mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

“บ้านตาดรินทอง”วันนี้…ไม่ขาดน้ำ

โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

 “บ้านตาดรินทอง” ตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีปัญหาด้านน้ำ แม้จะตั้งอยู่บนที่สูงบนเทือกเขาภูแลนคาด้านทิศหนือ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำปะทาว สาขาหนึ่งของแม่น้ำชี  ที่ไหลลงจังหวัดชัยภูมิ แต่ชาวบ้านกลับมีน้ำไม่พอใช้ หลังจากฤดูฝนแม้จะมีน้ำเต็มแอ่งน้ำ แต่ผ่านไปไม่กี่เดือนน้ำที่มีอยู่ก็เริ่มน้อยลง พอหน้าแล้งน้ำก็แห้งหมด เกิดวิกฤตอย่างแสนสาหัสชาวบ้านต้องไปหาน้ำจากที่อื่นมาใช้ เกิดศึกชิงน้ำ ชุมชนไร้ความสุข แต่หลังจากที่มีงานวิจัยเข้าไปขับเคลื่อนทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา จนสามารถคลี่คลายปัญหาไปในทางที่ดี ทำให้วันนี้ชุมชนบ้านตาดรินทองมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี คนในชุมชนกลับมายิ้มได้อีกครั้งพร้อมกับอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน

“น้ำ” เป็นปัญหาสำคัญของบ้านตาดรินทอง สาเหตุที่น้ำแห้งไม่พอใช้ มาจากท่อประปาแตกหลุดเสียหาย เพราะความสูงและลาดชันของพื้นที่ภูเขาระหว่างต้นน้ำที่ฝ่ายกุฏิ 11 วัดป่ามหาวัน ที่ใช้ทำน้ำประปา ถึงหมู่บ้านมีความสูงต่างระดับกันถึง 130 เมตร และมีระยะทาง 4 กิโลเมตร ทำให้เกิดแรงดันน้ำจากภูเขาถึงหมู่บ้านมีปริมาณมหาศาล ประกอบกับท่อประปาที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ท่อประปาหลุดแตกเสียหายเป็นประจำตั้งแต่ปี 2548 หรือ กว่า 13 ปี และกว่าจะรู้ตัวว่าท่อแตกน้ำก็ไหลทิ้งเป็นวันๆ เป็นหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนเกิดสภาพที่ชาวบ้านเล่าว่า “สามวันดี สี่วันหยุด”,“ซ่อมตอนเย็นแตกตอนเช้า” สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับชาวบ้านอย่างมากเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการทะเลาะขัดแย้งกันรุนแรงระหว่างชาวบ้านและคณะกรรมการจัดการน้ำชุมชน ชาวบ้านไม่ทำตามกฎกติกา แอบเปิดน้ำเอง บางคนทำท่อแตกแล้วไม่แจ้ง ตลอดจนขาดประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ กระทั่งในปี 2558 พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่ามหาวัน เกิดความห่วงใยว่า “น้ำประปาที่ฝ่ายกุฎิ 11 ถ้ายังไม่มีการจัดการอย่างหนึ่งอย่างใดในทางที่ถูกที่ควรแล้ว คาดว่าไม่เกิน 5 ปี น้ำที่อยู่เหนือฝายก็จะหมดไป”

จึงเกิดเป็นโครงการ “รูปแบบการจัดการน้ำประปาภูเขาที่เอื้อต่อการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำภูหลง โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนบ้านตาดรินทอง ตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ” ขึ้น ในปี 2559 โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อแก้ปัญหาระบบโครงสร้างประปาภูเขา ลดการสูญเสียน้ำระหว่างทาง และการอนุรักษ์รักษาแหล่งต้นน้ำให้อยู่อย่างยั่งยืนในชุมชนอย่างมีส่วนร่วม ที่สำคัญเพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อทุกคน

