สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เคทีซีทำกำไรนิวไฮ7ปีต่อเนื่อง เตรียมปันผลไม่ต่ำกว่า40% เร่งปั๊มฐานสมาชิกและพอร์ตลูกหนี้

เคทีซีทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง 7 ปีซ้อน เปิดกำไรสุทธิปี 2562 ที่ 5,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% อัตราการเติบโตของยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสูงสุดในรอบ 3 ปี คุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในอัตราต่ำต่อเนื่อง ประกาศเป้าหมายปี 2563 เติบโตคุณภาพทุกด้านอย่างยั่งยืน และพร้อมรับมาตรฐานการรายงานทางเงินฉบับที่ 9: เครื่องมือทางการเงิน (TFRS9)

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจที่ยืดเยื้อในปี 2562 ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งการปรับตัวของไทยเพื่อรับกับกระแสดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ของภาครัฐที่เอื้อให้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนเกิดความสะดวกสบายต่อการใช้งาน ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการตลาดอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจต่างต้องปรับตัวรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

 “สำหรับเคทีซีได้ปรับเปลี่ยนแผนงานระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเตรียมรับมือกับหลายปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะชะลอตัวต่อเนื่องถึงปี 2563 การกำหนดแผนกลยุทธ์ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและผลลัพธ์เดียวกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่ทำให้เคทีซีมีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในปี 2562 สามารถทำกำไรสุทธิได้ 5,524 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตของยอดลูกหนี้ธุรกิจบัตรเครดิตสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งมีพอร์ตลูกหนี้รวมและยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่สูงขึ้น และมีการควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย”

“ปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายและคาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่สูงมาก บริษัทจะมุ่งควบคุมคุณภาพหนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเพิ่มฐานบัตร พอร์ตลูกหนี้ ปริมาณสินเชื่อ ด้วยค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่มากขึ้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเป้าหมายที่คาดไว้สำหรับธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกันภายใต้ใบอนุญาตของสินเชื่อบุคคล ได้แก่ ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมไม่ต่ำกว่า 15% พอร์ตลูกหนี้รวมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% คุม NPL อย่างรัดกุมแต่อาจจะมีอัตราสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และรักษาระดับกำไรให้ไม่น้อยกว่าเดิม”

 “สำหรับการดำเนิน 3 ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน ธุรกิจสินเชื่อพิโก ไฟแนนซ์ และธุรกิจสินเชื่อนาโน ไฟแนนซ์ เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ แต่ยังเร็วเกินกว่าที่จะกำหนดเป้าหมายการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามเคทีซีตั้งใจพัฒนาธุรกิจดังกล่าวให้เป็นฐานของบริษัทที่เข้มแข็งในอนาคต โดยจะดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังและละเอียดรอบคอบ ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นส่วนประกอบของกระบวนการทำงานที่ทันสมัยและแตกต่างจากเดิม การทดสอบและการเข้าสู่ตลาดจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรัด โดยเฉพาะท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความท้าทายสูง บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตให้ชัดเจนระหว่างทำการทดสอบทุกครั้ง สำหรับการบังคับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9 ในปี 2563 บริษัทฯ มีความพร้อมรับมือไว้แล้ว โดยจะไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานจริงของบริษัทฯ เพียงแต่จะมีการรายงานตัวเลขทางการเงินที่แตกต่างไปจากเดิม”

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 เคทีซีมีผลประกอบการเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ดังนี้ กำไรสุทธิ 5,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมเท่ากับ 85,834 ล้านบาท (เติบโต 9.8%) ฐานสมาชิกรวม 3.4 ล้านบัญชี (เติบโต 2%) แบ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต2,510,914 บัตร (ขยายตัว 5.2%) พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 56,653 ล้านบาท (ขยายตัว 10.9%) อัตราเติบโตของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสำหรับปี 2562 เท่ากับ 10.6% NPL รวม ลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 1.06% NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 0.93% ธุรกิจสินเชื่อบุคคลมีจำนวนทั้งสิ้น 888,342 บัญชี (ลดลง 6.7%) ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม 28,933 ล้านบาท (เติบโต 7.9%) NPL ของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 0.92%

ในปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมเท่ากับ 22,625 เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 7.5% รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น 7.9% รายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) เพิ่มขึ้น 4.9% และรายได้อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหนี้สูญได้รับคืนคิดเป็น 87.7% ของรายได้อื่นๆ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการบริหารงานเท่ากับ 7,722 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้น 11.5% ในการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล และการเพิ่มโปรโมชันการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยที่ค่าใช้จ่ายด้านบุคคล ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานอื่นๆ และค่าธรรมเนียมจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 3.2%  0.5%  และ 0.3% ตามลำดับ บริษัทฯ มีหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มที่ 12.8% จากการตั้งสำรองและตัดหนี้สูญเพื่อคัดกรองให้พอร์ตลูกหนี้มีคุณภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินใกล้เคียงเดิมเนื่องจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการเงินได้ดี เป็นผลให้บริษัทมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง และการมุ่งเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้นจะเป็นการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

KTC achieves new high profits consecutively for seven years with plans to pay dividends of not less than 40%.

