ดร.สุทธิพลทวีชัยการเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(เลขาธิการคปภ.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาThe International Insurance Regulation and Supervision Seminar เรื่องแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในระดับสากลโดยร่วมกับสมาคมนายทะเบียนประกันภัย(National Association of Insurance Commissioners หรือNAIC) ประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่14-15 สิงหาคม2562 ณโรงแรมRenaissance กรุงเทพฯ
โดยเลขาธิการคปภ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นผลจากการขับเคลื่อนเอ็มโอยูที่คปภ.มีกับNAICซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเป็นการเติมเต็มองค์ความรู้ทางเทคนิคให้กับผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยจากประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเซียเกี่ยวกับพัฒนาการใหม่ๆและวิธีการแก้ไขปัญหาด้านประกันภัยที่เกิดในเศรษฐกิจยุคดิจิทัลจากมุมมองประสบการณ์ของหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยและภาคธุรกิจประกันภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา
อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลประกันภัยในการรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมยุคดิจิทัลซึ่งต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเช่นBig data , Artificial intelligence, Blockchain และIoT เป็นต้น
สำหรับหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยที่เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วยNAIC ประเทศสหรัฐอเมริกาและหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยของประเทศต่างๆในเอเซียได้แก่บรูไนสิงคโปร์มาเลเซียญี่ปุ่นฮ่องกงมาเก๊าสาธารณรัฐประชาชนจีนภูฏานศรีลังกาไต้หวันรวมทั้งผู้แทนจากสำนักงานคปภ.
ในการนี้เลขาธิการคปภ. ได้ฉายมุมมองต่อที่ประชุมเกี่ยวกับทิศทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของไทยโดยกล่าวถึงการส่งเสริมให้มีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีประกันภัยมาใช้และความสำเร็จของประเทศไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรายย่อยแบบใหม่ๆ อาทิ ประกันภัยลำไยฉบับแรกของโลกโดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจวัดความเสียหายจากดัชนีฝนแล้งประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และล่าสุดประกันภัยประมงฯลฯ
นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับCommissioner จากNAIC และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทประกันภัยชั้นนำของโลกมาสะท้อนมุมมองและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากมุมมองของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและจากภาคธุรกิจประกันภัยที่มีมุมมองร่วมกันคือการทำให้ประกันภัยมีความสะดวกง่ายต่อการเข้าใจและสามารถทำให้ผู้บริโภคทุกระดับเข้าถึงได้ง่ายซึ่งนวัตกรรมเทคโนโลยีและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและศักยภาพของภาคธุรกิจประกันภัยนอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยมีความจำเป็นที่จะต้องกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในเชิงป้องกันเช่นการมีกฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคกฎหมายการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ถือกรมธรรม์ทั้งยังต้องให้ความสำคัญต่อการใช้กระบวนการต่างๆเช่นการตรวจสอบและสืบสวนข้อเท็จจริงกระบวนการให้บริการการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัยโดยการตรวจสอบในเชิงลึกและการวิเคราะห์ตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับประเด็นดังกล่าว
สำหรับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีประกันภัย(InsurTech) นั้นปัจจุบันNAIC และบริษัทประกันภัยของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลลงทุนในเรื่องระบบเทคโนโลยีประกันภัยโดยให้ความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีในการกำกับดูแลเช่นนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบข้อมูลทางด้านช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยอัตราเบี้ยประกันภัยการรับประกันภัยการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและการวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทประกันภัยซึ่งการใช้Big Data และArtificial intelligence เป็นสิ่งสำคัญในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลโดยNAIC และบริษัทประกันภัยต่างๆของประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการแชร์ข้อมูลทางด้านประกันภัยในแต่ละมลรัฐเพื่อช่วยในกระบวนการตรวจสอบรูปแบบธุรกิจประกันภัยที่มีความซับซ้อนรวมทั้งกรณีฉ้อฉลประกันภัยการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและข้อมูลต่างๆของผู้เอาประกันภัย
“หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยจะต้องมีกฎหมายที่ดีและบังคับใช้กฎหมายอย่างสมดุลและเหมาะสมรวมทั้งจะต้องมีฐานข้อมูลทางด้านประกันภัยที่ดีและครบถ้วนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพโดยจะต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้เกิดความมั่นคงส่งเสริมให้มีการแข่งขันที่เหมาะสมเป็นธรรมและหน่วยงานกำกับดูแลเองก็จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการจัดการกับช่องว่างสำหรับความเสี่ยงในการจัดการทางด้านประกันภัยและลดความเสี่ยงที่เกิดจากการฉ้อฉลทางด้านประกันภัยของบริษัทประกันภัยทั้งนี้ผมเชื่อมั่นว่าการประชุมสัมมนาครั้งนี้สำนักงานคปภ. จะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านการกำกับธุรกิจประกันภัยที่สำคัญกับพันธมิตรระดับภูมิภาคอย่างNAIC และอีกหลายประเทศซึ่งเป็นการต่อยอดและสร้างโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความรู้ข้อคิดเห็นและประสบการณ์การกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยที่ทันสมัยเพื่อนำมาต่อยอดและพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยทั้งระบบให้เกิดความแข็งแกร่งเป็นที่เชื่อมั่นในระดับมาตรฐานสากลต่อไป” เลขาธิการคปภ. กล่าวทิ้งท้าย