คุณสุนันทา โรจน์เรืองไร ผู้ประสานงาน จากศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า ในอดีตพื้นป่าบ้านตาดรินทองเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตป่าสงวนแห่งชาติและเปิดให้สัมปทานตัดไม้ แต่หลังจากยกเลิกสัมปทานป่าไม้ ชาวบ้านได้เข้ามาถากถางจับจองพื้นที่ทำกิน และร่วมกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านตาดรินทองมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม หลังได้รับรู้ปัญหาและความกังวลจากพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ทางสกสว. โดยศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดชัยภูมิ จึงอาสาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาโดยอาศัยงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเป็นเครื่องมือ เรียกว่า การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม หรือ Participatory Action Research-PAR เป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน

การดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นการสำรวจสภาพพื้นที่อย่างละเอียด นักวิจัยดำเนินการศึกษาบริบทชุมชน จัดเก็บข้อมูล และระบบโครงสร้างประปาภูเขาแต่การแก้ปัญหาจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ  โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักวิจัยพัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ จัดส่งนายศักดิ์ชัย ตันติวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสวนอุทกวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 10 สุราษฎร์ธานี เข้ามาร่วมศึกษาข้อมูลร่วมกับชุมชน ช่วงที่สองเป็นการวางแผนซ่อมบำรุงรักษาระบบประปาภูเขา

จากการศึกษาช่วงแรก ชุมชนได้รับรู้ถึงบริบทของชุมชนตั้งแต่ปี 2517 ที่เริ่มมีคนเข้ามาอยู่ ปี 2533 พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ได้มาอยู่ที่วัดป่าภูหลงเพื่อช่วยฟื้นฟูป่า มีแหล่งน้ำของชุมชน ประกอบด้วย ฝายห้วยโป่ง ห้วยถ้ำเต่า และสระคุ้มหน้าลาด ใช้เป็นน้ำเพื่อการเกษตร ส่วนฝ่ายกุฎิ 11 ใช้เป็นน้ำประปาของชุมชน และฝายอื่นสำหรับใช้เป็นน้ำเพื่อดับไฟป่า จากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นป่า ทำให้ชุมชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอไม่ขัดสน จนมาถึงปี 2547 เป็นปีที่เริ่มขาดแคลนน้ำ ชุมชนแก้ปัญหาโดยการติดตั้งมิเตอร์และเก็บค่าน้ำหน่วยละ 2 บาท และจัดตั้งคณะกรรมการจัดการน้ำชุมชนขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้คนในชุมชนลดการใช้น้ำได้ กระทั่งปี 2547-2549 เกิดการทะเลาะขัดแย้งแย่งชิงการใช้น้ำอย่างหนัก ในที่สุดคณะกรรมการฯ ลาออก ทำให้มีการใช้น้ำอย่างอิสระจะเก็บเงินต่อเมื่อท่อมีปัญหา กระทั่งปี 2555-2559 เกิดภาวะแล้งและเกิดไฟป่า เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2558 ชุมชนต้องประสบวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง

ผลการสืบค้นชาวบ้านได้รู้ถึงสาหตุของปัญหา จากเดิมที่เคยคิดว่าสาเหตุน้ำแห้ง เพราะน้ำบนภูเขามีน้อยลง ปัญหาของระบบประปา การจัดการน้ำขาดประสิทธิภาพ และการทำเกษตรบนภูเขา แต่หลังศึกษาข้อมูลพบว่า บางอย่างก็ไม่ใช่อย่างที่เคยคิดไว้ เช่น ปัญหาจากแรงดันน้ำ และคุณภาพของท่อประปาที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้น้ำน้อย จึงนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างตรงจุดด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1.การมีส่วนร่วมของชุมชน 2.การใช้งานวิจัยแก้ปัญหา และ 3.การบริหารจัดการน้ำของคณะกรรมการน้ำชุมชน หลังจากสืบค้นปัญหานำมาสู่เวทีการวางแผนงานประปาภูเขา โดยความร่วมมือจากสำนักวิจัยพัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และหาทางออกร่วมกับทางชุมชน ทำให้เกิดการเรียนรู้ปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา คือ “การลดแรงดันน้ำ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเคยพยายามทำมานานแต่ยังทำไม่สำเร็จ

