mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

Think Beyond "เปลี่ยนวิธีคิด" แก้การศึกษาไทย

ประเด็นดังกล่าวเป็นการเปิดมุมคิดจาก "น.พ.ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร" ผู้จัดการทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ ผ่านการสะท้อนประเด็นปัญหาสำคัญของระบบการศึกษาไทย โดยวิเคราะห์จากงบประมาณการศึกษาไทยที่มีสัดส่วนถึง 20.5% ของงบประมาณประเทศ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน แต่ทำไมผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาไทยจึงรั้งท้ายในอาเซียน

"น.พ.ธรรมศักดิ์" บอกว่า สิ่งหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาขณะนี้คือ คะแนนเฉลี่ยโอเน็ตของเด็กไทยน้อยมาก เช่น คณิตศาสตร์ 20.48% ภาษาอังกฤษ 25.35% และวิทยาศาสตร์ 33.02% จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และยังมีการคาดการณ์ว่าบัณฑิตจบใหม่ 4.5 แสนคนในปีนี้จะตกงานถึง 1.5 แสนคน ขณะเดียวกัน ยังมีเด็กไทยส่วนหนึ่งสามารถคว้าเหรียญจากโอลิมปิกวิชาการปีล่าสุดเป็นอันดับต้น ๆ ของอาเซียน ที่เป็นเช่นนี้เพราะการศึกษาไทยเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่าเก่งกระจุกโง่กระจาย

"ทั้งมวลคือจุดประสงค์ของการจัดตั้งโครงการ Think Beyond ประจำปี 2558 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเชิญชวนนักเรียนและผู้ปกครองร่วมคิดข้ามชอต วางแผนอนาคตทางการศึกษาให้เด็กไทยประสบความสำเร็จ ภายใต้แนวคิด Visible Love, Visible Learning ในความหมายที่ว่าจะทำอย่างไรให้เด็กไทยประสบความสำเร็จและมีความสุขไปพร้อม ๆ กัน เพราะเราไม่ต้องการให้เด็กไทยเรียนเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการให้น้อง ๆ สามารถพลิกความคิด พัฒนาชีวิต และเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง"

"นอกจากระบบการศึกษาไทยจะต้องพัฒนาแล้ว เรายังต้องพัฒนาให้เด็กไทยรู้จักคิด วางแผน กล้าที่จะฝัน มีเป้าหมายให้กับชีวิตของตนเองทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อสร้างแรงผลักดันในการเรียนรู้ให้กับตนเอง ขณะเดียวกัน ต้องมีวินัยพร้อมรับผิดชอบความฝันของตนเองให้ประสบความสำเร็จด้วย"

โดยอาศัยพลังจาก Visible Love, Visible Learning ทั้ง 4 มิติประกอบด้วย

หนึ่ง Visible Love : The Power of Motherhood พลังของ "แม่" คือเบื้องหลังความสำเร็จ

โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนโค้ชที่ดีให้กับลูกในทุกช่วงพัฒนาการเรียนรู้ โดยแบ่งเป็น4 ระยะ แต่ละระยะจะต้องใช้เทคนิคการพูดคุยที่แตกต่างกัน ดังนี้

ระยะก้าวเดินช่วงอายุ 3-6 ปี หรือช่วงเริ่มต้นในการเรียนรู้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรชื่นชมเพื่อเสริมสร้างพลังทางบวกให้ลูกรู้สึกว่าแค่ลงมือทำก็สำเร็จแล้ว เช่น ทุ่มเทฝึกภาษาอังกฤษโดยการย้ายบ้านให้ใกล้โรงเรียนที่อยากให้ลูกสอบเข้ามากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งเปิดเพลงภาษาอังกฤษบนรถทุกครั้งที่เดินทาง

ระยะเริ่มบินช่วงอายุ 7-9 ปี คือช่วงพัฒนาการการเรียนรู้ โดย 20% แรกเป็นช่วงแห่งการทดสอบว่ารู้จริงหรือไม่ ควรให้ลูกได้เจอกับความล้มเหลว และความผิดหวังบ้าง เพื่อป้องกันความประมาท ระยะนี้เอ็นคอนเส็ปท์จะมี Simulations Test ข้อสอบเสมือนจริง เพื่อทดสอบถึงจุดอ่อนจุดแข็งของน้อง ๆ ว่าควรพัฒนาในทิศทางไหน

ที่สำคัญคือเป็นการฝึกให้น้อง ๆ ไม่กลัวกับความผิดหวัง

ระยะโตเร็วช่วงอายุ 10-12 ปี เด็กในช่วงนี้จะมีความเป็นตัวของตัวเอง และต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น ซึ่งระยะนี้อาจเกิดความไม่เข้าใจระหว่างคุณพ่อคุณแม่และน้อง ๆ มากเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่ควรให้สัญญา และรักษาสัญญา ผ่านการวางเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับน้อง ๆ รวมถึงหาต้นแบบ (Role Model) เป็นกระบอกเสียงพูดแทนคุณแม่ในบางครั้ง เพื่อสร้างความท้าทายต่อการพัฒนาขีดความสามารถของลูก

