mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

“บีทีเอส”ผนึก“แสนสิริ”เตรียมโอน 4 คอนโดเส้นบีทีเอสไตรมาส 4 ปีนี้ ชูกำไรปีนี้กว่า 1,000 ล้าน

“บีทีเอส-แสนสิริ” ตอกย้ำความแข็งแกร่งพันธมิตรทางธุรกิจ เตรียมทัพเดินหน้าพร้อมส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียม ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ภายใต้ความร่วมมือ ‘บีทีเอส-แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป’ 4 โครงการรวดในไตรมาส 4 ปี2562 กับ  ‘เดอะ เบส เพชรเกษม’  ‘เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101’, ‘เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์’  และ ‘คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค’ ชี้การตอบรับดีทุกโครงการและกวาดยอดขายรวมแล้วกว่า 11,500 ล้านบาท เหตุแบรนด์แข็งแรง ทำเลศักยภาพใกล้รถไฟฟ้า และออกแบบตรงใจเรียลดีมานด์และนักลงทุนต่างชาติ มั่นใจ! เคาะกำไรรวมสิ้นปีโครงการความร่วมมือบีทีเอส-แสนสิริตามเป้าที่ 1,000 ล้านบาทและยอดพรีเซลส์แบ็กล็อกรอโอนปี 2562- 2565 รวมกว่า 17,500 ล้านบาท พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาคอนโดระดับซูเปอร์ลักชัวรี่บนสุขุมวิท 38 ร่วมกัน ย้ำภาพพันธมิตรทางธุรกิจเหนียวแน่น หวังเปิดขายแบบสร้างเสร็จพร้อมอยู่ปี 2564 รับดีมานต์คอนโดไฮเอนด์บนสุขุมวิทสูงต่อเนื่อง

คุณปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประกาศความร่วมมือของกลุ่มบริษัทบีทีเอสและแสนสิริเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ครั้งแรกของประเทศไทยที่ผู้นำระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนได้จับมือพัฒนาคอนโดมิเนียมใกล้ รถไฟฟ้าเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่  บมจ.  ยู ซิตี้ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มบริษัทบีทีเอส ที่ดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้รับโอนโครงการความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทบีทีเอสและแสนสิริ เข้ามาในพอร์ตเมื่อปี 2561   ปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมตามดีมานด์และสภาวะตลาดร่วมกัน 14 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 50,000 ล้านบาทและมียอดขายรวม ณ ปัจจุบันที่ 35,000 ล้านบาทหรือกว่า 70%ของยอดขายทั้งหมด อันรวมถึง 4 โครงการภายใต้แบรนด์ ‘เดอะไลน์ (THE LINE)’ ,  ‘เดอะเบส (THE BASE)’  และ ‘คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค (KHUN by YOO inspired by Starck)’  ที่เตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าในไตรมาส 4 ปีนี้ด้วย ซึ่งถือว่ายอดขายและการเปิดตัวโครงการเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะผันผวน ทั้งนี้ ด้วยยอดพรีเซลส์แบ็กล็อกสำหรับโครงการร่วมทุนที่มีร่วมกัน 17,500 ล้านบาทที่เตรียมส่งมอบในปี 2562 ถึง 2565  เราเชื่อว่าจะสามารถนำมาสู่กำไรของโครงการร่วมทุนระหว่าง ยู ซิตี้ และแสนสิริ ได้กว่า 1,000 ล้านบาทได้ในปีนี้

“หนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ แบรนด์ที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบีทีเอสและแสนสิริที่เป็นปัจจัยดึงดูดให้ผู้ซื้อทั้งกลุ่มเรียลดีมานด์และนักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่น ตลอดจนบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคอันนำไปสู่การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของแต่ละกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้  กลุ่มบริษัทบีทีเอสยังได้ผนึกกำลังแสนสิริในการเจาะกลุ่มตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ด้วยการพัฒนาคอนโดมิเนียมบนสุขุมวิท 38 ด้วยจุดเด่นทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อรวมถึงการออกแบบอาคารและตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์เนอร์ระดับโลก  ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมอยู่ได้ใน พ.ศ.2564 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์บนถนนสุขุมวิท”

คุณวรางคณา อัครสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานการเงินและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “บริษัทร่วมทุน ‘บีทีเอส-แสนสิริ โฮลดิ้ง กรุ๊ป’ เตรียมส่งมอบคอนโดพร้อมอยู่บนทำเลศักยภาพติดแนวรถไฟฟ้ารอบกรุงเทพฯ 4 โครงการ ได้แก่ ‘เดอะ เบส เพชรเกษม (THE BASE Phetkasem)’ คอนโดใจกลางย่านชุมชนของเพชรเกษม-บางแคที่ตอบโจทย์เรียลดีมานด์ที่ซื้ออยู่เอง,  ‘เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 (THE LINE Sukhumvit 101)’ คอนโดไฮไรส์บนทำเลศักยภาพใกล้รถไฟฟ้าBTS ปุณณวิถีเพียง 250 เมตร,  ‘เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ (THE LINE Phahol – Pradipat)’  ในทำเลเจาะกลุ่มผู้ต้องการอยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย และโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนสุดท้ายปลายปีนี้คือ ‘คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค (KHUN by YOO inspired by Starck)’ บนสุดยอดทำเลใจกลางทองหล่อ  โดยยอดขายพร้อมโอนปีนี้ของทั้ง 4 โครงการรวมมูลค่าสูงกว่า 11,500 ล้านบาท”

