mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

บล.ทิสโก้ชี้เดือนส.ค. ปัจจัยลบรุมหุ้นไทยคาดดัชนีแกว่งในกรอบ1,640-1,710จุด

บล.ทิสโก้คาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคมแกว่งในกรอบ 1,640-1,710 จุด นักลงทุนยังหวั่นสงครามการค้า, MSCI ปรับน้ำหนักหุ้นไทยลง และ กำไรบจ. โตน้อย แนะลงทุนหุ้นปันผลงาม กำไรโตดี และหุ้นที่ขึ้นน้อยกว่าตลาด พร้อมจับตาเศรษฐกิจทั่วโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 63 หากเกิดขึ้นจริงหุ้นไทยอาจลงไปแตะ 1,200 จุด   

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ (Mr.Viwat Techapoonphol, Deputy Managing Director, Head of Technical Analysis, TISCO Securities Co., Ltd) กล่าวถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในงานสัมมนา TISCO Monthly Guru Updates ว่า ในเชิงเทคนิค บล.ทิสโก้คาดว่าหุ้นไทยเดือนสิงหาคม 2562 จะมีแนวรับที่ 1,640 - 1,660 จุด และมีแนวต้านที่ 1,710 -  1,730 จุด แม้ว่าปัจจุบันตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับใกล้กับแนวรับแล้ว แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น เพราะกังวลเรื่องสหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% ในวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากสหรัฐฯ ประกาศใช้จริงจะส่งผลลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก ประกอบกับนักลงทุนคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนไทยจะออกมาลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยลบเรื่องการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Emerging Market ที่เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Share จาก 5% เป็น 15% ทำให้ต้องปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยลง ซึ่งประเด็นการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยในดัชนี MSCI นั้นคาดว่าจะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากหุ้นไทยประมาณ 9,000 ล้านบาท

สำหรับประเด็นหนุนหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม บล.ทิสโก้ประเมินว่าเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้า หลังจาก ฟิทช์ เรทติ้งส์ และมูดี้ส์ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือประเทศไทยเป็นบวก อนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของไทยลดลงต่อเนื่องต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 จึงคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยอีกประมาณ 50,000 ล้านบาท หลังจากช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีสถานะขายสุทธิหุ้นไทยไปกว่า 600,000 ล้านบาท อีกทั้งในเดือนกันยายนจะมีปัจจัยหนุนจากการประชุมธนาคารกลางสำคัญต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งคาดว่าแต่ละแห่งจะประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง หรืออาจจะใช้นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในเดือนสิงหาคม แนะนำให้เลือกลงทุนหุ้นรายตัว เน้นที่หุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็กที่ปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด และหุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการดี จ่ายปันผลสูง โดยมีหุ้นเด่นในเดือนสิงหาคมคือ BCP, CK, HANA, PLANB, PYLON, ROJNA และ TPIPP

นายวิวัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่ควรจับตามองจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีคือ เศรษฐกิจทั่วโลกจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ ถึงแม้ว่าขณะนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และนักลงทุนทั่วโลกคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ และ 2 ครั้งในปีหน้า แต่การลดอัตราดอกเบี้ยลงไม่ได้การันตีว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นเสมอไป เพราะในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลงไปทั้งสิ้น 9 ครั้ง มีเพียง 4 ครั้งที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวต่อ และอีก 5 ครั้ง เศรษฐกิจกลับชะลอตัวลงและเข้าสู่ภาวะถดถอยในที่สุด 

“ตัวชี้วัดหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาพูดถึงเศรษฐกิจถดถอยคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 เดือน ของสหรัฐฯ มากว่า 2 เดือนแล้ว แสดงให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองว่าเศรษฐกิจระยะยาวจะมีปัญหา ทั้งนี้ หากปีหน้าเกิดเศรษฐกิจถดถอยจริง ตัวเลขเศรษฐกิจจะเริ่มโตลดลงอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ซึ่งในกรณีเลวร้าย คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับลดใช้เวลา 2 - 3 ปี ไปอยู่ที่ 1,400 - 1,200 จุด หรือลดลงประมาณ 500 จุด จากดัชนีปิดปี 2562 ที่ 1,750 จุด หากเป็นเช่นนั้นแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ ซึ่งมองว่าปีนี้ราคาทองคำจะปิดปีที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ พร้อมเปิดสถานะ Long Put Options และ Short Futures” นายวิวัฒน์กล่าว 

ทั้งนี้ งานสัมมนา TISCO Monthly GURU Updates เป็นหนึ่งในกิจกรรมสัมมนาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนเพื่อเผยแพร่บทวิเคราะห์และทิศทางการลงทุนเพื่อช่วยให้ลูกค้าทิสโก้และนักลงทุนบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ตามกลยุทธ์ของทิสโก้ในการเป็นผู้แนะนำการลงทุนชั้นนำหรือ Top Advisory House

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News