Puts plans to boost member base and receivables and control NPLs in motion, all set to face TFRS9.

KTC raises the bar consecutively for seven years, announcing 2019 net profits   of 5.524 billion, a 7.5 percent growth. Credit card account soared the highest in the past three years. Managed to continue controlling NPLs at low levels. Announces 2020 goal of consistent and quality overall growth, and is all set to face the new Thai Financial Reporting Standards (TFRS9): Financial instruments.

Mr. Rathian Srimongkol, President & Chief Executive Officer, “KTC” or Krungthai Card Public Company Limited, states, “The slowing down of the world economy stemming from the trade war between global superpowers that prolonged in 2019, had caused inevitable impact on the Thai economy. Moreover, Thailand’s adjustment to adopt the digital trend, whether it is improvements to the government’s law and regulations that are in favour of new technologies for citizens to experience usability conveniency, had distinctly affected marketing plans. Consequently, businesses have to adjust to handle these situations.”

 “As for KTC, the firm has made short-term and long-term changes to face fast-changing factors, especially the Thai economy which is expected to slow down constantly in 2020. Planning strategies coupled with improving personnel capabilities to achieve set and common goals is important and a priority. This is the reason why KTC achieved its highest net profits ever for the seventh consecutive year. In 2019, KTC achieved a net profit of 5.524 billion while credit card account receivables soared the highest in the past three years. To boot, its overall receivables and credit card spendings have grown higher, with constant high quality of ports. The firm has a policy to pay dividends of not less than 40% of net profits after deduction of tax and legal reserves.”

“2020 will be a challenging year with high overall pressure from the state of the economy. KTC will aim to strengthen its portfolio quality, increase credit card member base, receivables of credit card and loan through increased marketing expenses to generate outcome that is efficient. The expected goal for the credit card, personal loan, and car title loan under the personal loan license include: credit card spendings totalling not lower than 15 percent, increase of approximately 10 percent in total receivables, strict NPL control with a possibility of a slight increase, and maintaining profits as the same level.”

 “Regarding our three new businesses: car title loan, Pico Finance, and Nano Finance, they are following our set plans but it is too soon to make a clear estimate for future growth. However, KTC has intentions to develop said businesses as a strong base for the company in the future. Despite this, KTC aims to develop these businesses carefully and meticulously, especially with adopting new technologies as part of business operations that are different and more modern. Testing and market penetration will have to proceed gradually with no rush especially amidst the current economy with high risks. The firm will have to clearly estimate its credit risk in between every testing. Concerning the enforcement of the TFRS9 reporting standards, KTC is all set and is ready for it. The standard will not have an impact on the firm’s actual business operations. Instead, there will be different numbers in financial reports.”

As of December 31, 2019, KTC has reported the financial result compared to the previous year as follows: a net profit of 5.524 billion (7.5 percent increase). A total receivable of Bt. 85.834 billion (9.8 percent increase). Membership base numbered 3.4 million (2 percent increase), comprising of 2,510,914 credit cards (5.2 percent spike). Credit card receivable totalled 56.653 billion (10.9 percent growth). KTC card spending growth for the entire year totalled 10.6 percent. Total NPL continues to remain low at 1.06 percent. NPL for credit cards is 0.93 percent. Personal loan numbered 888,342 accounts (6.7 percent decrease). Personal loan receivable amounted to 28.933 billion (7.9 percent growth) and NPL for the personal loan business totalled 0.92 percent.

In 2019, KTC has a total revenue of Bt. 22.625 billion, a 6.7 percent increase compared to the same period last year. Credit card interest grew 7.5 percent, personal loan interest grew 7.9 percent, fees (excluding usage fees) grew 4.9 percent, and other income, mostly from bad debt recovery, comprised 87.7 percent. Meanwhile, the firm has total expenses of Bt. 7.722 billion, a 2.6 percent increase (yoy) due to an increase of 11.5 percent in marketing expenses, surge in new credit card and personal loan members, and marketing promotional campaigns to entice credit card spendings. Personal expenses, other operational costs, and fee expense slightly increase to 3.2 percent, 0.5 percent, and 0.3 percent, respectively. Bad debt and Doubtful account increased to 12.8 percent due to provision and bad debt to maintain the quality of portfolio. Financial costs are similar to that of before as the firm is able to control funding cost, causing the business to continue to have higher profits. Along with this, customer base expansion will lead to achieving consistent profits in the future.

Political News