mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

โอกาสและความท้าทายการท่องเที่ยวนิยามใหม่แบบ“เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”

โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

นับวันการใช้ประโยชน์ทางทะเลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทะเลและชายฝั่งมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วยิ่งเป็นตัวเร่งการทำลายระบบสมุทรนิเวศ

น่าสนใจว่าข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ประเมินว่าปี ค.ศ.2030 มูลค่าของเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกราว 1 ล้านตำแหน่ง จึงถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย

เหตุนี้จึงมีการหยิบยกแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีน้ำเงินขึ้นหารือบนเวทีระดับโลก เพื่อหาแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อันเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

สำหรับประเทศไทยนั้น รศ.ดร.นิรมล สุธรรมกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียว บอกว่า “แนวคิดเรื่อง “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทั้งหมด เนื่องจากแนวคิดนี้มีความคล้ายคลึงกับแนวทางเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่มีการปรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วยการผลักดันให้เกิด “เศรษฐกิจสีเขียว” จึงอาจกล่าวได้ว่า “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” เป็นการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้คำนึงถึงการใช้และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือระบบนิเวศทางทะเลให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณแนวชายฝั่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าสูง ถูกตักตวงทรัพยากรจนเสื่อมโทรม ท่ามกลางเศรษฐกิจประเทศที่ถดถอย การท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์สุดท้าย เป็นความหวังในการช่วยพยุงเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน หรือการเปิดซิงอันซีนสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ จำเป็นต้องมีมาตรการดูแลระบบนิเวศอย่างยิ่งยวด รศ.ดร.นิรมล จึงชวนตั้งคำถามความหมายของการท่องเที่ยวในนิยามใหม่ ที่มองลึกไปถึงทรัพยากรการท่องเที่ยว เพราะทุกทรัพยากรล้วนมีที่มาที่ไป กับการท่องเที่ยวแบบ “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” จากฐานโครงการวิจัย “ศึกษาแนวโน้มของการพัฒนาจังหวัดชายฝั่งทะเลของไทยเพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” โดยการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

ทั้งนี้ โดยอาศัยการสังเคราะห์เอกสาร รายงานการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีน้ำเงิน การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ/กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของ 24 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ศ.ดร.นิรมล บอกว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย มีภาคการท่องเที่ยวและภาคการประมงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ โดยมีจังหวัดปัตตานี สุราษฎร์ธานี ตรัง ระนอง สมุทรสาคร ตราด และจันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีการพึ่งพิงทรัพยากรประมงมากเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่การจัดลำดับจังหวัดที่สามารถสร้างรายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนจากมากไปหาน้อยไล่เรียงไปตามลำดับ พบว่ามากที่สุดคือ จังหวัดภูเก็ต รองลงมาเป็นชลบุรี กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา ตราด และพังงา

“จากการสัมภาษณ์เชิงลึกชุมชนและองค์กรรัฐในพื้นที่พบว่า แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจสีน้ำเงินยังไม่เป็นที่รู้จัก การพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินมีอุปสรรคที่สำคัญคือ ปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การขาดการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงินและการทำงานอย่างบูรณาการจากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง”

รศ.ดร.นิรมล บอกว่า การพัฒนาจังหวัดไปสู่ทิศทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน จะต้องมาจากการเห็นพ้องร่วมกันของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคสังคม ภาคธุรกิจ และภาคชุมชน เช่น การจัดระเบียบด้านการท่องเที่ยวและการสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรทางทะเลที่ต้องอาศัยความร่วมมือของชาวบ้านและธุรกิจบนเกาะ เจ้าหน้าที่รัฐในการตรวจตราพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เป็นต้น

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายนั้น นอกจากการทำฐานข้อมูลที่มีความละเอียดและเป็นระบบในระดับพื้นที่เพื่อใช้ในการติดตาม ประเมินสภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ระบุให้มีระบบเศรษฐศาสตร์และเครื่องมือทางการคลังที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน จึงเสนอให้มีการจัดเก็บ “ภาษีสิ่งแวดล้อม”

ตัวอย่างเช่น การจัดเก็บ “ภาษีการท่องเที่ยว” ณ โรงแรมที่พัก เพื่อนำรายได้มาใช้ในการจัดการและบำรุงรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว และมีการชดเชยความเดือดร้อนด้วยการยกเว้นการจัดเก็บภาษีท่องเที่ยวสำหรับโรงแรมขนาดเล็กและการท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งการปรับค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีความเปราะบางจากการเข้าไปรบกวนของนักท่องเที่ยว

การจัดเก็บ “ภาษีมลพิษทางน้ำจืดและน้ำทะเล” เนื่องจากปัจจุบันการควบคุมมลพิษทางน้ำของไทยใช้กฎหมายควบคุมโรงงานและสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งไม่ส่งเสริมให้เกิดความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีในการบำบัดน้ำเสียให้ดีมากยิ่งขึ้น จึงควรมีการจัดเก็บภาษีมลพิษทางน้ำ โดยจัดเก็บเป็นอัตราต่อปริมาณมลพิษในน้ำที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

รวมทั้งการจัดเก็บ “ภาษีถุงพลาสติกหูหิ้ว” ซึ่งปัจจุบันมีการใช้นโยบายนี้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ และมีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงการลดการใช้ถุงพลาสติกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับรัฐเพื่อนำไปใช้ในกิจการด้านสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

 รศ.ดร.นิรมล บอกว่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรจัดทำขึ้นควบคู่ไปกับส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารทรัพยากรชายฝั่งมากขึ้น การให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บภาษีด้านสิ่งแวดล้อมและภาษีท่องเที่ยว เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลในรูปแบบของการอนุรักษ์ร่วมเรียนรู้กับวิถีชุมชน หรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยชุมชนสามารถรวมกลุ่มกันจัดทำเป็นโฮมสเตย์

เมื่อเกิดการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเพื่อการท่องเที่ยวแล้ว ชุมชนก็จะเกิดความหวงแหน และช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อให้สามารถทำธุรกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News