mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

COVID-19ระบาดในประเทศเพื่อนบ้าน...ฉุดการค้าชายแดนและผ่านแดนไทยปี2563หดตัว12.8%

ประเด็นสำคัญ

           การลดลงของราคาน้ำมัน และมาตรการรับมือกับ COVID-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดในเพื่อนบ้านของไทยบางประเทศส่งผลให้การส่งออกสินค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 มีภาพที่ไม่สดใสนักหดตัวร้อยละ 8.6 (YoY) ขณะที่ COVID-19 ที่กำลังลุกลามในทุกประเทศอาเซียนเวลานี้ อาจยิ่งซ้ำเติมให้การส่งออกอ่อนแรงลงอีกในช่วงครึ่งปีแรก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อานิสงส์ต่อสินค้าจำเป็นเพื่อนำไปผลิตเวชภัณฑ์ทางการแพทย์และสินค้าสำหรับการ Work From Home ช่วยบรรเทาการอ่อนแรงได้ในบางตลาด  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกสินค้าชายแดนและผ่านแดนไทยทั้งปี 2563 จะยังคงหดตัวที่ร้อยละ 12.8 โดยมีมูลค่าการส่งออกราว 804,300 ล้านบาท (กรอบประมาณการที่หดตัวร้อยละ 15 ถึงหดตัวร้อยละ 9 มีมูลค่าส่งออกที่ 784,000-839,400 ล้านบาท) อย่างไรก็ดี หากตลาดจีนและตลาดโลกฟื้นตัวดีกว่าที่คาด และราคาน้ำมันปรับตัวสูงกว่าระดับ 40 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อาจช่วยให้การค้าหดตัวน้อยลงปรับตัวสู่กรอบบนของประมาณการ

           นอกจากนี้ มาตรการห้ามคนเข้า-ออกชายแดนไทยเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยความจำเป็น ไม่กระทบการส่งออกชายแดนและผ่านแดน แต่ทำให้ผู้คนและผู้ประกอบการค้าปลีกจากเพื่อนบ้านไม่สามารถข้ามมาหิ้วสินค้ากลับไปใช้และจำหน่ายยังประเทศของตนได้จนกว่าวิกฤตจะคลี่คลาย และทำให้ไทยสูญเสียเม็ดเงินจากการที่ไม่มีคนจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามแดนมาซื้อสินค้าบริเวณชายแดนไทยรวมทุกด่านไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน โดยเฉพาะ

การส่งออกชายแดนและผ่านแดนของไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่าส่งออกที่ 132,985 ล้านบาท หดตัวถึงร้อยละ 8.6 (YoY) ซึ่งการส่งออกเริ่มหดตัวตั้งแต่เดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์จนมีมูลค่าลดลงเหลือ 66,352 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและน่าจะส่งผลฉุดการค้าชายแดนไทยตลอดปีนี้ นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังเป็นอีกปัจจัยใหม่ที่ทำให้ทางการจีนตรวจเข้มบริเวณพรมแดนจีนตอนใต้ ทำให้เกิดความล่าช้า และไม่สามารถส่งสินค้าได้เหมือนปกติส่งผลให้การส่งออกสินค้าทางบกของไทยไปจีนหดตัวในช่วง 2 เดือนแรกของปีที่ร้อยละ 30.6 รวมทั้งตลอดเส้นทางผ่านสินค้าก็หดตัวสูงกว่าตลาดอื่นไม่ว่าจะเป็นตลาด สปป.ลาว และเวียดนามหดตัวร้อยละ 22.3 และร้อยละ 48.0 ตามลำดับ ขณะที่บางตลาดมีดีมานด์เฉพาะจากบางสินค้าทำให้การส่งออกยังมีภาพค่อนข้างดีกว่าภาพรวม ประกอบด้วยตลาดกัมพูชาขยายตัวร้อยละ 14.9 และเมียนมาหดตัวร้อยละ 5.3 ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของการส่งออกกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับสิงคโปร์ขยายตัวร้อยละ 41.0 และมาเลเซียหดตัวร้อยละ 3.2 ได้แรงส่งจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยางพาราที่ยังมีสัญญาณเติบโตเต่อเนื่อง

