโควิด-19 การบริหารจัดการธุรกิจที่ต้องระวังมากขึ้นในภาวะสภาพคล่องที่จำกัดแต่รายได้ยังไม่ได้ฟื้นกลับคืนมา การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในภาคธุรกิจมากขึ้น และการทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งการท่องเที่ยวในประเทศคงจะต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักกว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติ สำหรับแนวทางที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวคงต้องดำเนินการ อาทิ

           การปรับรูปแบบการให้บริการเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19 ที่ยังต้องเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว

                แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังคงต้องให้ความสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังต่อเนื่อง ซึ่งแนวปฏิบัติอาจจะมีผลต่อรายจ่ายของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ อาทิ การปรับรูปแบบการให้บริการโดยคำนึงถึงระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เช่น ในธุรกิจโรงแรมและที่พัก ผู้ประกอบการอาจจะมีปรับรูปแบบการให้บริการ ได้แก่ 1. จัดระบบการให้บริการเช็คอินออนไลน์ โดยให้ลูกค้าสามารถเช็คอินเข้าห้องพักผ่านระบบออนไลน์ หรือผู้ประกอบการอาจเปิดให้บริการจุดคอมพิวเตอร์ในที่พักสำหรับกลุ่มลูกค้าที่สะดวกในการเช็คอินออนไลน์ 2. ปรับรูปแบบการให้บริการในห้องอาหารและพื้นที่ส่วนกลาง โดยห้องอาหารในโรงแรมควรจะมีการจัดสถานที่นั่งให้มีระยะห่าง การปรับจากรูปแบบการบริการอาหารแบบตักเองเป็นการสั่งและอาจบริการส่งถึงห้องพัก 3. การจัดโซนนิ่งห้องพักที่จะเปิดให้บริการและควรลดความหนาแน่นเมื่อนักท่องเที่ยวเข้าพักในแต่ละชั้น โดยผู้ประกอบการอาจจะหลีกเลี่ยงการให้บริการห้องพักติดกัน โดยอาจเว้นระยะระหว่างห้องพัก เพื่อให้ผู้ใช้บริการเกิดความสบายใจระหว่างการใช้บริการ เป็นต้น 

                นอกจากนี้ แนวปฏิบัติในการคัดกรองและรักษาความสะอาดของสถานที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ อาทิ การตรวจวัดอุณหภูมิผู้มาใช้บริการ พนักงานผู้ให้บริการยังควรใส่หน้ากากอนามัยระหว่างทำงาน การทำความสะอาด การบริการเจลแอลกอฮอล์ในร้านค้าและที่พัก เป็นต้น  รวมถึงการอัพเดทข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของโควิด-19 ในพื้นที่ให้กับลูกค้ารับรู้ โดยผ่านช่องทางเว็บไซต์ของผู้ประกอบการหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ แม้ว่าจะไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในพื้นที่ก็ตาม แต่เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับข่าวสารที่แท้จริง

           ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมการตลาดกระตุ้นลูกค้าโดยใช้ช่องทางออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์

                ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับโจทย์ในการทำธุรกิจหลายด้าน โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมการตลาดในงานต่างๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งจะยังทำได้ลำบากภายใต้สถานการณ์ที่ยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคม โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ผู้ประกอบการคงจะต้องใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในการสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากขึ้น อาทิ  การทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่อาจมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าช่องทางอื่นๆ อาทิ การใช้แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram หรือ Line โดยนำเสนอแพคเกจพิเศษให้กับผู้ที่เป็นเพื่อน/กลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยมาใช้บริการ/สมาชิกกับผู้ประกอบการทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมเข้าไปหาข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ท่องเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกกลุ่มที่เหมาะสมกับตำแน่งการตลาดของธุรกิจ

           ทำงานร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยว/ร้านค้าในชุมชน เพื่อลดต้นทุนและช่วยสร้างธุรกิจท่องเที่ยวในชุมชนให้เข้มแข็งเร็วขึ้น

                ท่ามกลางสภาวะที่ผู้ประกอบการบางรายยังเผชิญกับสภาพคล่องที่จำกัด การใช้จ่ายหรือการลงทุนใดๆ อาจจะยังไม่เอื้อมากนัก ดังนั้น ผู้ประกอบการอาจจะต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจ อาทิ ธุรกิจโรงแรมและที่พัก ที่นักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่กลับมาเป็นปกติ การบริการด้านต่างๆ อาจจะต้องปรับลดลง เช่น การบริการด้านอาหาร ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะลดต้นทุนในการสต็อควัตถุดิบของสด โดยหาพันธมิตรร้านอาหารใรชุมชนที่มีคุณภาพมาให้บริการลูกค้า หรือร้านขายสินค้าของที่ระลึกร่วมมือกับผู้ประกอบการธุรกิจกิจโรงแรมและที่พักในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวสามารถสั่งสินค้าออนไลน์และจัดส่งได้ถึงที่พัก เป็นต้น

                โดยสรุป แม้สถานการณ์โควิด- 19 จะดีขึ้น หน่วยงานภาครัฐคงจะทยอยผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และภาคธุรกิจคงจะกลับมาให้บริการ รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนน่าจะดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะทิศทางตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้บรรยากาศการท่องเที่ยวจะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่น่าจะค่อยๆ กลับมาได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการคงจะต้องเตรียมแผนธุรกิจรองรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News