mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กูรูทิสโก้ชี้รัฐควรออกยาแรงพยุงภาคธุรกิจ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น - หวั่นกระทบการจ้างงาน

กูรูทิสโก้ชี้รัฐบาลควรเร่งออกมาตรการแรงสู้โควิด ประคองเศรษฐกิจ-เพิ่มความเชื่อมั่น หวั่นภาคธุรกิจกระทบหนักลากยาวลามจ้างงาน เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย เผยมาตรการการเงินเริ่มไม่ได้ผล ด้านบล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่มค้าปลีก, สื่อสาร และท่องเที่ยวน่าลงทุนระยะยาว ด้านทิสโก้เวลธ์แนะนำลงทุนกองทุนที่เกี่ยวข้องกับเมกะเทรนด์ กระจายลงทุนหุ้นสหรัฐฯ - จีน 

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยในรายการ “LIVE with Guru เจาะลึกกับผู้รู้เรื่องการลงทุน” ในเพจเฟซบุ๊ก TISCO Advisory ว่า ผลกระทบจากไวรัส COVID -19 เป็นปัจจัยเหนือการควบคุมที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะสั้น แต่ในช่วงนี้หากไม่มีมาตรการพยุงเศรษฐกิจที่เห็นผลอาจทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากนี้ธนาคารกลางทั่วโลกจะทยอยประกาศมาตรการการเงินตามหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แต่อาจไม่สามารถชะลอการเทขายหุ้นหรือส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในทันที เนื่องจากคนขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไปแล้ว

ดังนั้น ปัจจัยเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวกลับมาได้ มองว่านักลงทุนและผู้บริโภคต้องการเห็น 3 มาตรการหลัก ดังนี้ 1.มาตรการควบคุมโรค หลังจากจำนวนผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นเร็วต่อเนื่องในหลายๆ ประเทศ เป็นปัจจัยหลักที่กดดันเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ซึ่งหากยังควบคุมไม่ได้เป็นเวลานาน ก็อาจลุกลามจนทำให้เกิดการปลดคนงาน หรือการผิดนัดชำระหนี้ระลอกใหญ่ ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ซึ่งมาตรการการควบคุมโรคนี้อาจต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แม้ในระยะสั้นจะมีแรงเหวี่ยงต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แต่จะส่งผลดีในระยะยาว เนื่องจากคนมีความหวังว่าการแพร่ระบาดของไวรัสจะจบได้เร็วเหมือนประเทศจีนและเกาหลีใต้ และหากการระบาดของโรคควบคุมได้เร็ว ความเสี่ยง Recession ก็จะลดลงอย่างมาก

2.นโยบายการคลัง เช่น การออกมาตรการลดภาษี หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่มากเพียงพอ จะทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นฟื้นตัวได้อย่างฉับพลัน โดยมาตรการจำเป็นในประเทศไทยมองว่า ต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกอบการและบรรเทาผลกระทบของประชาชน เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเติมสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจและประคองไม่ให้เกิดการเลิกจ้างงาน เพราะหากเกิดการเลิกจ้างจำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อการบริโภคในระยะยาว และเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้ช้า

3.ลดการซ้ำเติมเศรษฐกิจจากราคาน้ำมัน โดยซาอุดิอาระเบียและรัสเซียจะต้องกลับมาเจรจาลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อช่วยให้ราคาน้ำมันฟื้นตัว และลดความเสี่ยงที่ผู้ผลิต Shale Oil ในสหรัฐฯ จะผิดนัดชำระหนี้

“ในส่วนของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยตอนนี้แทบจะไม่มีภูมิต้านทาน สะท้อนได้ชัดเจนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพารายได้จากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนถึง 11.5% ส่วนส่งออกก็กระทบเป็นลูกโซ่จากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงแต่ก็ไม่ได้ช่วยมากนัก โดยมาตรการจะเข้ามาช่วยพยุงได้มากที่สุดมองว่าเป็นมาตรการการคลังมากกว่ามาตรการทางการเงิน เพราะเชื่อว่าในภาวะเช่นนี้การปรับลดดอกเบี้ยคงไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก และอาจจะส่งผลร้ายให้คนขาดความเชื่อมั่นมากขึ้น ดังเช่น Fed ที่ตัดสินใจประชุมนอกรอบเป็นครั้งที่ 2 และประกาศลดดอกเบี้ยลงถึง 1% เป็น 0.00-0.25% ต่อเนื่องจากการการประชุมเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ปรับลด 0.5% แต่แทนที่หุ้นจะวิ่งรับข่าวดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับปรับตัวลดลง”

 นายคมศรกล่าวว่า สำหรับมุมมองอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยนั้น คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงตามสถานการณ์โลก แต่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้อาจส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย เพราะปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยช่วงนี้คือผู้บริโภคไม่ค่อยมีความมั่นใจมากกว่า

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทคาดว่าค่าเงินบาทจะทรงตัวถึงอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยมีประเด็นเชิงบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาก และอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงกว่าประเทศสหรัฐฯ แต่มีประเด็นเชิงลบจากการท่องเที่ยวที่ปรับลดลง ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลง

