mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

โครงสร้างประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของตลาดประกันภัย

อุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลไทย ซึ่งได้ดำเนินนโยบายเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางประชากรของประเทศ

ตามประมาณการล่าสุดของธนาคารโลก ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนของปีก่อน ประชากรไทยร้อยละ 25 จะมีอายุ 65 ปีหรือมากกว่านั้นเมื่อถึงปี พ.ศ. 2583 ในขณะที่ในปี พ.ศ. 2553 ประชากรสูงวัยมีเพียงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในภูมิภาค

ในเวลาเดียวกัน จำนวนคนไทยที่ยังคงอยู่ในวัยแรงงานจะลดลง 10% เมื่อถึง ค.ศ. 2040 ซึ่งหมายถึงจำนวนผู้เสียภาษีที่ลดน้อยลงตามไปด้วย สถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้รัฐได้มีรายได้ที่จะนำไปสนับสนุนประชากรวัยเกษียณน้อยลง ในยามที่ความต้องการบริการทางสาธารณสุขและสังคมเพิ่มสูงขึ้น

จากการคาดการณ์ขององค์กรในภาครัฐ เงินอุดหนุนจากภาครัฐต่อกองทุนเพื่อการเกษียณต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกองทุนสำหรับข้าราชการ จะต้องเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 140 ระหว่างปี พ.ศ. 2559 และปี พ.ศ. 2567 โดยต้องสำรองไว้ให้ถึง 6.98 แสนล้านบาท (2.14 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ)

ลักษณะทางประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลงนับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบริษัทประกันภัย ตามความเห็นของ นายไมเคิล แพล็กซ์ตัน ประธานคณะกรรมการบริหารแห่งบริษัทประกันภัย เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป

 “ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเป็นตลาดใหญ่ที่ยังไม่มีใครเข้าครอบครอง ในฐานลูกค้าที่มีอยู่ มีกลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น” นายไมเคิล กล่าวกับโอบีจี “อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากนักในการลงทุนในสินค้าตัวใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนสูงวัย”

กองทุนเพื่อการเกษียณภาคบังคับจะช่วยเพิ่มสภาพคลองให้ตลาดทุน

ถึงแม้ว่าประชากรสูงวัยของไทยจะเพิ่มภาระให้กับทรัพยากรของรัฐ แต่ในอีกทางก็เป็นการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ในขณะที่บริษัทประกันภัยมองหาโอกาสการลงทุนในเบี้ยประกัน สิ่งที่จะตามมาก็คือตลาดทุนมีสภาพคล่องสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการเปิดตัวกองทุนเพื่อการเกษียณภาคบังคับในปีหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐเพื่อรับมือการแรงงานที่กำลังเข้าสู่ช่วงสูงวัย

ภายใต้ข้อเสนอซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งลูกจ้างและนายจ้างจะต้องสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบบังคับ อัตราการสมทบจะเริ่มต้นที่ร้อยละ 3 ของเงินเดือนของลูกจ้าง ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 ภายใน 10 ปี

อัตราขั้นสูงของการสมทบจะอิงตามเงินเดือนที่อัตรา 60,000 บาท (1,840 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อเดือน ในขณะที่นายจ้างซึ่งลูกจ้างมีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาท (307 เหรียญสหรัฐฯ) ต่อเดือนจะต้องจ่ายเงินสมทบแทนลูกจ้าง

ในช่วงแรกๆ แผนนี้จะบังคับใช้เฉพาะกับบริษัทที่มีลูกจ้างอย่างน้อย 100 คน โดยคาดว่าแผนดังกล่าวจะค่อยๆ นำไปปรับใช้กับบริษัทขนาดเล็กลงมาภายในระยะเวลา 7 ปี บริษัที่มีระบบกองทุนเพื่อการเกษียณเองอยู่แล้วจะไม่ถูกบังคับให้ต้องเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับในช่วงแรก อย่างไรก็ดี ในอนาคตบริษัทเหล่านี้อาจต้องเพิ่มเงินสมทบเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับอัตราสมทบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากกองทุนใหม่นี้ ถึงแม้ว่าแผนนี้จะทำให้แรงงานทั้งหมดในระบบมีประกันภาคบังคับ แต่คนไทยจำนวนมากซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ ตลอดจนผู้ทำงานอิสระและผู้ที่ทำธุรกิจในครอบครัว จะไม่ได้รับการคุ้มครองในแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ

นอกจากนี้ การปฏิรูปที่เสนอมานี้จะส่งผลกระทบต่อนายจ้าง เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับจะเพิ่มภาระเรื่องค่าจ้างและภาษีทันที่ทีแผนดังกล่าวดำเนินไปถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้

 “บริษัทต่างๆ ควรทบทวนโครงสร้างการจ่ายเงินสมทบ เพราะอาจส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นสำหรับบริษัที่จ่ายเงินสมทบน้อยกว่าร้อยละ 3” นางสาว ประภัสสร ชัยกิจ ผู้อำนวยการแห่ง วิลลิส ทาวเวอร์ส วัทสัน บริษัทให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ กล่าวแก่สื่อท้องถิ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News