                การที่ COVID-19 กำลังระบาดอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้านของไทยเวลานี้ จะเห็นได้ว่าเพื่อนบ้านไทยต่างก็คุมเข้มในการขนส่งสินค้าและคนบริเวณชายแดน เช่นเดียวกับทางการไทยที่ประกาศมาตรการระงับการเดินทางเข้า-ออกของบุคคล ยานพาหนะและสิ่งของบริเวณชายแดนไทย แต่ไม่ห้ามการขนส่งสินค้า ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการดังกล่าวไม่กระทบต่อการขนส่งสินค้าระหว่างชายแดนและผ่านแดนของไทย แต่การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จะเป็นสาเหตุหลักที่ฉุดกำลังซื้อของคู่ค้าไทย ซ้ำเติมการส่งออกที่อ่อนแรงจากการลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่แล้ว ยิ่งทำให้ภาพการค้าชายแดนและผ่านแดนไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 คงหดตัวค่อนข้างมาก หลังจากนั้นสถานการณ์จึงจะทยอยปรับตัวดีขึ้น

  • ตลาดมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นตลาดที่ไทยส่งสินค้าสนับสนุนการผลิตสินค้าจำเป็นในภาวะวิกฤต COVID-19 จึงมีสัญญาณดีกว่าตลาดอื่น แม้ว่ากำลังซื้อโดยรวมจะอ่อนแรงก็ตาม ซึ่งยางพาราเป็นสินค้าที่มีดีมานด์สูงอย่างมากเพื่อใช้ผลิตเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิ ท่อยาง หลอดยาง ถุงมือยางทางการแพทย์ อุปกรณ์แพทย์สนาม อีกทั้ง ในปัจจุบันมาเลเซียนมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งผลิตและส่งออกถุงมือทางการแพทย์อันดับ 1 ของโลก และไทยก็ส่งยางพาราไปอยู่แล้ว รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปด้วยการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ก็ทำให้ยอดความต้องการวัตถุดิบขั้นกลางในการผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเช่นกัน อาทิ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า และไดโอด ซึ่งสินค้าเหล่านี้ไทยส่งไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นหลัก จึงน่าจะช่วยให้การส่งออกชายแดนไทยไปทั้งสองตลาดได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการส่งออกไปสิงคโปร์ที่เวลานี้ยังขยายตัวค่อนข้างดี
  • ตลาดที่ไทยเน้นส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จะยังคงหดตัวจากผลของราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นแรงฉุดสำคัญตลอดปี ทำให้การส่งออกชายแดนไปยังกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา หดตัวต่อเนื่อง โดยไม่เพียงน้ำมันที่เป็นสินค้าหลัก ยังมีสินค้ายานยนต์และส่วนประกอบที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย รวมกันแล้วมีน้ำหนักต่อมูลค่าการส่งออกครองสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของการส่งออกผ่านชายแดนไทยไปแต่ละประเทศ ก็ยิ่งฉุดให้ตลาดเหล่านี้อ่อนแรง นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นก็มีมูลค่าไม่สูงนัก อีกทั้งต้องรอให้การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในแต่ละประเทศคลี่คลาย จึงจะหนุนให้ความต้องการสินค้าเหล่านี้เร่งตัวกลับมาได้ ในขณะที่กัมพูชามีดีมานด์ในสินค้าสุกรเร่งตัวสูงเพื่อชดเชยการผลิตในประเทศที่ประสบปัญหาโรคระบาดซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกของปี จึงทำให้การส่งออกไปกัมพูชามีภาพที่ดีกว่าตลาดอื่นในกลุ่มนี้
  • ตลาดที่ไทยเน้นส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคคงต้องรอการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศหลังจาก COVID-19 คลี่คลาย และคงต้องรอให้กำลังซื้อทั่วโลกให้ฟื้นกลับมาช่วยเป็นกำลังเสริม ซึ่งตลาดจีนคลี่คลายปัญหาไวรัสได้ก่อนใคร ทำให้สินค้ากลับมาขยายตัวได้จากการขนส่งสินค้าไทยไปจีนที่ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ อาทิ ผลไม้สด ผลไม้แช่เย็น ลำไยสด ลำไยแห้ง เช่นเดียวกับเวียดนามถ้าหาก COVID-19 คลี่คลายมีส่วนทำให้การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคเกือบร้อยละ 70 ของการส่งสินค้าผ่านแดนทั้งหมดของไทยไปเวียดนาม ปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบันที่หดตัวรุนแรง อาทิ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลำไยแห้ง และผลไม้แช่เย็น แม้ว่าตลาดจีนที่เริ่มดีขึ้นจะมีส่วนช่วยผลักดันสินค้าเหล่านี้ที่ส่วนหนึ่งก็ส่งมายังจีนกลับมาดีขึ้นได้บางส่วน แต่จีนและเวียดนามต่างก็มีห่วงโซ่การผลิตที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดโลกอย่างมาก ทำให้สินค้าขั้นกลางอย่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและการสื่อสารคงต้องรอตลาดโลกฟื้นจึงจะทำให้การส่งออกทางชายแดนของไทยไปทั้งสองประเทศฟื้นตัวเต็มที่

