สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ALL โชว์งบ Q3 อัตรากำไรสุทธิพุ่งแตะนิวไฮ 20% พร้อมเดินเกมรุกเพิ่มรายได้ Recurring Income

บมจ. ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ ALL โชว์ฟอร์มผลงานโตสวนกระแส  ไตรมาส 3/2562 โกยรายได้รวม 647 ล้านบาท เติบโต 39% YoY ขณะที่มีกำไรสุทธิรวม 129 ล้านบาท เติบโต 172% YoY และคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 20% ส่งผลงบ 9 เดือนแรกพุ่ง โดยมีรายได้รวม แตะ 2,339 ล้านบาท เติบโต 46% YoY และมีกำไรสุทธิ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% YoY ส่งซิกไตรมาส 4/2562 พีคสุดของปี รับอานิสงส์ไฮซีซั่น – มาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนองรัฐ - ดอกเบี้ยนโยบายลด เสริมทัพสร้างมูลค่ายอดขายเพิ่ม พร้อมระบุเตรียมกลยุทธ์เจาะอสังหาฯ แนวราบให้ครบทุกมิติแบบครบวงจร เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยทั้งแนวสูงและแนวราบ รวมไปถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มแบบครบวงจร (Total Real Estate Solutions) เปิดเผยว่า จากความเข้าใจและความพร้อมในการปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับทุกสภาวการณ์และภาวะเศรษฐกิจมาโดยตลอด ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้า ประกอบกับการเจาะเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ในระดับราคาขายที่เหมาะสม ทำให้ทุกๆ โครงการมีกระแสตอบรับที่ดี ส่งผลภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา (มกราคม – กันยายน 2562) ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงาน ทั้งรายได้ - กำไรสุทธิ และยอดขาย (Presales) นอกจากนี้ จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่น บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จด้านการพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้จากยอดขายสะสมที่เกิดขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2562 (กรกฎาคม – กันยายน 2562) บริษัทฯ มีรายได้รวม   ที่ 647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 466 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 20% โดยมีปัจจัยหลักมากจากการส่งมอบโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์  2,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์งวดเดียวกันของปีก่อนที่ 1,399 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่มีกำหนดการแล้วเสร็จ และเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 ของ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต มูลค่าโครงการ  720 ล้านบาท โครงการ ไรส์ พระราม 9 มูลค่าโครงการ  1,600  ล้านบาท และ โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์  มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท

“ณ สิ้นไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) รวมมูลค่ากว่า 11,400 ล้านบาท ทั้งนี้ Backlog ทั้งหมด แบ่งเป็น จากโครงการทาวน์โฮม จำนวน 300 ล้านบาท Backlog จากโครงการประเภท High Rise จำนวน 3,400 ล้านบาท และ Backlog จากโครงการประเภท Low Rise จำนวน 7,700 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 2 - 3 ปีข้างหน้า (2562 - 2565) ทำให้บริษัทฯ มั่นใจผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีจากนี้ (2563 - 2565) จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้ Backlog ดังกล่าว” นายธนากร กล่าว

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2562 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 เติบโตขึ้นอย่างโดดเด่น โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมที่ 2,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,602 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 15% สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2562 โดยสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 2,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ 1,399 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่มีกำหนดการแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2562 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 9 เดือนแรกอยู่ที่ 36% และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15%

“ยอดขายในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2562 อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท ซึ่งยอดขายดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2562 ที่ 7,000 ล้านบาท โดยโครงการที่ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายเป็นไปตามเป้าในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วยโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโครงการที่มีการเปิดขายในปี 2562 ได้แก่ 1. โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาดพร้าว – สุทธิสาร 2. โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ และ 3. โครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย ซึ่งทุกๆ โครงการได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง”

นายธนากร กล่าวอีกว่า ในช่วงไตรมาส 4/2562 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับรัฐบาลได้ออกมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายในการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และล่าสุดที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ส่งผลให้ธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ในด้านอัตราการผ่อนชำระต่องวดของผู้กู้ที่อยู่อาศัยที่ลดลง และจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4/2562 กลับมาคึกคัก

  ทั้งนี้ จากแผนการดำเนินงานและกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ เป็นเครื่องตอกย้ำให้บริษัทฯ มั่นใจถึงอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2562 ว่า รายได้รวมในปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าที่ระดับ 7,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน 

 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า บริษัทฯ มีแผนในการปรับกลยุทธ์ธุรกิจในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อตอกย้ำสู่การเป็นบริษัทผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ ตามเป้าวิสัยทัศน์ที่วางไว้ โดยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ครบทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเริ่มจากการแตกไลน์ เข้าไปลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงอาคารศูนย์การค้า เดอะ นิว ฟอรั่ม พลาซ่า (The New Forum Plaza ) จังหวัดชลบุรี ซึ่งโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จ และจะเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 จะส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากค่าเช่า (Recurring Income) เฉลี่ย 200 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ตลอดอายุสัญญาเช่า 29 ปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบมากขึ้น อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด  ทาวน์โฮม ซึ่งปัจจุบันมีโครงการแนวราบ 1 โครงการ คือโครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ ซึ่งเป็นโครงการทาวน์โฮม โดยบริษัทฯ มองว่าดีมานด์ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบ มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากความต้องการดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะปรับกลยุทธ์ โดยการเพิ่มรูปแบบประเภทที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคให้หลากหลาย และครบทุกมิติของที่อยู่อาศัย ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียม  ทั้งประเภท Low Rise และ High Rise  บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ALL posted a strong Q3/62 performance with net profit margin making a new high at 20%