ระยะรักษาระดับ ช่วงอายุ 13-15 ปี โดย 80-100% ในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ห้ามพูดหรือบ่นในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เด็ดขาด และควรติดตามความเป็นไปของลูกผ่านเพื่อน ๆ จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพื่อนของลูกมากกว่า 5 คนขึ้นไป จะทำให้ลูกมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนมากกว่า 50%

สอง Visible Love, The Power of Fatherhood พลังของ "พ่อ" ผู้สร้างย่างก้าวแห่งความสำเร็จ

โดยทำหน้าที่สร้างช่องว่างและดึงเราขึ้นไปสู่จุดที่สูงขึ้นในชีวิต เรียกว่า "The Power of Gap" ผ่านวิธีการ ดังนี้

Dream and Challenge สร้างความฝันและความท้าทาย โดยพูดถึงการทำงานของตนเองให้ลูกฟัง กระตุ้นให้ลูกลงมือทำเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกอาชีพ และประกอบอาชีพอย่างมีความสุขในอนาคต

New Exposure เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ลูกให้ได้เจอโลกกว้าง เช่น การออกเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปเจอโลกกว้างจริง ๆ Teach and Talk สอนและคุยกับลูกทุกวัน จากการทดลองในประเทศญี่ปุ่น

พบว่า พ่อแม่ที่คุยกับลูกเกินวันละ 1 ชั่วโมง ทำให้เด็กมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำของญี่ปุ่นได้มากกว่า 42%

สาม Visible Learning : The Power of Yourself สร้างพลังสู่การผลักดันตนเอง ดังนี้

จินตนาการถึงความล้มเหลวแล้วเปลี่ยนความกลัวมาเป็นพลังผลักดันในการทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด เพื่ออนาคตของตัวเราเองและคนที่เรารัก

วางแผนอย่างเป็นระบบ การสอบชิงทุนไปต่างประเทศ หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีเทคนิคคล้ายกัน คือ การวางแผนการอ่านหนังสืออย่างเป็นระบบ และกำหนดเส้นตายในการอ่านหนังสืออย่างชัดเจน รวมถึงการหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอ่านหนังสือของเรา และเริ่มต้นอ่านอย่างมีสติ

รู้จุดอ่อนของตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำแบบทดสอบเพื่อดูพัฒนาการ ทั้งก่อนอ่านหนังสือ และหลังอ่านหนังสือ เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่ามีพัฒนาการไปในทิศทางใด

สี่ Visible Learning : The Power of School พลังแห่งสังคมส่งเสริมการเรียนรู้

การประกาศความสำเร็จ และวาจาชื่นชมที่ถูกต้อง คือการสร้างพันธสัญญาร่วมกัน และลงมือปฏิบัติได้ โดยคำชื่นชมที่ถูกต้องควรชมจาก 3 ปัจจัย คือ ชมที่ความพยายาม ชมที่วิธีการ และความไม่ย่อท้อซึ่งการชื่นชมในลักษณะนี้จะทำให้เกิดวงจรแห่งความสุข โดยเริ่มจากสัญญา (Promise) สำเร็จ (Successes) วาจาชื่นชม (Praise) ประจักษ์ด้วยตนเอง (Qualia) และการเรียนรู้จากสังคม (Social Learning)

ทั้ง 4 มิติ "น.พ.ธรรมศักดิ์" บอกว่าจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มพลังผลักดันให้น้อง ๆ ประสบความสำเร็จทั้งในด้านการศึกษา และการใช้ชีวิตในอนาคต

"สำหรับเอ็นคอนเส็ปท์เราพยายามเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านการนำกระบวนการ และเทคโนโลยีการศึกษาระดับโลกมาปรับใช้ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็น X-Class ห้องเรียนที่มาพร้อมแท็บเลต และโปรแกรมถามตอบ โดยครูสามารถประเมินผลความเข้าใจของนักเรียนในชั้นเรียนในขณะที่สอนได้ทันที"

"นอกจากนี้ ยังมีระบบการเรียนด้วยตนเอง หรือระบบ Self สามารถเรียนผ่านคอมพิวเตอร์ที่บ้าน สาขา หรือเรียนผ่านแท็บเลต เพื่อให้นักเรียนกลับไปทบทวนบทเรียนได้ตามศักยภาพของตัวเอง และสื่อการเรียนรู้สำหรับ Mobile Applications รวมถึงระบบการโค้ชจากโค้ชมืออาชีพคอยพูดคุยให้คำแนะนำน้อง ๆ ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ล่าสุดยังเปิดชั้นเรียนแบบโมเดลประเทศฟินแลนด์ ต้นแบบการศึกษาของโลกอีกด้วย"

"ทั้งหมดเราหวังเพียงการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในระดับโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ช่องทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมพลังความรักผลักดันสู่ความสุขและความสำเร็จแบบเข้มข้น เข้าใจ เข้าถึง และเติมเต็มทุกช่องว่าง"

ภายใต้ปรัชญาการขับเคลื่อนเอ็นคอนเส็ปท์ที่บอกว่า "English is alive" ภาษามีชีวิต อังกฤษพ้นกรอบ เพื่อความมุ่งมั่นปลูกฝังให้ผู้เรียนมีแนวคิดในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด เพื่อนำไปพัฒนาตนเองและสังคมอย่างมีความสุขต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News