เดอะ เบส เพชรเกษม พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทุกโหมดของชีวิต”  มีจุดเด่นที่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว ทั้งรถ เรือ ราง เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญ รวมถึงยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีเพชรเกษม และใกล้กับท่าเรือเพชรเกษมอีกด้วย จึงทำให้เหมาะทั้งการอยู่อาศัยและปล่อยเช่า โดยโครงการได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากเปิดตัวไปแล้ว โครงการเดอะ เบส เพชรเกษม มียอดขายทะลุเป้า 80% หรือราว 1,600 ล้านบาท ซึ่งกว่า 60% ของยอดขายเป็นผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยจริง สะท้อนเรียลดีมานด์ของผู้ซื้อ นอกจากนี้พื้นที่บริเวณเพชรเกษมยังมีราคาที่ดินที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ราคาที่ดินซื้อขายกันอยู่ที่ 300,000 -350,000 บาท/ตารางวา ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่า คาดว่าจะได้ที่ประมาณ 4.5% ต่อปี ทั้งนี้ หลังจากการจัดกิจกรรมตรวจรับมอบห้องเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา มีลูกค้าเข้าตรวจรับแล้วกว่า 150 ยูนิต

เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 กับการออกแบบภายใต้แนวคิด “อิสระในทุกๆด้าน” ด้วยศักยภาพทางทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถีและทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทำให้นับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงตอนนี้กวาดยอดขายไปสูงกว่า 65%  หรือกว่า 3,000 ล้านบาท โดยอุปทานคอนโดมิเนียมปี 2019 บนบริเวณพื้นที่สุขุมวิท 101 อยู่ที่ 8,517 ยูนิต และพบอัตราการตอบรับของอุปสงค์ในปัจจุบันอยู่ที่ 7,531 ยูนิตหรือคิดเป็น 88% ของอุปทาน นอกจากนี้ทำเลสุขุมวิท 101 ราคาที่ดินเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ราคาที่ดินซื้อขายกันอยู่ที่ 500,000  –550,000 บาท/ตารางวา ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาอยู่ 10% กลุ่มลูกค้าในโซนนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ ด้วยวัตถุประสงค์ของการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากมีการขยายตัวของแหล่งงานเพิ่มมากขึ้นในบริเวณดังกล่าว ทั้งอาคารสำนักงานหลายแห่งที่สร้างเสร็จและเปิดตัวไปในช่วง 1-3 ปี รวมถึงการเปิดตัวของแหล่งไลฟ์สไตล์ใหม่ในบริเวณนั้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลให้ตลาดนักลงทุนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนปล่อยเช่าคึกคักและน่าสนใจมากขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม ภายในโซนยังให้ผลตอบแทนที่สูงถึง 5% ทั้งนี้ ปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าตรวจรับมอบห้องถึงกว่า 250 ยูนิตภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์หลังการให้ตรวจรับมอบโครงการได้

เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์ พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “เพิ่มมุมมองใหม่ของการเริ่มต้นชีวิต” กวาดยอดขายหลังจากเปิดตัวไปได้ถึงกว่า 70% หรือกว่า 4,100 ล้านบาท โดยในปี 2019 อุปทานคอนโดมิเนียมบนพื้นที่บริเวณพหลโยธิน อยู่ที่ประมาณ 4,400 ยูนิต ส่วนอุปสงค์อยู่ที่ประมาณ 3,400 ยูนิต หรือมีอัตราการตอบรับที่ประมาณ 78% นอกจากนี้ราคาที่ดินในทำเลสะพานควาย-พหลโยธิน ยังคงเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 ราคาที่ดินซื้อขายกันอยู่ที่ 800,000-1,000,000 บาท/ตารางวา ขณะที่อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่า คาดว่าจะได้ที่ประมาณ 4.5% ต่อปี โดยโครงการจะสร้างเสร็จพร้อมอยู่และให้ลูกค้าตรวจรับมอบห้องได้ในต้นเดือนพฤจิกายนนี้

‘คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค (KHUN by YOO inspired by Starck)’ โครงการ Branded Condominium มูลค่า 4,000 ล้านบาท บนสุดยอดทำเลใจกลางทองหล่อ ภายใต้แนวความคิด Industrial Heritage ผสมผสานไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์กับการออกแบบโดยใช้วัสดุที่หรูหราและแปลกใหม่ มุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในงานดีไซน์ที่ผสมผสานงานศิลปะ ที่ปัจจุบันมียอดขายกว่า 70% หรือ 2,800 ล้านบาทและจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน

“ด้วยศักยภาพทางทำเลของทั้ง 4 โครงการที่บีทีเอสและแสนสิริได้พัฒนาร่วมกัน โดยคำนึงถึงดีมานด์และสภาพของตลาด ซึ่งในปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้เข้าสู่ยุคเรียลดีมานด์ที่ลูกค้าซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นหลัก บีทีเอสและแสนสิริจึงพิถีพิถันในการพัฒนาโครงการทุกโครงการเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ได้มากที่สุด และตรงกับอุปสงค์ของตลาดคอนโดมิเนียมในขณะนั้น นอกจากทำเลศักยภาพตามแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชน เรายังให้ความสำคัญกับพื้นที่ชุมชนที่เป็นทำเลของผู้อยู่อาศัยจริง เพื่อให้การพัฒนาโครงการสอดคล้องกับความต้องการ โดยยังคงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่เพราะยังคงเป็นตลาดที่ยังคงขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรามั่นใจว่าผลกำไรในปีนี้ของโครงการจากความร่วมมือกันระหว่างบีทีเอสและแสนสิริจะเป็นไปตามเป้าที่ 1,000 ล้านบาท” คุณวรางคณากล่าวสรุป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News