mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

"บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" โมเดลธุรกิจใหม่ ผนึกโรงพยาบาลพันธมิตร ขยายฐานลูกค้ากลุ่มระดับกลาง

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพฯ) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ "บำรุงราษฎร์ เฮลท์  เน็ตเวิร์ก" ร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรแบบเข้มข้นตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ หวังขยายฐานลูกค้าเซกเม้นต์ใหม่กลุ่มคนระดับกลางทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เฟสแรกเตรียมเปิด  "ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ" ร่วมกับกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เป็นต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

 เภสัชกรหญิง อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า วันนี้โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ มีความยินดีที่มีโอกาสประกาศความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ เพื่อขยายกลุ่มตลาดใหม่ผ่านโรงพยาบาลพันมิตรที่เข้มแข็งของเรา อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าใหม่ ได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งเรียกโมเดลใหม่นี้ว่า Bumrungrad Health Network ซึ่งต้องขอขอบคุณกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ ที่ถือว่าเป็นพันมิตรรายแรกที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นเข้าร่วมโครงการนี้กับ บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก โดยจะเริ่มความร่วมมือแรกที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ โดยทั้งสองฝ่ายมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งมอบการรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วยและเสริมสร้างการเติบโตไปพร้อมกัน”

 นพ. สุธร ชุตินิยมการ ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก เปิดเผยว่า นับจากที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้เริ่มสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร "บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก" ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) แล้วจำนวน 58 แห่ง ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลภาคเอกชน ภาครัฐ และโรงเรียนแพทย์ โดยการทำงานกับเครือข่ายในช่วงที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการส่งต่อผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางจากโรงพยาบาลพันธมิตรมาที่บำรุงราษฎร์เพื่อให้เกิดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง (Continuing of care) อย่างไรก็ดี ทิศทางของบำรุงราษฎร์นับจากนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มความร่วมมือกับโรงพยาบาลเครือข่ายอย่างเข้มข้นมากขึ้น เพื่อเสริมพลัง (Empower) สร้างศักยภาพการแข่งขันแก่โรงพยาบาลพันธมิตรและสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกัน

 ทั้งนี้ โมเดลธุรกิจใหม่ที่ "บำรุงราษฎร์ เฮลท์  เน็ตเวิร์ก" นำเสนอนั้นจะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายกลุ่มใหม่ คือ กลุ่มคนระดับกลางทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด ตลอดจนกลุ่มผู้ซื้อประกันสุขภาพ โดยจะร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ณ โรงพยาบาลพันธมิตร การดำเนินงานจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในลักษณะ Joint Operation รวมถึงด้านเงินทุน ค่าใช้จ่าย ทรัพยากรและรายได้ มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้และความชำนาญทางการแพทย์ให้กับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตร เพื่อให้มีขีดความสามารถในการรักษาตามมาตรฐานของโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ และมีแนวทางการรักษาผู้ป่วยบนมาตรฐานใกล้เคียงกัน เป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มผู้ป่วยของโรงพยาบาลพันธมิตรได้เข้าถึงการรักษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอีกทางหนึ่งด้วย

  นพ. สุธร กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นบำรุงราษฎร์จะเน้นการให้บริการใน 4 กลุ่มโรคหลักคือ 1.โรคข้อ 2. โรคกระดูกสันหลัง         3. ผู้ป่วยวิกฤต และ 4. โรคตา ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์นั้น จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงพยาบาลพันธมิตรว่าต้องการให้เข้าไปช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในด้านใด สำหรับการดำเนินงานในระยะแรกจะมีการจัดตั้ง "ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ" ร่วมกับกลุ่มโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์ตรงกันในการส่งมอบคุณภาพการรักษาที่ดีแก่ผู้ป่วยและสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ถือเป็นต้นแบบแห่งแรกในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตรภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่

 "แนวคิดหลักคือเราต้องการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่และเปิดตลาดในกลุ่มเป้าหมายใหม่เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเปิดตลาดใหม่เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจทั้งของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตร การดำเนินการจะตั้งอยู่บนบริบทของโรงพยาบาลพันธมิตรและมีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานต่าง ๆ เพื่อให้มีต้นทุนและค่าบริการที่สามารถแข่งขันได้" นพ.สุธร กล่าว

