mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘JKN’เปิดยุทธศาตร์ตอกย้ำผู้นำลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับอาเซียน

 ‘บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย หรือ JKN’ ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดแผนธุรกิจปี 63 ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในภูมิภาคอาเซียน จับมือพันธมิตร ‘เอ็กซิมแบงก์’ (EXIM Bank) ค้ำประกันการเก็บหนี้จากลูกค้าต่างประเทศเพื่อบริหารความเสี่ยง หลังตั้งเป้ารักษาสัดส่วนรายได้ต่างประเทศมากกว่า 30% พร้อมควง ‘มอร์แกน สแตนลีย์’(Morgan Stanley) ต่อยอดแสวงหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติม ดันศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้นและเติบโตอย่างยั่งยืน   

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล เปิดเผยว่า ทิศทางดำเนินธุรกิจของ JKN ปี 2563 มีเป้าหมายขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพื่อผลักดันการเติบโต 10-15% หรือมีรายได้แตะ 2,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ความร่วมมือกับพันธมิตรจากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ รองรับแผนรุกขยายธุรกิจลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่มีความหลากหลายจาก 8 กลุ่มคอนเทนต์ ครอบคลุมทุกความบันเทิงและสาระความรู้ให้แก่ผู้ชมทั่วโลก เพื่อสร้างการรับรู้ให้ JKN ก้าวสู่การเป็น ‘Enriching the consumer’s experience worldwide with diverse global contents for sustainable growth’ หรือ ผู้รังสรรค์ประสบการณ์ที่น่าประทับใจจากคอนเทนต์ที่หลากหลายระดับโลกเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน 

สำหรับแผนงานในประเทศ บริษัทฯ รุกจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ประเภทซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ และสารคดีแบรนด์ชั้นนำระดับโลกผ่านทุกแพลตฟอร์ม ทั้งช่องทางทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม และวีดีโอออนดีมานต์(VOD) โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปออกอากาศเพิ่มเติม เช่น ช่อง 8, ช่อง GMM 25 หลังปรับนโยบายซื้อคอนเทนต์ออกอากาศแทนการผลิตรายการเองเพื่อลดต้นทุนช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ช่องทางรับชมผ่านวีดีโอออนดีมานด์และทีวีดาวเทียมยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเช่นกัน ดังนั้น JKN จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางดังกล่าวมากขึ้น  

ส่วนตลาดต่างประเทศ JKN มุ่งขยายฐานลูกค้าซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ ในกลุ่มประเทศ CLMV  (กัมพูชา

สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) เพิ่มเติม เนื่องจากมีศักยภาพการเติบโตสูงจากพฤติกรรมรับชมคอนเทนต์ที่คล้ายคลึงกับคนไทย ขณะที่ซีรีส์ละครไทยจากช่อง 3 บริษัทฯได้เจาะกลุ่มสถานีโทรทัศน์รายใหม่และแพลตฟอร์มต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ รวมถึงรุกตลาดในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาเพิ่มเติม โดยตั้งเป้ารักษาสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศกว่า 30% ของรายได้รวม 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JKN กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM BANK) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเอ็กซิมแบงก์จะช่วยตรวจสอบมาตรฐานทางการเงินของคู่ค้าด้านการชำระเงินก่อนมีการซื้อขายคอนเทนต์ พร้อมทั้งรับประกันความเสี่ยงแทน JKN หากกรณีคู่ค้าในต่างประเทศเกิดมีการผิดนัดชำระ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ส่งผลให้ JKN สามารถลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานธุรกิจต่างประเทศ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

นอกจากนี้ JKN ยังร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่ม มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติด้านบริการทางการเงินระดับโลก ที่ต้องการแสวงหาโอกาสการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม  ซึ่งMorgan Stanley ได้มีการศึกษาธุรกิจเพื่อร่วมลงทุนในบริษัทสื่อขนาดใหญ่ของประเทศไทย และได้ตัดสินใจเลือกลงทุนกับ JKN ด้วยเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโต และเชื่อว่าจากการร่วมลงทุนในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้ JKN ก้าวสู่การเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ชั้นนำระดับโลกได้  โดยกองทุน North Haven Thai Private Equity ในกลุ่ม Morgan Stanley ได้ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพอายุ 5 ปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท และบริษัทจะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งตัวแทนจาก North Haven Thai Private Equity เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทเพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และแผนขยายธุรกิจของ JKN ในอนาคต โดยการออกหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวมี บล. คันทรี่ กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

คุณธีรภัทร เพ็ชรโปรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี JKN กล่าวว่า บริษัทฯวางแผนนำ JKN ย้ายเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คาดว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จภายในครึ่งปีหลัง โดยใช้เกณฑ์ Profit Test ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ บริษัทฯ จะเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 8 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล คิดเป็นจำนวน 67.5 ล้านหุ้น และจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดอีกหุ้นละ 0.14 บาท พร้อมดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 104.8 ล้านหุ้น ในราคาพาร์ 0.50 บาท หรือคิดเป็น 52.4 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายปันผล การปรับสิทธิของหุ้นกู้แปลงสภาพ และปรับสิทธิใบแสดงสำคัญแสดงสิทธิ JKN-W1 ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเพิ่มเป็น 303.75 ล้านบาท คิดเป็น 607.5 ล้านหุ้น เข้าเกณฑ์ตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  จากเดิมบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนที่เรียกและชำระแล้วจำนวน 270 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น จำนวน 540 ล้านหุ้น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News