“ผลงานวิจัยได้หยุดปัญหาท่อแตกหลุดโดยสิ้นเชิง ทำให้มีน้ำสะอาดและใช้เพียงพอครบ 111 หลังคาเรือน ชาวบ้านมีความสุข มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถประหยัดไฟฟ้า และมีน้ำคืนสู่ป่าต้นน้ำ โดยงานวิจัยทำไห้ชุมชนค้นพบว่า การต่อข้อต่อเพื่ดลดแรงดัน ไม่ได้ลดแรงดันน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ได้ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำ ผลักดันน้ำขึ้นสู่ที่สูงได้ด้วย” นายณัฐพงษ์ แสกระโทก ผู้ใหญ่บ้านตาดรินทอง ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวพร้อมเล่าย้อนความหลังให้ฟังอีกว่า “หลังประสบความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมาในครั้งนั้น ชุมชนก็ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำประปามาโดยตลอด ที่เจอเป็นประจำ คือ ปัญหาท่อหลุดท่อแตก แก้ปัญหาแต่ละครั้งก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ละปีน้ำไม่พอใช้ โดยเฉพาะเดือนมีนาคม น้ำจะแห้ง ต้องหยุดใช้น้ำ 1-2 สัปดาห์ รอให้มีน้ำซับจากภูเขาลงมาเข้าฝายจึงเริ่มใช้ใหม่  แต่ไม่นานน้ำก็หมดอีก เป็นอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ปี 2545 และปัญหาน้ำกระจายไปไม่ทั่วถึงทุกคุ้ม จากทั้งหมด 9 คุ้ม แต่มี 2-3 คุ้มที่ประสบปัญหาน้ำประปาไปไม่ถึง เนื่องจากชุมชนที่นี่มีระดับที่ตั้งแตกต่างกันกว่า 10 เมตร โดยเฉพาะคุ้มที่อยู่บนที่สูง น้ำประปาไม่สามารถดันน้ำให้ขึ้นไปได้ถึง เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นในชุมชน”

 หลังทำงานวิจัยนอกจากได้แนวทางการทำงานร่วมกันแล้ว ชุมชนยังได้องค์ความรู้วิธีการแก้ปัญหาทั้งระบบท่อประปาภูเขา และวิธีการลดแรงดันน้ำที่ถูกต้องด้วยการแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญทำให้ชาวบ้านมีความมั่นใจเรื่องการลดแรงดันมากขึ้น และยังพบว่านอกจากจะช่วยลดแรงดันน้ำที่ไหลลงจากภูเขาแล้ว ยังช่วยเพิ่มแรงดันหรือผลักดันน้ำจากที่ต่ำขึ้นไปสู่ที่สูงได้ ทำให้ตอนนี้ทุกคุ้มทุกครัวเรือนมีน้ำใช้ทั่วถึง ชาวบ้านต่างก็มีความสุขที่มีน้ำใช้ ไม่ต้องลำบาก และไม่มีปัญหาขัดแย้งแย่งชิงการใช้น้ำอีก