 นพ. สุธร ขยายความอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้บำรุงราษฎร์ตัดสินใจเปิดตลาดในเซกเม้นต์ใหม่นี้ เนื่องจากได้เรียนรู้จากประสบการณ์ความร่วมมือกับโรงพยาบาลพันธมิตรในระยะ 3 ปีที่ผ่านมาว่าโรงพยาบาลพันธมิตรต้องการการสนับสนุนจากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน เช่น โรงพยาบาลหนึ่งอาจมีความชำนาญการผ่าตัดทั่วไป แต่ก็สามารถเพิ่มการผ่าตัดเฉพาะด้านในระดับที่สูงขึ้นได้ โดยทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพันธมิตรเองที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนทำให้โรงพยาบาลพันธมิตรมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดของตัวเองมากขึ้น ขณะที่บำรุงราษฎร์เองก็เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีความชำนาญการในการรักษาโรคในระดับสูง และเมื่อพิจารณาจากโอกาสทางธุรกิจจะพบว่าปัจจุบันอัตราการขยายตัวของคนระดับกลางมีมากขึ้น ความเป็นเมืองขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น และโครงสร้างประชากรของสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging Society) ดังนั้นจะพบว่ามีความต้องการบริการทางการแพทย์ที่สูงมาก และเมื่อนำจุดแข็งของทั้งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และโรงพยาบาลพันธมิตรมารวมกันก็จะช่วยส่งมอบคุณค่าแก่ผู้ป่วยและสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปพร้อม ๆ กันได้เป็นอย่างดี

"ที่สำคัญคือเราต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงกับโรงพยาบาลพันธมิตร ซึ่งแต่เดิมอาจเป็นการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่หลังจากนี้จะเริ่มทำงานร่วมกันเข้มข้นมากขึ้น มีการลงทุนร่วมกัน แบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้ความสัมพันธ์ลึกขึ้นกว่าเดิม เมื่อพันธมิตรแข็งแรง เราก็แข็งแรงขึ้นตามไปด้วย" นพ.สุธร กล่าว

 นพ. สุธร ยังกล่าวด้วยว่า รูปแบบความร่วมมือกันในลักษณะนี้ยังส่งผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมเพราะสิ่งสำคัญที่สุดของโมเดลนี้คือการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยแบ่งเบาภาระแก่โรงพยาบาลภาครัฐ ในขณะเดียวกันยังทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนพัฒนาคุณภาพการรักษาพยาบาลที่ดีกว่าเดิม และเกิดผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย

 ด้าน นาย จอห์น ลี โกะชุน ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยังถือเป็นเด็กใหม่เมื่อเทียบกับบำรุงราษฎร์หรือโรงพยาบาลอื่นๆในประเทศไทย เนื่องจากเพิ่งก้าวจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่อุตสาหกรรมการแพทย์เมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลในการดูแลจำนวน 8 แห่งและกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ดี ในบางเรื่องโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดเพราะมีคนที่ทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว การจับมือกันน่าจะดีกว่า นี่จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกันในครั้งนี้

 "ผมเชื่อว่าความร่วมมือแบบนี้จะไม่มีที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิแห่งเดียว อย่างที่บอกว่า ณ เวลานี้เรามีโรงพยาบาล 8 แห่งที่ดำเนินการอยู่แล้ว และมีอีก 2 แห่งที่กำลังจะลงทุนเพิ่ม และภายในระยะเวลาไม่ไกลจากนี้เราตั้งใจจะไปให้ถึง 20 แห่ง เชื่อว่าถ้าโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิทำได้สำเร็จ เราอาจจะขยายความร่วมมือไปในโรงพยาบาลทั้งหมด 20 แห่งซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือคนไข้ของเรา คนไข้ของเราที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆจะได้รับบริการที่ดีจากโรงพยาบาลพริ้นซ์ฯที่จับมือร่วมให้บริการกับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นี่คือภาพที่เราต้องการ"นาย จอห์น ลี กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News