Ready to aggressively build its recurring income and expanding its housing business to reinforce its status as total real estate solutions leader

Bangkok – All Inspire Development PCL. or ‘ALL’ showed a growing performance despite the property market slowdown and generated total revenue of 647 million baht in the third quarter of 2019, rising 39% from the same period last year, with net profit surging 172% to 129 million baht. Its net profit margin stood at 20%. For the nine-month period, ALL had total revenue exceeding 2.34 billion baht, a 46% increase year-on-year, and net profit of 342 million baht, up 61%. This signals that the Q4/62 performance will have a peak, spurred by the high season of property business, government’s stimulus measures to reduce property transfer tax and mortgage registration fee, and the reduction of benchmark interest rate. All of these positive factors will drive ALL’s property sales. The company plans to penetrate all horizontal housing segments to reinforce its status as the total real estate solutions provider and one among top ten property companies. 

Mr. Thanakorn Thanawarith, Chief Executive Officer of All Inspire Development Plc or ALL, revealed that the company’s performance in the first nine months of 2019 was very good in terms of revenue, net profit and sales due to its understanding and flexibility to revise its business plan to suit changing economic situations, together with the strategy to develop condominiums along the mass transit lines to serve real demand at affordable prices. ALL’s condominium projects got an overwhelming response from buyers, reflecting rising accumulated sales.

For the performance in Q3/2019 (July - September 2019), the company generated total revenue of 647 million baht, growing 39% from 466 million baht in the same period of the year before, and net profit of 129 million baht, a 172% rise year-on-year, equivalent to the net profit margin of 20%. Contributing to the rise was revenue from property unit transfer valued 2.03 billion baht, rising 45% when compared to revenue of 1.39 billion baht from the property transfer in the same period in 2018. The outstanding revenue increase came from the unit ownership from three projects namely the 720-million-baht The Excel Khukot, the 1.6-billion-baht Rise Rama 9, and the 1.4-billion-baht The Vision Ladprao - Nawamin.

“At the end of Q3/2019, ALL has backlog on hands worth 11.4 billion baht, of which 300 million baht from townhome projects, 3.4 billion baht from high-rise projects, and 7.7 billion baht from low-rise projects, to be gradually recognized in the next 2 - 3 years (2019 - 2022). We’re confident that our performance during 2020 - 2022 will continue to grow from the gradual recognition of backlog,” Mr. Thanakorn said.

The rise of Q3/2019 performance also gave a boost to the nine-month performance, which recorded total revenue of 2.33 billion baht, rising 46% from 1.6 billion baht in the same period last year, and net profit of 342 million baht, surging 61% year-on-year from 213 million baht. The nine-month net profit margin was 15%. Contributing to the strong nine-month performance came from a 45% rise of property unit transfer to customers worth 2.03 billion baht, which mostly came from the condominium unit ownership transfer compared to 1.39 billion baht in the same period of 2018. The gross profit margin in the nine-month period stood at 36% and the net profit margin was 15%.

“Nine-month sales in 2019 was 6.5 billion baht, which contributed 90% of the full-year sales projection of 7 billion baht. The sales came from ongoing and newly-launched projects including The Excel Ladprao - Sutthisan project, The Vision Ladprao - Nawamin, and the Impression Ekamai, all of them got a warm response from buyers,”.

The CEO added that the fourth quarter will be the best quarter of 2019 as it is the peak season for property business and the government has imposed measures to reduce the 2% property transfer tax to 0.01% and the 1% mortgage registration fee to 0.01% for residential units with price not over 3 billion baht. And the Bank of Thailand’s Monetary Policy Committee cut its benchmark policy rate from 1.50% to a record low of 1.25% and the interest cut gives a boost to the property industry especially for those who pay monthly instalment for home loans. The interest rate reduction also helps stimulate consumer demand, which will become a positive factor to drive the property market in the last quarter of this year.

Meanwhile, ALL is confident in its business plan and strategy, which will grow total sales to reach 7 billion baht in 2019. Its revenue is expected to have a big growth as well.

Mr. Thanakorn said ALL has an in-dept business plan and vision to become a top-ten property leader in Thailand by developing property projects to serve customers in all aspects. It has diversified to invest in lease rights of The New Forum Plaza in Chonburi, which will be completed and opened for commercial in the second half of 2020. This project will increase recurring income about 200 million baht per year from 2021 and the lease contract is 29 years.

Besides, the company has plans to further expand the low rise projects including single detached house, duplex, and townhome. ALL has already developed the first townhome project, The Vision Ladprao - Nawamin, as it sees demand from low rise projects on a rise. ALL will revise its strategy to include various developments to serve extended target groups and in all aspects of living. At the same time, more condominium projects both low rise and high rise will be developed along the mass transit system.

 

Political News