mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กรุงศรีหั่นเป้าจีดีพี ปีนี้ลงเหลือโต 2.9%จากเดิม3.2%เจอพิษเศรษฐกิจโลกซึมลึก

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ปรับลดประมาณการณ์เศรษกิจปีนี้ลงเหลือเติบโต 2.9% จากเดิม 3.2% หลังเศรษฐกิจโลกซึมลึก-สงครามการค้าระอุ ส่วนปี 63 มองว่า จะเติบโต 3.5% รับอานิสงส์เม็ดเงินจากภาครัฐอัดฉีดเข้ามาในระบบเป็นจำนวนมาก

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้ลงเป็นครั้งที่ 3 มาอยู่ที่โต 2.9% จากเดิมที่คาดว่าโต 3.2%  เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลชัดเจนมากขึ้น ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน เริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกปรับตัวลดลงเร็วขึ้น

สำหรับ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยในครึ่งปีแรกติดลบ 2.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของสินค้าส่งออกเป็นหลัก  เช่น กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ และยานยนต์  ซึ่งการส่งออกมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในสัดส่วน 50% ของ GDP และคาดว่า การส่งออกไทยในปีนี้จะติดลบ 2.8%

นอกจากนี้ การลดลงของการส่งออกได้ส่งผลมาถึงการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบประมาณ 80% ของแรงงานทั้งหมด  โดยส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ คือ กลุ่มแรงงานผู้มีรายได้น้อยที่มีค่าจ้างเฉลี่ยต่ำกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน ทำให้การบริโภคในประเทศได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะนี้ เศรษฐกิจโลกเป็นช่วงขาลง และลงเร็วกว่าที่คาดไว้ จะเห็นว่าดัชนีการผลิตของประเทศต่างๆ ในโลกชะลอตัวลง ทำให้การส่งออกในโลกปรับตัวลงมาก และส่งผลมาถึงการลงทุนของภาคเอกชนที่ชะลอตัวตาม แต่หากสงครามการค้ามีความรุนแรงมากกว่านี้อีก ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจโลกดิ่งลงเร็วขึ้นไปอีก ซึ่งหากการส่งออกชะลอตัวลงอีกจะกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะประเทศไทยที่โครงสร้างของประเทศยังไม่แข็งแรง หากการส่งออกชะลอตัวลงไปอีก จะกระทบการลงทุนและการบริโภค ซึ่งล้วนมีผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 4/62 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ต่อปี มาอยู่อีก 1.25%  ในการประชุมเดือน พ.ย.นี้  ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่นโยบายการคลังเกิดความล่าช้าในการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ขณะเดียวกัน การลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการและประชาชน และช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้ระดับหนึ่ง และยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการช็อป ชิม ใช้ เข้ามาช่วยกระตุ้นได้อีกส่วนหนึ่ง คาดว่า GDP ในช่วงไตรมาส 4/62 จะเติบโตได้ 3.4%

สำหรับค่าเงินบาทในสิ้นปี 62 ธนาคารยังมองว่าอยู่ที่ระดับ 30.50 บาท/ดอลลาร์ โดยคาดว่าหาก กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงเดือน พ.ย.นี้คาดว่าจะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้เล็กน้อย ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันในปีนี้มองว่าอยู่ที่ 66.50 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ซึ่งมองว่าราคาน้ำมันจะไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ถล่มอุตสาหกรรมน้ำมันในซาอุดีอาระเบียซึ่งทำให้กำลังการผลิตน้ำมันหายไป 50% แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้น เนื่องจากซัพพลายของน้ำมันในโลกยังมีเพียงพอ โดยเฉพาะสหรัฐฯที่สามารถนำเชลล์ออยล์และเชลล์แก๊สออกมาใช้ได้ อีกทั้งทางซาอุฯ ออกมาประกาศว่าจะกลับมาผลิตได้ตามปกติภายใน 1 สัปดาห์

ส่วนการคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 63 ธนาคาร มองว่า จะเติบโต 3.5% โดยช่วงไตรมาส 1/63 จะมีเม็ดเงินจากภาครัฐอัดฉีดเข้ามาในระบบเป็นจำนวนมาก หลังงบประมาณประจำปีสามารถอนุมัติให้นำออกมาใช้ได้ ประเมินว่าจะมีการใช้นโยบายทางการคลังเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น จึงคาดว่า GDP ในช่วงไตรมาสแรกของปี 63 มีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่น แต่อย่างไรก็ตามหากความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่น ก็อาจจะทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยเข้ามาสู่ภาวะถดถอย (Recession) ได้เช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News