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาท่อประปาหลุดแตกและวิธีการติดตั้งระบบประปาของชุมชนบ้านตาดรินทอง คือ การเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน , มีการทำข้อต่อลดแรงดัน 6 ตัว ตลอดระยะทาง 4 กิโลเมตร , ลดขนาดท่อจาก 2 นิ้ว เป็น 1 นิ้ว ติดตั้งทุกระยะ 20 เมตร ช่วยลดระดับน้ำที่ไหลลงจากภูเขา , เปลี่ยนจากท่อหนึ่งเส้นแยกออกเป็นสองเส้น (เข้า 1 ออก 2) เป็นรูปตัว Y , นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการระบายลมและการระบายตะกอน  โดยการทำจุดระบายลมโดยทำจุดที่ค่อนข้างสูงของประปา ต่อท่อแบบสามทางเพื่อเปิดระบายลมออก  และการทำจุดระบายตะกอนดิน โดยทำจุดต่ำสุดของประปา ต่อท่อแบบสามทางบริเวณท้องช้าง หรือจุดที่ต่ำที่สุดของแต่ละช่วง เพื่อเปิดระบายตะกอนน้ำออก แก้ปัญหาน้ำขุ่น ตลอดจนการตั้งคณะกรรมการจัดการน้ำชุมชนขึ้นมาใหม่โดยมาจากตัวแทนทั้ง 9 คุ้ม เพื่อสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใส และการนำหลักคุณธรรม มาใช้ในการบริหารงาน จนสามารถดำเนินโครงการฯ แล้วเสร็จเมื่อต้นปี 2561  

เมื่อเสร็จสิ้นโครงการฯ ชุมชนได้ชุดความรู้ 2 ชุด คือ รูปแบบประปาภูเขาที่เอื้อต่อการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำ และกติกาและข้อปฏิบัติการใช้น้ำที่นำไปสู่ความยั่งยืน และจากการถอดบทเรียน พบว่า ในปี 2561 มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปี 2559 แต่น้ำกลับมีมากขึ้นสาเหตุเพราะน้ำไม่รั่วไหล ท่อประปาไม่หลุดแตกเสียหายจากแรงดันเหมือนในอดีต วันนี้ชุมชนมีความสุข ทุกคนมีส่วนร่วม การใช้น้ำเป็นไปตามกติกา การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพและโปร่งใส มีการจัดเก็บค่าน้ำทุกเดือน การลักลอบหรือแอบเปิดน้ำลดลงจนแทบไม่มี รวมทั้งลดค่าน้ำประปาลงหน่วยละ 1 บาทในเวลาต่อมา เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำดิบมีน้อยจากการที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันในการปั๊มน้ำ ชาวบ้านให้ความร่วมมืออย่างดี เพราะชาวบ้านได้เรียนรู้ถึงคุณค่าและตระหนักถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำมากขึ้น

 “ถ้าไม่มีน้ำ มันลำบากเหลือเกิน แม้แต่จะล้างมือที่เปื้อน เปิดน้ำแล้วน้ำไม่ไหลก็สุดที่จะทน  น้ำจึงมีความสำคัญอย่างมาก” ผู้ใหญ่บ้านตาดรินทอง กล่าวทิ้งท้าย

 ความพยายามในการแก้ปัญหาของชาวบ้านบ้านตาดรินทอง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ได้หยุดปัญหาท่อแตกท่อหลุดที่ยืดเยื้อมายาวนาน ทั้งด้านสังคมนอกจากมีน้ำพร้อมใช้สำหรับทุกคน 13,800.08 ลบ.ม. /111 หลังคาเรือน / ปี จบศึกแย่งชิงน้ำ ในด้านเศรษฐกิจ ชุมชนมีรายได้ในการบริหารจัดการน้ำเพิ่มขึ้น 4 เท่า จากการจัดเก็บค่าน้ำชุมชน (ยกเว้น วัด ศาลากลางบ้าน โรงเรียน และชย.11 ) และมีรายได้จากการขายกล้าไม้กว่า 4 แสนบาทต่อปี ยังไม่รวมรายได้จากการเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP นววิถี ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการที่มีน้ำใช้ และด้านสิ่งแวดล้อม แม้ปริมาณฝนลดลงในช่วงปี 2559-2561 แต่กลับมีน้ำในป่าต้นน้ำเพิ่มขึ้น 9,072 ลบ.ม. และยังช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าถึงร้อยละ 96  ปัจจุบันบ้านตาดรินทองถือเป็นต้นแบบของการจัดการน้ำประปาภูเขาหรือบนพื้นที่ลาดชันที่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานและชุมชนอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News