                 โดยสรุป ภาพตลาดทั่วโลกที่กำลังรับมือกับ COVID-19 กดดันให้เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านของไทยอ่อนแรงลงตามไปด้วย และปัญหา COVID-19 ที่กำลังลุกลามในแต่ละประเทศก็เป็นอีกปัจจัยที่ยิ่งทำให้กำลังซื้อลดลงอีกตลอดช่วงเวลาที่เกิดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็อานิสงส์ให้บางสินค้าของไทยเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปผลิตเวชภัณฑ์ทางการแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม Work From Home หนุนให้การส่งออกสินค้าชายแดนและผ่านแดนไทยไปมาเลเซียกับสิงคโปร์ดูดีกว่าตลาดอื่น สำหรับตลาดกัมพูชา เมียนมาและ สปป.ลาว ยังต้องเผชิญแรงฉุดจากผลของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงตลอดปีนี้จึงยังคงหดตัว ขณะที่ตลาดจีนที่ผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาแล้วก็น่าจะกลับมาเร่งตัวได้ก่อนใครในครึ่งปีหลัง แม้จะช่วยให้การส่งออกไปเวียดนามกระเตื้องขึ้นบางสินค้าแต่หลายสินค้ายังต้องพึ่งกำลังซื้อจากการฟื้นตัวของตลาดโลกจึงทำให้ภาพรวมยังหดตัวค่อนข้างมาก

                อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทของไทยที่ปรับตัวอ่อนค่าลงในปีนี้เหมือนเป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสทำตลาดให้แก่สินค้าไทย แต่ผลจากราคาน้ำมันและการทรุดตัวของกำลังซื้อในแต่ละประเทศกลับเป็นปัจจัยลบที่ไม่เอื้อต่อการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในปี 2563 นี้เท่าไหร่นัก ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้การส่งออกชายแดนและผ่านแดนของไทยน่าจะทรุดตัวอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 แม้คาดว่าจะมีสัญญาณดีขึ้นครึ่งปีหลัง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเทศจะแก้ปัญหา COVID-19 ได้รวดเร็วแค่ไหน ทำให้ภาพรวมการส่งออกสินค้าชายแดนและผ่านแดนตลอดปี 2563 จึงยังหดตัวที่ร้อยละ 12.8 (กรอบประมาณการที่หดตัวร้อยละ 15 ถึงหดตัวร้อยละ 9) มีมูลค่าส่งออกแตะระดับที่ 804,300 ล้านบาท (กรอบประมาณการมูลค่าการส่งออก 784,000-839,400 ล้านบาท) โดยหดตัวลึกขึ้นเป็นจากที่เคยหดตัวร้อยละ 0.2 มีมูลค่า 922,380 ล้านบาท ในปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าหากตลาดทั่วโลกสามารถควบคุมสถานการณ์ COVID-19 ได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2563 ก็อาจช่วยหนุนให้ตลาดประเทศเพื่อนบ้านของไทยฟื้นตัวได้เร็ว ส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันเคลื่อนไหวได้สูงกว่า 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็อาจช่วยให้การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาด

               นอกจากนี้ มาตรการปิดไม่ให้คนเดินทางเข้า-ออกที่บริเวณชายแดนไทยด้วยความจำเป็น อาจส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดบริเวณพรมแดนไทยกับกัมพูชา สปป.ลาว มาเลเซียและเมียนมา เนื่องจากคนจากประเทศเหล่านี้ไม่สามารถข้ามแดนมาจับจ่ายซื้อของในชีวิตประจำวัน หรือใช้บริการทางการแพทย์ได้เหมือนปกติ ซึ่งเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนรวมแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 12 ของเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ แต่มีความแตกต่างจากจังหวัดอื่นตรงที่จังหวัดเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้แรงขับเคลื่อนจากกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางเข้ามา ตัวอย่างเช่น จังหวัดหนองคายมีชาว สปป.ลาว ข้ามมาซื้อสินค้าไทยวันละไม่ต่ำกว่า 3-4 พันคน หรือแม้แต่พรมแดนอื่นก็มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาหิ้วสินค้าไทยเพื่อไปจำหน่ายต่อในประเทศของตนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การปิดทุกด่านชายแดนทั่วประเทศรวม 26 จังหวัด ทำให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าบริเวณชายแดนรวมทุกด่านสูญเสียเม็ดเงินจากการที่ไม่มีคนจากเพื่อนบ้านข้ามมาซื้อสินค้าในไทยคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน โดยเฉพาะด่านที่มีมีคนเข้าออกคึกคักอย่างจังหวัดหนองคาย มุกดาหาร สงขลา สระแก้ว เชียงรายและตาก เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News