ส่วนทิศทางราคาทองคำที่แม้ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยและทำ QE แต่ราคาทองไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกลัวเรื่องอัตราเงินเฟ้อติดลบ แต่ในระยะยาวก็ยังชื่นชอบการลงทุนในทองคำ เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงปลายวัฎจักรเศรษฐกิจ และยังมีความเสี่ยงต่างๆ รออยู่มาก ดังนั้น หากราคาทองคำลดลงก็เป็นโอกาสในการเข้าซืื้อ

นายมนชัย มกรานุรักษ์ หัวหน้าสำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (Mr.Monchai Mokaranuraksa, Head Of Research, TISCO Securities Co., Ltd) ประเมินว่า ผลกระทบจากไวรัส COVID - 19 จะเริ่มส่งผลต่อตัวเลขกำไรบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่เดือนก.พ. 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ จากการติดตามพบว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยลงมาเกือบ 30% เมื่อเทียบจากต้นปี และลงมากว่า 40% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดของดัชนีหุ้นไทยที่ 1,850 จุดในช่วงต้นปี 2561 จึงกล่าวได้ว่าขณะนี้ตลาดหุ้นไทยก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นหมีอย่างเต็มตัวแล้ว ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่าการแพร่ระบาดของไวรัสจะจบลงอย่างไร เพราะประเทศจีนเริ่มควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว ขณะที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพิ่งจะเริ่มต้น

                ส่วนการที่ Fed มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในการประชุมฉุกเฉินวานนี้ (15 มี.ค. ) ตามเวลาท้องถิ่น ลงอีก 1.00% จากระดับ 1.00-1.25% มาอยู่ที่ระดับ 0.00-0.25% นั้น นักลงทุนมองว่า Fed อาจเห็นสัญญาณที่น่ากังวลบางอย่างมากกว่าการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนเช่นทุกครั้ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลงแรงรับข่าว ซึ่งตลาดหุ้นไทยก็ปรับลงแรงเช่นกัน ดังนั้น การลงทุนแบบระยะสั้นในช่วงนี้จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็ถือเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีเพื่อการลงทุนระยะยาว เพราะส่วนตัวประเมินว่าแต่ละประเทศน่าจะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ในปีนี้ และคาดว่าหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบ  V-Shape ได้ในช่วงครึ่งปีหลัง  

“แม้ว่าโดยภาพรวมจะตอบได้ยากว่าการแพร่ระบาดของไวรัสจะจบลงเมื่อไร แต่ส่วนตัวมั่นใจว่าจะเป็นเพียงปัจจัยลบระยะสั้น หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในปีนี้จะทำให้หุ้นไทยฟื้นตัวแบบ V-Shape หรือฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วได้ในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะภาคการท่องเที่ยวจะกลับมาเป็นบวกอย่างรวดเร็ว” นายมนชัยกล่าว   

นายมนชัย กล่าวว่า หุ้นแนะนำของ บล.ทิสโก้ในช่วงนี้จะเน้นหุ้นที่มีผลประกอบการเกี่ยวกับการบริโภคในประเทศมีพื้นฐานที่ดี และมีโอกาสฟื้นตัวเร็วหลังสถานากรณ์การแพร่ระบาดของไวรัสคลี่คลาย ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL  กลุ่มสื่อสาร เช่น INTUCH สำหรับกลุ่มท่องเที่ยวก็สามารถหาจังหวะเข้าลงทุนได้ เพราะหากควบคุมการแพร่ระบาดได้ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวจะกลับมาเร็ว หุ้นที่น่าสนใจ คือ AOT และ BTS

ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารแม้ราคาจะต่ำมากแล้ว แต่ยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน เพราะนอกจากจะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากแล้ว ยังได้รับผลกระทบจาก Disruption ของอุตสาหกรรมการเงินอีกด้วย ส่วนนักลงทุนที่มีหุ้นกลุ่มอื่นอยู่ในพอร์ตนั้น แนะนำให้พิจารณาปัจจัยพื้นฐานรายตัว หากเป็นไปได้ให้ขายเปลี่ยนตัวเพื่อเข้ามาถือหุ้นกลุ่มที่แนะนำไปข้างต้น ส่วนมุมมองต่อดัชนีหุ้นไทยในเดือนมีนาคมนั้น บล.ทิสโก้ประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,000 - 1,150 จุด  

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) (Mr.Nattakrit Laotaweesap, Head Of Wealth Advisory of TISCO Bank Public Company Limited) เปิดเผยว่า สำหรับการลงทุนในกองทุนในช่วงที่ผ่านมาได้แนะนำให้ลูกค้ากระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นจีน เพราะทั้งสองประเทศมีเครื่องมือที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโตต่อได้ นอกจากนี้ ยังคงชื่นชอบการลงทุนในกองทุนที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เช่น กลุ่มเฮลธ์แคร์ กลุ่มไบโอเทค กลุ่มอีคอมเมิร์ซ และกลุ่มธุรกิจที่น่าจะได้รับความนิยมในช่วงที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เช่น กลุ่มธุรกิจออนไลน์ กลุ่มการศึกษาออนไลน์ เป็นต้น สำหรับการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยนั้น อาจเลือกกองทุนเชิงรุก โดยควรพิจารณารายละเอียดไปถึงกลุ่มธุรกิจที่ผู้จัดการกองทุนเลือกลงทุนที่ยังมีแนวโน้มเติบโต ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนระยะสั้นอาจจับจังหวะเพื่อลงทุนในกองทุน Index Fund ที่อ้างอิงดัชนี SET 50 TRI หรือ SET TRI

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News